Home / Cover / Road to WELLNESS HUB เคนยากุมุ่งสู่การเป็นโรงงานผลิตยาและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ที่ครบจบในหนึ่งเดียว

Road to WELLNESS HUB เคนยากุมุ่งสู่การเป็นโรงงานผลิตยาและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ที่ครบจบในหนึ่งเดียว

หากกล่าวถึงโรงงานรับจ้างผลิตยาและอาหารเสริมระดับไฮเอนด์ ที่พร้อมนำวัตถุดิบพรีเมียมมานำเสนอแบบไม่ซ้ำใครในตลาด ชื่อของ ‘เคนยากุ’ น่าจะเป็นชื่อแรกที่ถูกพูดถึง ด้วยดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี เป็นโรงงานอาหารเสริมมาตรฐานเดียวกับโรงงานผลิตยาแผนปัจจุบัน อีกทั้งยังมีนวัตกรรมล้ำสมัยในการผลิตยาจากประเทศญี่ปุ่น บวกกับความเชี่ยวชาญในยาแผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีน ทำให้ บริษัท เคนยากุ (ประเทศไทย) จำกัด ประสบความสำเร็จ และยืนหยัดมาเป็นที่หนึ่งในทุกวันนี้

แต่กว่าจะเดินเรือมาถึงจุดนี้ เคนยากุก็เคยผ่านช่วงเวลาติดตัวแดง มีการบริหารที่ไม่สามารถทำให้ธุรกิจก้าวต่อไปในน่านน้ำใหม่ได้ หรือไม่ผ่านมาตรฐานระดับสูงของลูกค้าระดับบิ๊กเหมือนกับคนอื่นเช่นกัน ซึ่งทายาทรุ่นสองอย่าง คุณพีรภพ หาญไกรพงศ์ ประธานกรรมการ และ คุณภูรพัฒน์ หาญไกรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ สองหัวเรือใหญ่ของเคนยากุ พร้อมเปิดใจเล่าการเดินทางที่ผ่านมา วิธีฝ่าอุปสรรค รวมถึงแผนใหม่ที่จะพาองค์กรมุ่งหน้าสู่ WELLNESS HUB ด้วยสมุนไพรไทย ที่เคนยากุต้องการดันให้ไปถึงสมุนไพรโลก

บริษัท เคนยากุ (ประเทศไทย) จำกัด คือโรงงานรับผลิตยาแผนปัจจุบันและอาหารเสริม ที่มีจุดขายและจุดแตกต่าง คือ  1.สินค้านวัตกรรม 2.การผลิตระดับดีเยี่ยมที่เกินมาตรฐาน และ 3.วัตถุดิบคุณภาพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เคนยากุเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ให้แก่เจ้าของธุรกิจ และบริษัทผู้จัดจำหน่าย (Distributors) ทั้งยา และอาหารเสริม มาอย่างมากมาย

โดยก่อนที่จะมาเป็นโรงงานรับจ้างผลิต คุณตุ้น หาญไกรพงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเคนยากุ เป็นหนึ่งในผู้นำเข้ายาจากต่างประเทศในระดับตำนาน ทำให้คนไทยเข้าถึงยาคุณภาพจากต่างประเทศ ญี่ปุ่น อเมริกา เยอรมนี ยุโรป  และจีน แต่ด้วยความต้องการให้คนไทยได้เข้าถึงยาดี การนำเข้ายาต่างประเทศด้วยราคาสูง จึงเริ่มไม่ตอบโจทย์ความตั้งใจของ คุณตุ้น หาญไกรพงศ์ อีกต่อไป

ซึ่งหลังจากนี้คือเรื่องราวความเป็นมาของเคนยากุ ที่เรากำลังจะได้เรียนรู้ประสบการณ์จากทายาทรุ่นสองไฟแรง อย่าง คุณพีรภพ หาญไกรพงศ์ ประธานกรรมการ และ คุณภูรพัฒน์ หาญไกรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคนยากุ (ประเทศไทย) จำกัด

