Home / TOP Series / Top Company / ปรับตัวอย่างยั่งยืน สูตรสำเร็จของ S&P : Thailand Top Company Awards 2020 : รางวัลอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

ปรับตัวอย่างยั่งยืน สูตรสำเร็จของ S&P : Thailand Top Company Awards 2020 : รางวัลอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

“แม้เอสแอนด์พีจะลูกค้าเยอะ แต่บริษัทก็จะต้องมีเป้าหมายหลักเป็นหลักสำคัญในการวางแผนงาน ไม่ว่าองค์กรคุณจะทำอะไรก็ตาม เพราะถ้าคุณไม่โต คุณก็ตาม อยู่ไม่ได้”


คำกล่าวของ กำธร ศิลาอ่อน กรรมการผู้จัดการใหญ่สายการผลิตและการเงิน บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เล่าถึงการวางเป้าในการทำงาน ซึ่งเป้าหมายของเอสแอนด์พีก็คือ การขยายกลุ่มลูกค้า โดยใช้วิธีการปรับตัวอย่างยั่งยืน

สำหรับเอสแอนด์พีถือว่าผลประกอบการของ ปี 2562 ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ แม้ต้องเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน ซึ่งเอสแอนด์พีได้ยึดหลัก คุณภาพ คุณค่า คุณธรรม รวมถึงการใช้ SDGs หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ที่องค์สหประชาชาติกำหนดเป้าหมายหลัก 17 ข้อ ซึ่งเอสแอนด์พีมีเป้าหมายหลัก 5 ข้อ จาก 17 ข้อ คือ

ข้อที่ 2 ขจัดความหิวโหย (Zero hunger) เอสแอนด์พีสร้างครัวให้โรงเรียนที่ด้อยโอกาส มอบแปลงการเกษตรเพื่อเป็นแหล่งอาหารให้แก่นักเรียน ตลอดจนการเลี้ยงอาหารและเบเกอรี่ให้กับเด็กด้อยโอกาสตามมูลนิธิต่าง ๆ

ข้อที่ 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) เอสแอนด์พีส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมโภชนาการและสุขลักษณะที่ดีแก่สังคม เช่น การรณรงค์การรับประทารอาหารเมนู Low Sodium การสนับสนุนให้ผู้บริโภครับประทานข้าวกล้อง มีการนำข้าวกล้องงอกจากจังหวัดอุบลราชธานีมาทำเป็นขนมปังข้าวกล้องงอก และนับเป็นอีกหนึ่งสินค้าขายดีที่มีลูกค้าติดตาม ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายสำหรับลูกค้าและบุคลากร S&P Great Food Good Health เชิญชวนพนักงานเอสแอนด์พีและคนไทยผู้รักสุขภาพร่วมรับฟังความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่ดี ควบคุ่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยมีคุณเมจิ-อโณมา คุ๊ก Influencer ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและออกกำลังกายมาร่วมให้ความรู้

ข้อที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth) เอสแอนด์พีมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาแก่เยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ผ่านการฝึกอบรมบุคลากรหลักสูตรต่าง ๆ และศูนย์การเรียนรู้ รวมทั้งมุ่งเน้นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร เช่น เมนูบัวลอยเผือก จากเกษตรกรผู้ปลูกเผือกหอม อ.บ้านหอม จ.สระบุรี เป็นต้น

ข้อที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน (Responsible consumption and production) เอสแอนด์พีมีโรงงานผลิตเบเกอรี่ที่ได้รับมาตรฐาน และมีการติดตั้งแผงโซล่าร์เพื่อใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต ตลอดจนคัดสรรคู่ค้าที่มีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านการยอมรับ S&P Code of Conduct เช่น การเลือกใช้น้ำตาลที่ไม่ผ่านกระบวนการเผาจากในไร่เพื่อไม่ให้ทำลายทรัพยากร

ข้อที่ 17 การมีส่วนร่วมของประชาชนในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the goals) เอสแอนด์ พีมีความร่วมมือกับพันธมิตรจำนวนมาก เช่น สวนสามพราน ดอยคำ ในการใช้วัตถุดิบออร์แกนิค เอสซีจี อาทิ การเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ Grab&Go ผลิตด้วยเยื่อกระดาษแทนการใช้พลาสติก การใช้หลอดกระดาษแทนหลอดพลาสติก และกล่องขนมไหว้พระจันทร์ เป็นต้น รวมถึงโครงการรณรงค์ไม่รับถุงพลาสติกหูหิ้วที่เริ่มตั้งแต่วันสิ่งแวดล้อมโลก ในเดือนมิถุนายน 2562 ต่อเนื่องมาถึงการเลิกแจกถุงพลาสติกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีถุงผ้าสปันบอนด์ให้ลูกค้า แม้ว่าสปันบอนด์จะเป็นพลาสติกแต่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหลายครั้ง และให้ความรู้สึกคุ้นเคยในการเอามาใช้ซ้ำ นอกจากนี้ยังมีถุงผ้าขาวม้าจากวิสาหกิจชุมชน จ.อำนาจเจริญ ที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และถุงผ้าร่มลายเต่า-ลายพะยูน ลายน่ารักที่ช่วยตอกย้ำเรื่องการใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมจำหน่ายให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อไว้ใช้ประจำ และในเรื่องของราคาขาย ถึงแม้ว่าจะขายเท่าทุนจนถึงขาดทุน แต่ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของเอสแอนด์พีที่จะให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยที่ไม่ได้ไปรังแกลูกค้า

เมื่อมีการใช้แผนการปรับตัวที่ยั่งยืนแล้ว การขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มเดิมที่มีอยู่ก็เป็นสิ่งที่เอสแอนด์พีให้ความสำคัญ โดยจะขยายจากกลุ่มคนทำงานไปยังกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น กำธรเล่าว่า

“สามย่านมิตรทาวน์จะมีนักเรียน นักศึกษา ประมาณ 80% เราต้องการจะนำแบรนด์ไปใกล้ชิดกับนักศึกษา จึงตั้งร้านที่สามย่านมิตรทาวน์ ชื่อว่า S&P Signature สาขานี้จะใช้โลโก้แรกของเอสแอนด์พี ส่วนการตกแต่งร้านจะเน้นสไตล์โมเดิร์นเพื่อดึงดูดนักเรียน นักศึกษามากขึ้น

นอกจากนี้เอสแอนด์พีได้มีการปรับเมนูอาหารเน้นความเป็นไทยจริงๆ เช่น แกงเหลืองยอดมะพร้าวอ่อนปลากะพง แกงใบชะพลู หมูสะเต๊ะ โดยเฉพาะเมนูที่ขายดีตอนนี้จะเป็นหมูสะเต๊ะ เพราะเนื้อหมูเน้น ๆ ไม่ค่อยมีมัน ซึ่งทำไปแล้ว 7 สาขา ผลตอบรับดีมาก ซึ่งการเปลี่ยนแค่เมนูก็ทำให้โตได้ถึง 30% แล้ว”

ไม่เพียงแค่นั้น เอสแอนด์พียังพัฒนาต่ออย่างไม่หยุดยั้ง มองหาทุกช่องทางที่เป็นโอกาส โดยมีการเข้าไปเป็น Partner กับ Grab, Food Panda, Lineman และ Get ซึ่งผลลัพธ์ก็น่าพึงพอใจ โดยเฉพาะ Grab ที่มียอดจำหน่ายถึง 10% ของเอสแอนด์พี

ท้ายที่สุดแล้ว กำธรได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญที่สุดที่เอสแอนด์พีประสบความสำเร็จสามารถครองใจลูกค้าได้ถึง 46 ปี ว่า

“เอสแอนด์พีคือแบรนด์ที่น่าไว้ใจ และลูกค้าของเราทุกคนก็ไว้ใจเชื่อใจเรา อย่างตอนนี้เรื่องโรคระบาด ทุกคนเป็นห่วงเรื่องมาตรการความสะอาด ซึ่งเราเข้มงวดกับมาตรการนี้มานานแล้ว และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เป็นมาตรฐานของเอสแอนด์พีที่ผมต้องรักษาไว้ และทำให้มันดีมากขึ้นไปอีก ต้องทำให้คนอื่นตามไม่ทัน”