Home / News & Event / “ตลาดต่อยอด” พร้อมพาเอสเอ็มอีไทยไปสู่ตลาดลูกค้า 600 ล้านคน

“ตลาดต่อยอด” พร้อมพาเอสเอ็มอีไทยไปสู่ตลาดลูกค้า 600 ล้านคน

ตลาดต่อยอดมั่นใจพาเอสเอ็มอีไทยก้าวไกลไปสู่ระดับสากล หลังจับมือ 4 องค์กรภาครัฐเพื่อร่วมกันส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมพาก้าวออกไปสู่ตลาดเออีซีที่มีลูกค้ารวมกันกว่า 600 ล้านคน ชี้ความร่วมมือแบบเครือข่ายร่วมกันนี้ จะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เอสเอ็มอีไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

นายโสมพัฒน์ ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ กล่าวว่า การดำเนินงานของโครงการตลาดต่อยอดนับว่ามีความคืบหน้าไปมาก หลังจากที่ได้จับมือกับ 4 หน่วยงานของภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างทัดเทียมในระดับสากล

ความร่วมมือดังกล่าวนี้นอกจากจะพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการของผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังสามารถขยายฐานผู้บริโภคจากตลาดภายในประเทศที่มีลูกค้า 70 ล้านคน ไปสู่ตลาด AEC ที่มีลูกค้ารออยู่กว่า 600 ล้านคน และถือเป็นช่องทางที่สามารถช่วยให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่มีพื้นที่เข้าสู่ตลาดเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น

โดยการช่วยเหลือผู้ประกอบการดังกล่าวในส่วนของความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์นั้น ยังจะทำให้ตลาดต่อยอดกลายเป็นตลาดกลางการค้าของอาเซียนที่จะรวบรวมสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ รวมถึงสินค้านำเข้าจากเพื่อนบ้านที่ได้สิทธิพิเศษ นำมาจำหน่ายในพื้นที่ที่จัดให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจำหน่ายในราคาพิเศษ และถือเป็นการต่อยอดการค้าชายแดนเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือไปจากการพัฒนาด่านการค้าชายแดนที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเสริมอยู่แล้ว

สำหรับความร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการเปิดตัว AEC Trading Center ที่จะเป็นตลาดกลางสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมแบบ One Stop Shopping นั้น นอกจากจะช่วยให้เกิดการค้าขายที่สมบูรณ์แล้วยังมีศูนย์ข้อมูลข่าวสารบริการ Business Matching ที่จะมีบริการสนับสนุนจากภาครัฐในด้านต่างๆ ซึ่งถือเป็นตัวช่วยให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง ในโลกของการแข่งขันที่ไร้พรมแดน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมโยงธุรกิจของตนเข้าสู่ตลาดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค ช่องทางการตลาด และโอกาสต่าง ๆ ที่พร้อมเกื้อหนุนธุรกิจอย่างหลากหลาย

ส่วนสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว.นั้น ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ให้แข่งขันได้ ไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญทั้งบุคลากร ตลอดจนองค์ความรู้ ผลงานวิจัยและพัฒนาที่พร้อมจะต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ การให้บริการด้านอุตสาหกรรม ที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์  รวมไปถึงการรับรองคุณภาพ ที่พร้อมประเมินและรับรองระบบคุณภาพและผลิตภัณฑ์ ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา หรือประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวเข้าสู่ระดับนานาชาติได้

เช่นเดียวกับในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ ททท.ที่ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยนำพาผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และถือเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้เข้าสู่มาตรฐานสากลได้ทั้งระบบ และสร้างรายได้เข้าประเทศได้มากขึ้น

“ความร่วมมือของตลาดต่อยอดและ 4 องค์กรหลักนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มีช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น และสามารถแสดงศักยภาพได้มากกว่าที่เป็นอยู่ มีศักยภาพเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนี้ ยังช่วยสร้างและผลักดันกลุ่มธุรกิจ SMEs รุ่นใหม่ให้ได้มีโอกาสในการเข้าถึงตลาดเป้าหมาย และสร้างรายได้ในตลาดที่กว้างขึ้นอีกด้วย”