จุดเปลี่ยนและวิกฤต สร้างเส้นทางใหม่

Business+: ช่วยเล่าที่มาที่ไปของ ‘เคนยากุ’ ให้เราทราบหน่อย

คุณภูรพัฒน์: “ก่อนจะมาเป็นเคนยากุ คุณตุ้น หาญไกรพงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเคนยากุ คุณปู่ของเรา เป็นผู้นำเข้ายาจากต่างประเทศ มาขายให้กับร้านขายยา คลินิก และโรงพยาบาล แต่ด้วยกำแพงภาษียานำเข้าที่สูงมากในตอนนั้น จึงคิดหาวิธีทำให้คนไทยเข้าถึงโอกาสในการหาซื้อยาที่ราคาจับต้องได้

บริษัท เคนยากุ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้น ในปี 1979 โดยเป็นบริษัทผลิตยาจากการร่วมมือของคุณตุ้น คุณหมอพินิจ สุคนธมาน และนักลงทุนชาวญี่ปุ่น ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท และการนำเอานวัตกรรมการผลิตยาล้ำสมัยจากประเทศญี่ปุ่นมาผลิตยาในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงตัวยาสำคัญใหม่ ๆ ในราคาที่จับต้องได้ และการันตีคุณภาพ”

คุณพีรภพ: “ในช่วงแรก เคนยากุรับผลิตยาอย่างเดียว โดยมีแค่ 2 ช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเรา คือ บริษัท Asian TJD Enterprise บริหารงานโดยบริษัทจากญี่ปุ่นทั้งหมด และ บริษัท ชูมิตร 1967 จํากัด ขายสินค้ากลุ่มยาสามัญ ยาวิตามิน ยามะเร็ง เครื่องมือทันตกรรมและอาหารเสริม

ต่อมาปี 2007 เคนยากุก็ได้ทำการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ด้วยนักลงทุนญี่ปุ่นถอนหุ้นออกไป บริษัทชูมิตรเข้ามาถือหุ้นรายใหญ่แทน นำทีมโดยคุณตุ้น ผู้ร่วมก่อตั้ง จากการค้าขายเพียง 2 ช่องทางที่ไม่สมดุลกับซัพพลาย เล็งเห็นว่าการบริหารแบบเก่าไม่อาจพาเคนยากุก้าวต่อไปได้ในอนาคต บวกกับวิสัยทัศน์ของคุณตุ้น ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มาอย่างช่ำชอง เคนยากุก็ได้รับการปรับโฉมธุรกิจใหม่”

Business+: รื้อระบบปรับโครงสร้างใหม่เลย?

คุณภูรพัฒน์: “ใช่ครับ เราทบทวนเส้นทางที่เคนยากุจะก้าวต่อไปในอนาคต จึงต้องมีการเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ เปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการ เพื่อให้การทำงานมีระบบ และประสิทธิภาพมากขึ้น

จากเดิมที่เป็นบริษัทรับจ้างผลิตยาอย่างเดียว เคนยากุก็เริ่มมีการติดต่อช่องทางการจัดจำหน่ายรายใหม่ ๆ พร้อมทั้งการจัดตั้งทีมขาย ติดต่อกับทางร้านขายยา คลินิก และ โรงพยาบาล

พอปรับผังองค์กรใหม่ เราก็ฟอร์มทีมใหม่  โดยคัดพนักงานรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีพลังที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เข้ามาสร้างความสดใหม่ให้กับองค์กร

 

Business+: ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนั้น ในแง่ของการบริหารภายนอกเป็นอย่างไรบ้าง

คุณพีรภพ: เรามีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญในงานสายการผลิตที่ดีอยู่แล้ว แต่ยังต้องเพิ่มเติม โดยนำระบบเข้ามาจัดการเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อเรียนรู้ศึกษาข้อมูล อาทิ Marketing and Sales, บัญชีการเงิน, การผลิต เพื่อที่จะทำให้กระบวนการการผลิตได้ดีขึ้น พร้อมทั้งมีการปรับรื้อต้นทุนสินค้า พัฒนาเรื่องการทำการตลาด และเพิ่มช่องทางการขายใหม่

