ตัวอย่างแบรนด์ ‘นมถั่วเหลือง’ ที่มีรายได้เป็นพัน-เป็นหมื่นล้าน

ตลาดนมถั่วเหลืองในไทยเป็นตลาดใหญ่สุดของกลุ่มเครื่องดื่มจากพืช โดยข้อมูลจากสถาบันอาหาร สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ระบุว่า ปี 2567 ตลาดนมถั่วเหลืองมีมูลค่า 17,633 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 93% ของมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์นมจากพืชทั้งหมดในประเทศ

ในช่วงที่ผ่านมา มีผู้เล่นหน้าใหม่มากมายเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้ แต่ชื่อแบรนด์ที่หลายคนคุ้นหูอย่าง ดีน่า แลคตาซอย และไวตามิ้ลค์ ก็ยังคงเป็นผู้นำตลาดอยู่ ในขณะที่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่น่าสนใจก็คือ โทฟุซัง ที่ทำทั้งน้ำเต้าหู้และนมถั่วเหลือง

เริ่มจากดีน่าภายใต้ บริษัท แดรี่ พลัส ซึ่งเป็นบริษัทในเครือดัชมิลล์

ปี 2565 รายได้ 15,184 ล้านบาท กำไร 1,026 ล้านบาท

ปี 2566 รายได้ 13,286 ล้านบาท กำไร 1,360 ล้านบาท

ปี 2567 รายได้ 14,250 ล้านบาท กำไร 1,478 ล้านบาท

โดยรายได้ดังกล่าวมีส่วนที่เกิดจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่แค่จากดีน่า เช่น ผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตพร้อมดื่มดัชมิลล์ยูเอชทีและดีมอลต์

แลคตาซอยและซังซัง ภายใต้ บริษัท แลคตาซอย

ปี 2565 รายได้ 10,102 ล้านบาท กำไร 1,112 ล้านบาท

ปี 2566 รายได้ 9,409 ล้านบาท กำไร 1,636 ล้านบาท

ปี 2567 รายได้ 9,387 ล้านบาท กำไร 1,156 ล้านบาท

ด้านไวตามิ้ลค์และวีซอยซึ่งอยู่ภายใต้ บริษัท กรีนสปอต

ปี 2565 รายได้ 6,777 ล้านบาท กำไร 321 ล้านบาท

ปี 2566 รายได้ 6,327 ล้านบาท กำไร 273 ล้านบาท

ปี 2567 รายได้ 6,539 ล้านบาท กำไร 407 ล้านบาท

ส่วนโทฟุซังภายใต้ บริษัท โทฟุซัง แม้ขนาดเล็กกว่าแบรนด์ข้างต้น แต่ก็เติบโตในระดับพันล้านบาทแล้ว

ปี 2565 รายได้ 598 ล้านบาท กำไร 56 ล้านบาท

ปี 2566 รายได้ 838 ล้านบาท กำไร 69 ล้านบาท

ปี 2567 รายได้ 1,204 ล้านบาท กำไร 120 ล้านบาท

จากข้อมูลชุดนี้เราจะเห็นได้ว่าบริษัทรายใหญ่ 3 แห่งแรกกำลังประสบกับผลประกอบการที่ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งก็น่าจะมาจากการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นและการที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะขึ้น โดยโทฟุซังก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างของบริษัทหน้าใหม่ ที่สามารถเข้ามาชิงส่วนแบ่งทางการตลาดนมถั่วเหลืองได้

 

ที่มา: DBD, เว็บไซต์บริษัท, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม