PTG เปิดแผนปี 2569 ลงทุน 4,500 ล้าน โฟกัสธุรกิจ Non-Oil ตั้งเป้ายอดขายกาแฟพันธุ์ไทยทะลุ 10,000 ล้าน

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 พร้อมวางกลยุทธ์ใหม่เพื่อขยายบทบาทของธุรกิจจากผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน ไปสู่การเป็นระบบนิเวศบริการที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านการเติบโตของธุรกิจ Non-Oil ควบคู่กับการรักษาการเติบโตของธุรกิจน้ำมัน

โดยคุณรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ PTG ระบุว่า ในปี 2569 บริษัทเตรียมงบลงทุนรวมประมาณ 4,000–4,500 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจในหลายด้าน โดยบริษัทตั้งเป้าปริมาณการขายน้ำมันในปีนี้ เติบโตประมาณ 3–5% จากปี 2568 ที่ มียอดขายน้ำมันรวมมากกว่า 7,000 ล้านลิตร

ภายใต้งบลงทุนดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Max World Touchpoints เป็นมากกว่า 7,000 จุดทั่วประเทศ จากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 6,126 จุดบริการ โดยเครือข่ายดังกล่าวประกอบด้วยสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,300 แห่ง ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีเป้าหมายขยายสู่กว่า 3,000 สาขา ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ อีกมากกว่า 200 แห่ง ธุรกิจ LPG มากกว่า 800 แห่ง รวมถึงบริการ Non-Oil และธุรกิจอื่น ๆ อีกกว่า 950 จุดบริการ

สำหรับกาแฟพันธุ์ไทย บริษัทตั้งเป้ายอดขายของกาแฟพันธุ์ไทยไว้ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 6,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า

โดยบริษัทกำหนดเป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 37% ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่ประมาณ 45% ในปี 2569 และมีโอกาสขยับขึ้นใกล้ระดับ 50% ในปี 2570

ทั้งนี้ ทิศทางของ PTG ที่ต้องการปรับโครงสร้างรายได้ในระยะยาว ลดการพึ่งพาธุรกิจน้ำมัน และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Non-Oil ให้มากขึ้น อยู่ภายใต้แผนการพัฒนา “Max World Ecosystem” ซึ่งเป็นโครงสร้างธุรกิจที่มีเป้าหมายเชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและบริการด้านไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน โดยปัจจุบัน Ecosystem ของบริษัทประกอบด้วย 13 แบรนด์ในเครือ เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายบริการมากกว่า 6,000 Touchpoints และฐานสมาชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านคน

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ PTG ระบุว่า บริษัทเน้นการขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในทุกพื้นที่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสถานีบริการน้ำมัน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก รวมถึงบริการด้านไลฟ์สไตล์

การขยายเครือข่ายดังกล่าวไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มจำนวนสาขา แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของผู้คนเกิดขึ้น

นอกจากการขยายเครือข่ายบริการทางกายภาพแล้ว PTG ยังพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง MaxMe Application เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อบริการต่าง ๆ ภายในกลุ่มบริษัทไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ปัจจุบันแอปพลิเคชันดังกล่าวเชื่อมต่อกับพันธมิตรกว่า 650 ราย ครอบคลุมจุดให้บริการมากกว่า 2.6 ล้านจุด ในหลายหมวดหมู่ของการใช้ชีวิต ตั้งแต่อาหาร การเดินทาง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ไปจนถึงบริการทางการเงิน

แผนการลงทุนในปี 2569 การขยายธุรกิจ Non-Oil และการพัฒนา Max World Ecosystem จึงถือเป็นการปรับบทบาทจากผู้ให้บริการพลังงาน ไปสู่เครือข่ายบริการที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น