นี่เป็นการเรียนรู้เพื่อให้เคนยากุอยู่รอดในสถานการณ์ที่บัญชีติดตัวแดงและไม่มีความรู้เรื่องการขายเลย เนื่องจากอยู่ในส่วนของการผลิตอย่างเดียวมาตลอด และการร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมทำให้เราเรียนรู้ว่า เราต้องเพิ่มลูกค้าใหม่ โปรดักชั่นต้องดีอย่างไร บัญชีการเงินต้องดำเนินการอย่างไร รวมถึงการส่งพนักงานไปศึกษา อบรม และสัมมนา เพื่อกลับมาพัฒนา บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และมีเป้าหมายในธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงสามารถแข่งขันกันได้

ในด้านการผลิต เราได้มีการคิดต้นทุนสินค้า หาจุดเด่นของสินค้าทั้งหมดและเลือกตัดสินค้าที่ไม่ได้สร้างกำไร จากรายการผลิต ที่มีอยู่กว่า 200 SKU คงเหลือรายการที่เคลื่อนไหวและสร้างรายได้กว่า 70 SKU โดยเน้นกลุ่มวิตามิน เกลือแร่ ที่มีนวัตกรรม รวมทั้งยากลุ่มจิตเวช

คุณภาพ นวัตกรรม ความเชี่ยวชาญ นำไปสู่เส้นทางเติบโตก้าวกระโดด

Business+: จุดเด่นของเคนยากุคือ นวัตกรรมการผลิตยา และตำรับยาแผนจีน

คุณภูรพัฒน์: ถูกต้องครับ แม้ว่านักลงทุนจากญี่ปุ่นจะถอนทุนไป แต่เราได้รับการถ่ายทอดนวัตกรรมการผลิตซึ่งเป็น Know How ของญี่ปุ่น เช่น ยาวิตามินเคลือบน้ำตาล ซึ่งการเคลือบเม็ดยาถึง 7 ชั้น ถือเป็นจุดขายของเรา และขายดีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเราเป็นผู้ผลิตรายเดียวในประเทศไทย

คุณพีรภพ: “และนอกจากที่ผู้ร่วมก่อตั้งได้นำเข้ายาหลายขนาน ทั้งยาสามัญ ยาแผนโบราณ หรือเหล้ายาจากจีนมาจำหน่าย บวกกับเรายังมีพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศ และได้ไปศึกษาดูงานที่โรงงานพาร์ทเนอร์บ่อยครั้ง ทำให้รู้จักสารสกัดต่าง ๆ มากมายที่จะนำมาใช้ในสินค้า

และเคนยากุยังเป็นผู้นำสารสกัดจากโสมลำดับต้น ๆ ที่นำมาใช้กับอาหารเสริมเป็นรายแรก ๆ โดย Lockspec สารสำคัญ Ginsenoside ที่มีสัดส่วนสมดุล เห็นผลลัพธ์ในการใช้ชัดเจน มีงานวิจัยรับรอง เหมาะสมกับคนไทย โดยใช้นวัตกรรมการสกัดสารสำคัญจากประเทศเยอรมัน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ลูกค้าและผลิตสินค้ากันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้

พูดได้ว่าเราเชี่ยวชาญการผลิตยาแผนปัจจุบัน และอาหารเสริมด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ในระดับแถวหน้าของตลาดเลย และการไปดูโรงงานผลิตต่างประเทศ ก็ทำให้เราได้เห็นถึงการใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตได้รวดเร็วและตรวจสอบคุณภาพของสินค้าได้ในทุกกระบวนการ จึงได้มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและยกระดับโรงงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับต่างประเทศ ในโรงงานยาแผนปัจจุบันและโรงงานอาหารเสริม

นอกจากนั้นแล้ว เคนยากุได้ให้ความสำคัญกับการวิจัย โดยจัดตั้ง ทีมงาน R&D ขึ้นมาเสริมเพื่อสรรหา ค้นหา วัตถุดิบนวัตกรรม และพัฒนาสินค้าที่มี Value Added พัฒนาสูตรตำรับ พร้อมติดตามผลลัพธ์ในการใช้ อีกทั้งเรามีแผนการออกสินค้าใหม่นำเสนอให้แก่ลูกค้า จึงได้สรรหาแหล่งวัตถุดิบคุณภาพ ไม่ว่าจากประเทศจีน ยุโรป หรือจากทั่วทุกมุมโลก ว่ามีจุดเด่น จุดต่าง และจุดขายอย่างไร จนเราสามารถพัฒนายาจิตเวชเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย และได้มีการทำ BE (Bioequivalence) หรือการศึกษาชีวสมมูลในมนุษย์ ที่ครองตลาดมากว่า 10 ปี

