ภาคอีสานนอกจากจะเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในไทยแล้วยังเป็นฐานที่ตั้งของบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งที่สร้างรายได้ระดับพันล้านบาทและจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

กลุ่มแรกคือธุรกิจวัสดุก่อสร้างรายใหญ่อย่าง บมจ. สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) จากจังหวัดร้อยเอ็ด ทำรายได้ปี 2567 สูงถึง 33,015 ล้านบาท กำไร 2,377 ล้านบาท ส่วน 9 เดือนแรกปี 2568 มีรายได้ 24,571 ล้านบาท กำไร 1,534 ล้านบาท
ขณะที่ บมจ. ดูโฮม (DOHOME) จากอุบลราชธานี มีรายได้ปี 2567 ที่ 31,345 ล้านบาท กำไร 674 ล้านบาท และ 9 เดือนปี 2568 ทำรายได้ 22,337 ล้านบาท กำไร 504 ล้านบาท
ด้านอุตสาหกรรมเกษตร บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) จังหวัดบุรีรัมย์ ทำรายได้ปี 9 เดือนปี 2568 อยู่ที่ 23,120 ล้านบาท กำไร 1,489 ล้านบาท ส่วนบมจ. น้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR) มีรายได้ช่วง 9 เดือนปี 2568 ที่ 5,343 ล้านบาท กำไร 398 ล้านบาท
ฝั่งพลังงานชีวภาพ บมจ. อุบล ไบโอ เอทานอล (UBE) จากอุบลราชธานี มีรายได้ปี 2567 จำนวน 6,544 ล้านบาท กำไร 253 ล้านบาท แต่ 9 เดือนปี 2568 ขาดทุน 60 ล้านบาท จากรายได้ 4,078 ล้านบาท
ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ บมจ. พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง (PCSGH) จังหวัดนครราชสีมา ทำรายได้ปี 2567 ที่ 3,240 ล้านบาท กำไร 632 ล้านบาท และ 9 เดือนปี 2568 รายได้ 2,289 ล้านบาท กำไร 438 ล้านบาท
ด้านแปรรูปมันสำปะหลัง บมจ. พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช (PQS) จากมุกดาหาร มีรายได้ปี 2567 จำนวน 2,749 ล้านบาท กำไร 241 ล้านบาท แต่ 9 เดือนปี 2568 ขาดทุน 47 ล้านบาท จากรายได้ 1,469 ล้านบาท
ขณะที่ธุรกิจอาหารขบเคี้ยว บมจ. เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี (CHAO) นครราชสีมา ทำรายได้ปี 2567 ที่ 1,593 ล้านบาท กำไร 133 ล้านบาท และ 9 เดือนปี 2568 รายได้ 1,020 ล้านบาท กำไร 24 ล้านบาท
ทั้งนี้ เศรษฐกิจอีสานไม่ได้มีแค่ภาคเกษตรแบบดั้งเดิม แต่ยังครอบคลุมอุตสาหกรรมดั้งเดิมอื่น ๆ ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง ยาง น้ำตาล พลังงานชีวภาพ ชิ้นส่วนยานยนต์ ไปจนถึงอาหารแปรรูป อีกด้วย
ที่มา: SET, เว็บไซต์แต่ละบริษัท
The Business Plus บิสิเนสพลัส

