โยกุรุโตะ ร้านโยเกิร์ตปั่น เจาะตลาดแมส รายได้ร้อยล้าน 250 สาขา ภายใน 6 ปี

โยกุรุโตะ (Yoguruto) ซึ่งกำลังเป็นกระแสอย่างมากในตอนนี้ เป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่โตเร็ว ภายในเวลาเพียง 6 ปีนับจากก่อตั้งปี 2563 วันนี้มีสาขาราว 250 แห่งทั่วประเทศ และทำรายได้แตะระดับร้อยล้านบาทแล้ว

แบรนด์นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากร้านเล็กหน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ภายใต้คอนเซปต์โยเกิร์ตสดปั่นสไตล์ญี่ปุ่น โดยตัวเลขผลประกอบการสะท้อนการเติบโต โดยปี 2565 รายได้อยู่ที่ 22 ล้านบาท ขาดทุน 4.6 ล้านบาท แต่ปี 2566 รายได้กระโดดเป็น 58 ล้านบาท เริ่มพลิกมีกำไรเล็กน้อย และล่าสุดปี 2567 รายได้พุ่งถึง 127 ล้านบาท กำไรประมาณ 20 ล้านบาท

ตลาดร้านโยเกิร์ตปั่นของไทยในปัจจุบัน เต็มไปด้วยผู้เล่นรายเล็กเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าเราดูที่จำนวนสาขากับผลประกอบการแล้ว โยกุรุโตะน่าจะเป็นร้านโยเกิร์ตปั่นโดยเฉพาะรายใหญ่สุดของตลาด ในขณะที่คู่แข่งก็อย่างเช่น แบรนด์จากออสเตรเลียอย่าง Mr. Jolly Yogurt และ Koomi ที่ยังมีสาขาไม่กี่สิบสาขาและมีรายได้ระดับสิบล้านอยู่

ทั้งนี้ จุดเด่นของโยกุรุโตะ ไม่ได้มีแค่รสชาติ แต่ยังมีเมนูค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่โยเกิร์ตข้าวเหนียวนิล โยเกิร์ตบิสคอฟคาราเมล ไปจนถึงเมนูตามกระแสอย่างอาซาอิ ทวิงเกิ้ล และยังมีเมนูผลไม้ตามฤดูกาลที่คู่แข่งไม่ค่อยทำ นอกจากนี้ยังตั้งราคาเฉลี่ยอยู่ในระดับที่คนเดินห้างหรือนักศึกษาทั่วไปจับต้องได้ ทำให้สามารถเจาะตลาดแมสและลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำบ่อย ๆ แตกต่างกับคู่แข่งที่ราคาต่อแก้วสูงกว่า

อีกปัจจัยสำคัญคือค่าแฟรนไชส์ที่ค่อนข้างต่ำราว 1.25 แสนบาท เมื่อเทียบกับแบรนด์คู่แข่ง 2 เจ้าที่เริ่มต้น 3.5 – 4 แสนบาท ทำให้คนที่อยากมีร้านของตัวเองตัดสินใจง่ายขึ้น บวกกับรูปแบบร้านที่ใช้พื้นที่ไม่ใหญ่ จึงทำให้เห็นการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องทั้งในห้างและคอมมูนิตี้มอลล์

ตลาดโยเกิร์ตปั่นในไทยมีผู้เล่นหลายราย แต่หลายร้านจะเน้นความพรีเมียม ในขณะที่โยกุรุโตะเลือกจับตลาดแมส ราคาไม่แรง และทำเมนูให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า จึงกลายเป็นจุดต่างที่ทำให้แบรนด์เล็กจากศาลายาขยายได้ทั่วประเทศในเวลาไม่นาน

 

ที่มา: Yoguruto, Thai Franchise Center, DBD