 

Business+: โรงงานผลิตอาหารเสริมที่มีคุณภาพเกินมาตรฐาน คือ Key Success ในเส้นทางผลิตอาหารเสริม

คุณพีรภพ: “ใช่ครับ เพราะเราทำมาตรฐานโรงงานอาหารเสริมเทียบเท่าโรงงานยาแผนปัจจุบันเลย เราลงทุนไปร้อยกว่าล้านบาทเพื่อเสาะหาเครื่องจักรที่ได้คุณภาพตามต้องการและทัดเทียมระดับโลก ซึ่งโรงงานผลิตยา ได้มาตรฐาน GMP, PIC/S (Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme มาตรฐานการผลิตยาที่ดี ที่ใช้เป็นกฎหมายในทวีปยุโรป) และยกมาตรฐานนี้ไปใช้กับ การผลิตอาหารเสริม ซึ่งถือว่าเกินมาตรฐานที่ประเทศไทยตั้งไว้ และนับเป็นโรงงานมาตรฐานระดับต้น ๆ ของประเทศ เพื่อรองรับมาตรฐานใหม่ ๆ เนื่องจากตอนนั้น (ปี 2015) ยังไม่มีใครกล้าลงทุนปรับปรุงโรงงานผลิตอาหารเสริมได้มากเท่านี้

โดยส่วนของโรงงานนอกจากมาตรฐาน PIC/S แล้ว ก็ยังได้รับมาตรฐาน ISO9001, HACCP มีทั้งพื้นที่ระบบปิดและการควบคุมอุณหภูมิ เพื่อผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐานที่สุด ซึ่งนำกระบวนการต่าง ๆ ก็ใช้รูปแบบเดียวกับโรงงานยา เพื่อรองรับมาตรฐาน GMP, PIC/S ซึ่งทาง อย. อาจจะมีการบังคับใช้ในอนาคตด้วย และมาตรฐานนี้ทำให้เราสามารถขายสินค้าไปได้ทั่วโลก”

Business+: มีจุดเปลี่ยนอื่นไหมที่ทำให้เราฮึดสู้ ยกระดับตัวเองได้ขนาดนี้

คุณภูรพัฒน์: “จริง ๆ แล้วมีครับ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เรามีลูกค้ารายใหญ่ที่เข้ามาดูโรงงาน แต่กำลังการผลิตของเราไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงได้มีการทบทวนโครงการต่าง ๆ พร้อมศึกษาหาข้อมูล และลงทุนในการพัฒนา ปรับเปลี่ยนโรงงานครั้งใหญ่”

คุณพีรภพ: “อีกทั้ง ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ที่เชื่อมั่นในตัวเรา มองว่าความเชี่ยวชาญและศักยภาพของเรา สามารถไปต่อได้อีกยาวไกล ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานั้นธุรกิจ MLM กำลังเฟื่องฟูมาก ๆ การผลิตก็โตตาม ลูกค้าเห็นโอกาส เราเองก็เห็น ทุกอย่างเหมาะสมกัน เราจึงพัฒนามาตรฐานโรงงานผลิตอาหารเสริมให้สูงขึ้นจนเกินมาตรฐาน”

 

Business+: พัฒนามาไกลขนาดนี้ วาง Roadmap ไว้อย่างไรบ้าง

คุณพีรภพ: “เคนยากุยังถือเป็น SME ขนาดกลาง ด้วยนวัตกรรมและวัตถุดิบคุณภาพที่เรามี เป็นจุดแข็งของเคนยากุ อีกทั้งการจับ Niche Market ทำให้เราไม่มีคู่แข่งมาป่วนตลาด และการที่เรามีไอเดียผลิตไม่เหมือนคนอื่น ลูกค้าที่ต้องการความแปลกใหม่มากคุณภาพก็ต้องมาผลิตที่เรา และทำให้เราได้ยอดขายใหม่ ๆ ทุกปี”

