Home / TOP Series / Top Company / MTL “ปรับตัวและเติบโต บนสิ่งที่ควบคุมไม่ได้” : Thailand Top Company Awards 2020 : รางวัลอุตสาหกรรมประกันภัย

MTL “ปรับตัวและเติบโต บนสิ่งที่ควบคุมไม่ได้” : Thailand Top Company Awards 2020 : รางวัลอุตสาหกรรมประกันภัย

“ปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ โรคระบาด หรืออะไรก็ตามที่ไม่สามารถควบคุมได้ ถือเป็นสิ่งที่ทุกภาคอุตสาหกรรมต้องเจอและหาวิธีรับมือ ถ้าองค์กรไหนปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือได้ทัน ก็จะถือว่าเป็น ‘ผู้รอดชีวิต’ ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง”


เศรษฐกิจที่ตกอยู่ในสภาวะผันผวนอย่างรุนแรง ส่งผลให้หลายธุรกิจถูกแช่แข็ง แต่สำหรับ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ภายใต้การนำของ สาระ ล่ำซำ ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลับพลิกให้ธุรกิจมีการเติบโตที่มากขึ้นกว่าเดิม ดังนี้

  • เบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ (New Business Premium) เติบโต 14% เมื่อเทียบกับปี 2561
  • เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก (First Year Premium) เติบโต 30% เมื่อเทียบกับปี 2561
  • เบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง (Health and Critical Illness) เติบโต 11% เมื่อเทียบกับปี 2561

สาระบอกถึงสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตภายใต้ตลาดที่ผันผวน ก็คือกลยุทธ์ที่เน้นการปรับตัวหลาย ๆ เรื่อง แต่ก็ไม่ทิ้งสิ่งที่เป็น Tradition เช่น การขายประกันแบบ Face to Face เพราะเรื่องของประกันเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน ยังต้องคงหลักการที่ต้องให้คำอธิบาย และส่งมอบความเชื่อใจ แต่ก็จะมีช่องที่ต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปปรับใช้ด้วย เพื่อที่จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ในปี 2563 ซึ่งถือเป็นปีที่มีสิ่งนอกเหนือการควบคุมสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจโลก หรือโรค Covid-19 สาระมอง Direction สำหรับปีนี้ไว้ว่า

“ผมคิดว่าสิ่งที่จะเป็นเทรนด์จริง ๆ คือเรื่องของสุขภาพ ซึ่งเรื่องของสุขภาพไม่ใช่เกิดจากเรื่องโรคระบาด Covid-19 เพียงอย่างเดียว จริง ๆ เรื่องสุขภาพได้รับความนิยมก่อนหน้านี้มาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว คนไทยตื่นตัวไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ ในเรื่องของการมีหลักประกันในส่วนของสุขภาพ โรคร้ายแรง ดูแลตัวเองมากขึ้น ซื้อประกันตรงกับความต้องการเฉพาะตัว ซึ่งเรื่องของความเฉพาะตัวเหล่านี้ ผมมองว่าเป็นเทรนด์ปีนี้สำหรับธุรกิจประกันชีวิต รวมถึงเมืองไทยประกันชีวิต ผมให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาแบบประกันให้ตอบสนองความต้องการหลายแบบ และในเรื่องของความคุ้มครองยังถือเป็นปัจจัยหลักอยู่เสมอ โดยเฉพาะตอบโจทย์ในเรื่องของมรดก การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย เรื่องของหลักประกันให้คนข้างหลัง

ในขณะเดียวกัน เราได้ทำรูปแบบประกันที่เป็นเซกเมนต์ย่อยลงมาเรื่อย ๆ เป็นแบบที่ก้าวข้ามความเป็น Basic ประกันรูปแบบเดิม ๆ เช่น ผู้เอาประกันสามารถมีส่วนร่วมได้ สุขภาพดีได้รับเบี้ยลด นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน แต่ไม่ใช่กับทุกแบบ ซึ่งแล้วแต่ว่าลูกค้าต้องการสมัครใจร่วมแบบไหน”

นอกจากนี้เมืองไทยประกันชีวิตยังมีโจทย์ที่จะต้องทำเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า นั่นคือ Everyday Life Partner สาระเล่าว่า

“โจทย์ของเราในวันนี้คือ ทำอย่างไรที่เราจะเป็น Everyday Life Partner เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งเรื่องพัฒนาการในเชิงผลิตภัณฑ์แบบประกัน พัฒนาการในเชิงของการบริการ รวมถึงเรื่องของดิจิทัล เทคโนโลยี เรื่องของการนำ Data Analytics เข้ามา และมีการเสริมพัฒนาการใน Skill ของคน เพราะไม่ว่าอย่างไรคนก็ยังต้องอยู่คู่กับธุรกิจ แต่สามารถที่จะใช้องค์ประกอบทางดิจิทัลร่วมไปด้วย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ดีที่สุด”