กลุ่มเอสซีบีเอกซ์โดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเยาวชนและส่งเสริมการเรียนรู้ จัดการแข่งขันโครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ปีที่ 20 รอบชิงชนะเลิศ ระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 ผ่านการจัดทำโครงงานที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสถานประกอบการอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม


ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมสีเขียวสู่ความยั่งยืนในยุค AI” โดยมีนายสุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Office บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัล พร้อมด้วยคณะกรรมการตัดสิน ได้แก่ ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ นายศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) นายชัชวาล สังคีตตระการ วิศวกรวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ว่าที่ ร.ต.ปิยะพงษ์ ยงเพชร อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายนเรศ หาญพันธ์พงษ์ Production Program Manager บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งจัดขึ้น ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่

นายศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนที่สำคัญของธนาคาร ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 20 มุ่งเน้นการสร้างคุณลักษณะที่สำคัญสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 พัฒนาคุณลักษณะที่ดี 4 ด้าน (4 Cs) ประกอบด้วย ทักษะการคิดแบบมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) การสื่อสารเพื่อเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและนำเสนอผลงาน (Communication) และการทำงานเป็นทีม (Collaboration) โดยระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ในปีนี้มีสถาบันการศึกษาให้ความสนใจส่งโครงงานเข้าร่วมแข่งขันจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นผลงานสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรมที่น่าสนใจ นอกจากการแข่งขันแล้ว เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการยังได้เพิ่มพูนทักษะความรู้ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน สามารถนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี จากในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ผ่านการลงมือปฏิบัติ ได้คิดสร้างสรรค์ ผ่านการจัดทำโครงงานเพื่อแก้ปัญหา รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนและสถานประกอบการ มีจิตสาธารณะและความเป็นพลเมืองที่ดีต่อสังคมส่วนรวม เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จ เติบโตไปเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ และเป็นรากฐานในการนำพาประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป”

ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประธานกรรมการตัดสิน กล่าวว่า “หลักการของการจัดทำโครงงานพัฒนาชุมชน คือ เยาวชนต้องเข้าใจโจทย์ของชุมชน เข้าใจปัญหา หาวิธีการแก้ไข ต้องแก้ปัญหาให้กับชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงแค่ความเชื่อ ความพิเศษของโครงการนี้ คือ สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์โครงการ ฯ ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาของชุมชนไปพร้อมกับการพัฒนาทักษะให้กับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาโครงการ ฯ ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน เริ่มต้นจากการเข้าค่ายเพื่อเสริมความรู้ มีกระบวนการติดตามความก้าวหน้า มีทีมพี่เลี้ยงที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ให้คำปรึกษากับทุกทีมอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งถึงวันแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้น เยาวชนสามารถคิด วิเคราะห์ ฝึกทักษะด้านวิทยาศาสตร์ และด้านสังคมศาสตร์ และเชื่อว่าน้อง ๆ จะสามารถนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปพัฒนาตนเองต่อไปได้อย่างดี”


ในปีนี้มีโครงงานส่งเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 473 โครงงาน จาก 224 สถาบันการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการได้คัดเลือก 20 โครงงาน เพื่อเข้าค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างทักษะเยาวชน โดยทีมงานโครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจาก NECTEC ได้มีการให้คำแนะนำในการจัดทำโครงงานของแต่ละทีมอย่างใกล้ชิด และพิจารณาคัดเลือกโครงงานที่มีผลงานดีเด่น 8 โครงงาน (มัธยมศึกษา 4 โครงงาน และอาชีวศึกษา 4 โครงงาน) มานำเสนอผลงานในรอบชิงชนะเลิศ น้อง ๆ นำเสนอโครงงานได้อย่างน่าสนใจสามารถอธิบายหลักการ ตอบข้อซักถามจากคณะกรรมการ รวมถึงสามารถเชื่อมโยงถึงชุมชนและสถานประกอบการได้เป็นอย่างดี
ผลการแข่งขัน มีดังนี้
ระดับมัธยมศึกษา
- รางวัลชนะเลิศ: โครงงานนวัตกรรมการคาดการณ์การเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้า ด้วยการเรียนรู้เชิงลึก จากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย
- รางวัลรองชนะเลิศ: โครงงานนวัตกรรม AI-WIDRS : ระบบตรวจจับสัตว์ป่าและแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์สำหรับพื้นที่ชุมชนเสี่ยง จากโรงเรียนศรียานุสรณ์ จ.จันทบุรี
- รางวัลชมเชย: โครงงาน Cricket Home การพัฒนาฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดอัจฉริยะด้วยจมูกอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันการสูญเสียผลผลิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก
- รางวัลชมเชย: โครงงานระบบอัจฉริยะสำหรับจัดการผำที่ตาย (WOLFFIA CLEANER SYSTEM) จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการปทุมธานี
ระดับอาชีวศึกษา
- รางวัลชนะเลิศ: โครงงาน HKA : เครื่องบริหารและกายภาพบำบัดสะโพก ข้อเข่า และข้อเท้าซ้ายหรือขวา แบบ CPM ระบบกึ่งอัตโนมัติ จากวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ
- รางวัลรองชนะเลิศ: โครงงาน KUD KUT QUEEN เครื่องคัดแยกขนาดและระดับความสุกของผลมังคุดด้วยระบบ AI จากวิทยาลัยเทคนิคพัทลุง
- รางวัลชมเชย: โครงงานเครื่องคัดขนาดและนับจำนวนลูกปลา จากวิทยาลัยการอาชีพกุมภวาปี จ.อุดรธานี
- รางวัลชมเชย:โครงงานอุปกรณ์ต่อพ่วงรถเข็น สำหรับการเคลื่อนที่ของผู้ป่วยที่เข้ารับบริการโรงพยาบาลแม่อาย จากวิทยาลัยการอาชีพฝาง จ.เชียงใหม่
ผลงานของเยาวชนทั้ง 8 โครงงานนี้ คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาตนเองของเยาวชน และนับเป็นอีกหนึ่งก้าวของความสำเร็จในการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา โครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ได้สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ สร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนทั่วประเทศ และยังคงทำหน้าที่สร้างพื้นที่แห่งโอกาสนี้ เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยสืบไป ติดตามรายละเอียดได้ทาง Facebook : SCB Challenge “กล้าใหม่…ใฝ่รู้”
The Business Plus บิสิเนสพลัส

