Home / Lifestyle / Health / 8 เทรนด์อาหารที่จะพลิกโฉมพฤติกรรมการกิน 2018

8 เทรนด์อาหารที่จะพลิกโฉมพฤติกรรมการกิน 2018

อาหาร และ ยา คือหนึ่งในปัจจัย 4 ที่มนุษย์ขาดไม่ได้ เป็นที่น่าสนใจว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มหันมากินอาหารเป็นยา

 

กระแสต่อต้านน้ำตาลในอาหารเครื่องดื่มและขนม ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นต้นเหตุของโรคเบาหวาน และแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุ ทำให้บริษัทชั้นนำของดลก ต่างเร่งปรับตัวในสินค้าใหม่ ที่ไม่เพียงแค่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นยาช่วยรักษาโรคด้วย

 

หากมองถึงการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า คนชราซึ่งมีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 22% ภายในปี พ.ศ. 2593 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากอัตราส่วนในปัจจุบันที่อยู่ที่ 12%

 

ขณะที่กลุ่มคน Millennium ในเอเชีย อัฟริกาและอาเซียน ซึ่งสนใจเรื่องอาหารสุขภาพมากขึ้น 10 เท่าตัวเมื่อเทียบกับคนรุ่นเก่า ย่อมเปิดโอกาสกว้างให้ธุรกิจ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่ใช่ยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใช้เป็นโภชนบำบัด

 

เนื่องจากวงการแพทย์และผู้รักษาสุขภาพชี้ว่า อาหารบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เรียกว่า Junk Foods ขนมและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมน้ำตาลสูง เป็นสาเหตุของโรคบางชนิดและสร้างปัญหาทางด้านสุขภาพ และผู้บริโภคเริ่มรณรงค์ต่อต้านอย่างต่อเนื่อง

 

สอดคล้องกับความเห็นของรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ยูบีเอ็ม  เอเชีย  (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์อาหารปี 2018 อย่างน่าสนใจว่า หลักๆยังคงเน้นในเรื่องของการรักสุขภาพ สินค้าท้องถิ่น และการผลิตอย่างโปร่งใส โดย 8 เทรนด์อาหารที่ว่ามีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

Goodbye chemicals,Hello Natural :

เทรนด์แรกที่มาแน่นอนคือ การโบกมืออำลาสารเคมีทั้งหลายและหันหน้าเข้าหาธรรมชาติล้วนๆ ยิ่งเป็นสินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติ ไร้สารปรุงแต่ง ดีต่อสุขภาพ หาได้ในท้องถิ่น ไร้สารเคมี และมีฉลาก Clean Label ด้วยแล้วล่ะก็ ผู้บริโภคยุคใหม่ก็พร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายแบบไม่ข้อซักถาม

 

Localisation :

ยุคทองของสินค้าท้องถิ่นได้เดินทางมาถึงแล้ว เมื่อผู้บริโภคสนใจการสื่อสารเรื่องราว ความสดใหม่ คุณภาพ ความสะอาดและธุรกิจขนาดเล็กที่มีกำลังการผลิตไม่มาก ส่งตรงถึงผู้บริโภคโดยตรง มากกว่าสินค้าและอาหารที่ออกมาจากโรงงานใหญ่ๆ แม้แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่เองก็ยังหันมาเอาใจลูกค้าด้วยการผลิตสินค้าที่มีความเป็นLocalมากขึ้น

 

Transpararency:

การตรวจสอบย้อนกลับไปจนถึงแหล่งต้นทางองวัตถุดิบ กำลังเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองหาและต้องการเป็นอย่างมาก และยังรวมไปถึงรายละเอียดอื่นๆด้วยเช่น แหล่งผลิต กระบวนการปลูก ราคาที่ชัดเจน การรับประกันสุขภาพ ไปจนถึงผลกะทบต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญไม่ใส่สารปรุงแต่ง และปลอดการดัดแปลงพันธุกรรมGMO

 

Blurred line between food and druge เส้นบางๆที่กั้นระหว่าง ยา อาหาร และอาหารเสริม

คำกล่าวที่ว่า “Let food be your medicines” “Let medicines be your food ” ทานอาหารเป็นยา อย่าทานยาเป็นอาหารก็กำลังกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เพราะเรากำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้อายุนั่นเอง ลองมองไปในตลาดเราก็จะเห็นนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีทั้งหลักโภชนการและส่วนผสมที่บำรุง ป้องกันและรักษาผสมอยู่ด้วย หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “Nutraceutical”

 

Sweeter Balance

คนไทยติดหวาน เป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ แต่นวัตกรรมทางด้านอาหารก็เริ่มมองหาทางเลือกจากธรรมชาติที่ดีกว่าการใส่น้ำตาล เช่นหญ้าหวาน ซึ่งในอนาคตเราเชื่อว่ามนุษย์จะได้รู้จักสารให้ความหวานแทนน้ำตาลจากธรรมชาติเกิดขึ้นอีกเยอะ

 

seed of Change

เมล็ดเล็กๆและธัญพืช กำลังมาแรงแซงทุกวัตถุดิบ เพราะนอกจากมีหลากหลายชนิดทั้งเม็ดเจีย ควินัว จะมีโปรตีนและมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังง่ายต่อการนำมาแปรรูปและสกัดเป็นน้ำมันต่างๆ บริษัทใหญ่ๆเองก็กำลังวิจัยและมองหาเมล็ดพนธ์อื่นๆเข้าสู่ตลาดกันคึกคัก

 

สุขภาพที่ลงตัว

นมไขมันต่ำ น้ำตาลน้อยไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป เพราะอาหารและเครื่องดื่มที่ให้คุณค่าทางโภชนาการและให้พลังงานอย่างเต็มที่กำลังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากกว่า เช่นอาหารในกลุ่ม low FODMAPs

 

และท้ายสุด Smart Packaging

บรรจุภัณฑ์สวยๆ เก๋ไก๋ มีดีไซด์นี่แหละที่เป็นตัวเรียกแขกให้ผู้บริโภคเห็นสินค้าของเราก่อน แต่ที่สำคัญต้องระบุคุณสมบัติของอาหาร สะดวกและคุ้มค่าในการจัดส่ง ปัจุบัน Smart Packaging กลายเป็นเป้าหมายที่วงการอาหารทั่วโลกกำลังมุ่งไป

 

จริงๆแล้วเทรนด์ทั้ง 8 ที่ว่าก็ถูกกำหนดมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภค และเมื่อย้อนดูจะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยสักนิด และเราก็อาจเป็น1 ในคนที่มีส่วนในการกำหนดเทรนด์ที่ว่ามานี้