คุณภูรพัฒน์: “ส่วน Roadmap ของเราคือ การเป็นผู้นำทางด้านตลาดสุขภาพแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่เราเป็นผู้ผลิตยาแผนปัจจุบัน ต่อมาเพิ่มไลน์ธุรกิจมาเป็นผู้ผลิตอาหารเสริม และจะต่อยอดเป็นผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพร และจะเติบโตไปในด้านของสกินแคร์ ครีมบำรุงผิว เครื่องสำอาง ไปพร้อม ๆ กับการดำนินการให้เป็น Hub สุขภาพ”

มุ่งสู่ Wellness Hub

Business+: ตั้งแผนงาน Wellness Hub ไว้อย่างไรบ้าง

คุณพีรภพ: “สำหรับเรื่องสมุนไพร เราอยากผลักดันให้สมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ การที่เราผลิตยาและอาหารเสริมต่าง ๆ บวกกับวัตถุดิบที่เรานำเข้ามาจากต่างประเทศ จึงมีแนวคิดว่าประเทศไทยก็สามารถทำวัตถุดิบไทยให้เป็นที่ยอมรับของโลกได้เช่นกัน เราจึงกำลังติดต่อกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นำเอางานวิจัยมาดำเนินการพร้อมต่อยอดออกไป

โดยจะเริ่มต้นจากการสกัดสมุนไพรขึ้นมาก่อน แล้วจึงค่อยนำไปประยุกต์ใช้ในยาหรือเวชสำอางต่อไป โดยใน 2 – 3 ปีนี้ เรามีแผนที่จะเปิดโรงงานสกัดสมุนไพรนี้ขึ้นมาด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคได้รักษาสุขภาพโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียว ก่อนจะดำเนินการเรื่องการทำเครื่องสำอาง และกลายเป็น Wellness Hub ในที่สุด”

 

Business+: แตกไลน์การผลิตเพื่อเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาด?

คุณพีรภพ: “ถือว่าใช่ด้วยครับ ด้วยธุรกิจ เราต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาและเสาะหานวัตกรรมและสิ่งใหม่ ๆ มาให้พาร์ทเนอร์และผู้บริโภคอยู่แล้ว อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้เราต้องเตรียมรับมือในหลายด้าน เคนยากุให้ความสำคัญในเรื่องของ R&D พัฒนาสินค้าใหม่ ๆ และใส่ใจในการพัฒนาทั้งตลาดเดิมคือยาแผนปัจจุบันและตลาดสมุนไพร”

คุณภูรพัฒน์: “ในแง่ของสมุนไพร เคนยากุมีองค์ความรู้ที่เต็มเปี่ยม พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญในแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทย อีกทั้งยังมีนวัตกรรมใหม่ในการผลิต ในอนาคตที่เราจะสร้างโรงงานสกัดสารจากสมุนไพร เราก็เตรียมที่จะใช้บุคลากรจากแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทยเพื่อให้เกิดตำรับยาที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย

ซึ่งเหมาะกับการที่เราต้องขยายไลน์ธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางรายได้และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในยุคสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้เรามีแผนดำเนินการต่อไปยังการผลิตเครื่องสำอางและสกินแคร์ต่าง ๆ  รวมถึงการส่งออกสารสกัดจากสมุนไพร เพื่อทำให้สมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับของนานาชาติตามที่เราตั้งเป้าไว้”

Business+: วางแผนงานในส่วนของการตลาดไว้อย่างไรบ้าง

คุณภูรพัฒน์: “สำหรับคนที่อยากจะมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เคนยากุขอให้คุณมีความมุ่งมั่นที่ชัดเจน เเล้วเราจะร่วมกันสร้างแบรนด์ไปพร้อมกับคุณ

เราพร้อมยกระดับแบรนด์สินค้าของคุณให้โดดเด่น เเตกต่าง และสื่อสารถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างชัดเจน

เคนยากุดูเเลลูกค้า ตั้งเเต่คิดสูตร ขึ้นทะเบียน ออกแบบบรรจุภัณฑ์และผลิตสินค้าพร้อมจำหน่าย ที่มีการควบคุมคุณภาพ ประกันคุณภาพอย่างเข้มงวด ด้วยทีมเภสัชกร

