ข้อมูลผลประกอบการปี 2568 ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ 6 บริษัทในตลาดหุ้น เป็นไปทางเดียวกันคือ กำไรลดลงทุกบริษัท จากตลาดที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัว

บริษัทที่มีรายได้สูงสุดในกลุ่มคือ ซึ่งมีรายได้ 37,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% จากปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลง 14% เหลือ 4,317 ล้านบาท โดยพึ่งพาโครงการแนวราบเป็นหลักถึง 93% ขณะที่คอนโดมีสัดส่วนเพียง 4% เท่านั้น
ด้าน Sansiri มีรายได้ 34,940 ล้านบาท ลดลง 11.6% และมีกำไร 4,513 ล้านบาท ลดลง 14.1% โดยที่แหล่งรายได้ค่อนข้างกระจายอยู่ในหลายประเภท โดยบ้านเดี่ยวมีสัดส่วน 37% และคอนโดฯ 31% ขณะที่รายได้จากบริการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอื่น ๆ คิดเป็น 15%
ฝั่ง Supalai มีรายได้ 24,772 ล้านบาท ลดลง 22.5% และกำไรสุทธิ 4,015 ล้านบาท ลดลงถึง 35.1% โครงสร้างรายได้ยังคงมาจากบ้านและทาวน์เฮ้าส์เป็นหลักถึง 76% ส่วนอาคารชุดมีสัดส่วน 20%
อีกบริษัทที่มีรายได้ระดับสองหมื่นล้านบาทคือ Land and Houses โดยมีรายได้ 21,919 ล้านบาท ลดลง 15.7% และกำไรสุทธิ 3,716 ล้านบาท ลดลง 32.3% โดยโครงสร้างรายได้บ้านเดี่ยวคิดเป็น 56% รายได้จากค่าเช่าและบริการรวมถึงธุรกิจอื่น ๆ อีกถึง 38% ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจากการถือหุ้นประมาณ 30% ใน บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ก็ลดลงเหลือ 1,826 ล้านบาทในปี 2568 จากผลประกอบการที่แย่ลงของ HMPRO
ขณะที่ SC Asset มีรายได้ 20,576 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน ลดลง 0.3% แต่กำไรลดลง 10.1% เหลือ 1,533 ล้านบาท รายได้หลักมาจากโครงการแนวราบถึง 84% ส่วนคอนโดฯ มีสัดส่วนเพียง 7%
บริษัทที่ผลกำไรหดตัวแรงที่สุดคือ Pruksa Holding ที่เป็นรายเดียวในกลุ่มที่พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน โดยมีรายได้ 14,983 ล้านบาท ลดลง 28.6% และขาดทุนสุทธิ 540 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 456 ล้านบาท โครงสร้างรายได้มาจากทาวน์เฮ้าส์ 30% บ้านเดี่ยว 28% คอนโด 24% และธุรกิจเฮลท์แคร์จากเครือ รพ. วิมุต รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ อีก 18%
สรุปแล้ว ภาพรวมปี 2568 ของทั้ง 7 บริษัทสะท้อนสภาพตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังไม่ฟื้น จากกำลังซื้อที่อ่อนลงและการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดที่อยู่อาศัยไทย
ที่มา: SET, MD&A ของแต่ละบริษัท
The Business Plus บิสิเนสพลัส