ด้วยหลักจรรยาบรรณ เราจะผลิตสินค้าให้ถูกต้องตามกฏหมาย เพื่อให้สินค้าของลูกค้าเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการสร้างสินค้าที่มีจุดเด่น มีผลงานวิจัยรับรอง และเห็นผลลัพธ์ในการใช้ที่ชัดเจน แล้วยังได้สูตรที่ไม่ซ้ำใคร

อีกทั้งเคนยากุ ยังเสริมด้วยทีมการตลาดมืออาชีพ ที่ร่วมกันสร้างแบรนด์อย่างเป็นขั้นตอน ร่วมวางแผนกลยุทธ์ หาช่องทางการตลาดและการขาย เชื่อมต่อธุรกิจ On-Line On-Air 0n-Ground ในทุกช่องทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

 

ครอบครัวเคนยากุ

Business+: เห็นว่าเคนยากุมีแต่พนักงานรุ่นใหม่ และดูแลกันเป็นครอบครัวใหญ่

คุณภูรพัฒน์: “จากการที่เราปรับวิธีการบริหารองค์กรใหม่ เรารับแต่พนักงานที่มีประสบการณ์ มีศักยภาพ พร้อมเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ ไปด้วยกันอย่างมีความสุข และสนุกในการทำงาน ตอนนี้มีพนักงาน 150 คน ส่วนใหญ่อยู่ในส่วนการผลิต, แผนก QC, R&D และแผนกบริหาร”

คุณพีรภพ: “ที่บอกว่าดูแลกันเหมือนครอบครัว เราอยากให้คนทำงานมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดี และมองว่าบริษัทฯ เป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 เราได้มีการสอบถามความต้องการจากพนักงาน มีปรับสถานที่ จัดมุมสบาย ๆ ให้พนักงานได้ใช้เป็นที่พักผ่อน และกิจกรรมสวัสดิการในโครงการต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบ ใน Happy Work place

จึงเป็นที่มาของโครงการ Happy work place อาทิ

  • โครงการ Festival เป็นกิจกรรมในเทศกาลสำคัญต่าง ๆ เช่น วันเกิด สงกรานต์ ท่องเที่ยวประจำปี งานเลี้ยงปีใหม่
  • โครงการ Big Smile เป็นกิจกรรมสานสัมพันธ์ ดูแลห่วงใยกันในยามเจ็บป่วย เยี่ยมเยียนพนักงานที่ตั้งครรภ์ หรืองานมงคลต่าง ๆ
  • โครงการ Sport Society เป็นกิจกรรมส่งเสริมให้พนักงานได้หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย
  • โครงการเกษตร เป็นการสร้างอาชีพให้พนักงานหลักเลิกงาน และเป็นโครงการนำร่องในการปลูกพืชสมุนไพร โดยมีโรงเรือนขนาดย่อมในการปลูกสมุนไพร
  • โครงการคลินิกการเงิน เคนยากุร่วมมือกับธนาคารออมสิน ช่วยเหลือพนักงานที่มีปัญหาเรื่องการเงิน และให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีโครงการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษา ให้พนักงานมีระดับการศึกษาที่สูงขึ้น พร้อมให้โอกาสไปศึกษาดูงานในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อพัฒนา Multi-Skill ความเชี่ยวชาญ และนำความรู้ ประสบการณ์ เพื่อให้สามารถเติบโตในสายอาชีพได้

คุณภูรพัฒน์:  หากพนักงานมีความสุขกับการทำงานแล้ว ก็จะสร้างผลงานที่มีคุณภาพ และช่วยกันขับเคลื่อนให้องค์กรก้าวหน้าต่อไปอย่างรุ่งเรืองได้ครับ”

แม้จะเป็นองค์กรที่ก่อตั้งมากว่า 40 ปี แต่หัวใจในการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ ๆ ทำให้เคนยากุก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดยาและอาหารเสริมคุณภาพระดับแถวหน้า เพราะพาร์ทเนอร์พร้อมที่จะส่งต่อผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ผลิตโดยเคนยากุส่งตรงถึงมือผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้ทำให้เส้นทางการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรเริ่มต้นขึ้นแล้ว