Home / MANAGEMENT & STRATEGIES / GOVERNANCE / ฝ่าคลื่น Disrupt สื่อไทย : ผ่าแผนกลยุทธ์ ARIP
ภาพรวมมูลค่าธุรกิจ สื่อไทย -ARIP

ฝ่าคลื่น Disrupt สื่อไทย : ผ่าแผนกลยุทธ์ ARIP

ในปี 2020 เศรษฐกิจของไทยขยายตัวน้อย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสื่อถูกคลื่นซัดกระหน่ำ สร้างท้าทายมากกว่าอุตสาหกรรมอื่น

คลื่นลูกแรกคือการที่สื่อเดิมถูก Disrupt หัวนิตยสารและสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ล้มหายตายจาก ผู้รอดคือผู้ที่ปรับตัวเข้ามาสู่ Platform Digital ส่วนคลื่นลูกต่อไปสื่อดิจิทัลที่กลายมาเป็น Red Ocean ต้องแข่งกันที่ใครจะเป็นผู้กุมหัวใจผู้บริโภคได้ดีกว่ากัน

 

 

ภาพรวมมูลค่าธุรกิจ สื่อไทย

การแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดเป็นไปอย่างดุเดือด สื่อโทรทัศน์และสื่อดิจิทัลยังคงเป็นสื่อที่ครองสัดส่วนการตลาดสูงสุด ในขณะที่สื่อวิทยุและหนังสือพิมพ์มีสัดส่วนลดลงไปเรื่อย ๆ สอดคล้องกับข้อมูลจาก We are Social และ Hootsuite ว่าคนไทยครองอันดับ 1 ใช้เวลากับสื่อดิจิทัลมากที่สุดในโลก ถึงวันละ 9.38 ชั่วโมง จึงทำให้สื่อดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าจะเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับสื่อประเภทอื่น

 

ส่องกลยุทธ์ สื่อไทยปรับตัวอย่างไร?

มาดูกันที่บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ให้บริการคอนเทนต์และสื่อด้านธุรกิจ ไอที และไอซีที รวมถึงเป็นผู้จัดงาน Commart งานแสดงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่จัดขึ้นมายาวนานเข้าสู่ปีที่ 21 และตั้งเป้าว่าจะขึ้นเป็นผู้นำพร้อมสู้คลื่นลูกที่ 2 ในอุตสาหกรรมสื่อ

กลยุทธ์ที่นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แห่ง ARIP ได้เน้นไปที่ Audience Centric หรือ ให้ผู้รับสารเป็นศูนย์กลาง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ และกลุ่มที่เฉพาะเจาะจง ด้วยการปรับตัวพร้อมเชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์ม ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยนำไปใช้กับธุรกิจในเครือ 

 

ธุรกิจในเครือ ARIP

 

จากเดิม Commart thailand จะอัพเดตเนื้อหาเฉพาะเมื่อจะจัดงาน Commart แต่ปัจจุบัน มีความเป็น Buyer guide มากขึ้น เป็นช่องทางช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าไอทีได้ง่ายขึ้น ผ่านเนื้อหาที่จะรีวิว ทดสอบ และเปรียบเทียบอุปกรณ์ไอที

เชื่อมโยงไปกับสื่อออนไลน์ TechHub  ที่ Rebrand มาจาก ARIPFAN จะให้ความรู้และวิธีแก้ปัญหาการใช้งานสินค้าไอทีต่าง เช่น วิธีปรับแต่งคอมพิวเตอร์ให้เร็วขึ้น เสมือนเป็นเนื้อหาดูแลหลังการขาย ช่วยสนับสนุนผู้บริโภคแต่ก็ยังเหมาะสมกับผู้ลงโฆษณาที่ TechHub จะช่วยสร้าง Brand loyalty ให้ผู้ซื้อเกิดความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ พร้อมที่จะซื้อสินค้าซ้ำ

ส่วนด้านงาน Commart เน้นสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้เดินชมงาน ให้คุ้มค่ากว่าการเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยสินค้ามีครบ จบในงานเดียว ประกันความน่าเชื่อถือ หยิบจับเลือกสินค้าได้ด้วยตัวเอง และสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าชนิดเดียวกัน แต่ร้านต่าง จะมีโปรโมชั่นพิเศษ (โปรลับ) ที่หาได้เฉพาะในงานต่างกัน ถือเป็นการกระตุ้นการแข่งขันระหว่างร้านค้า ที่ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ไปเต็ม ซึ่งบรรยากาศทั้งหมดนี้หาไม่ได้ในการซื้อออนไลน์

นิตยสารและสื่อออนไลน์ Business+ ก็จะมีการปรับเนื้อหาให้เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ จากเดิมที่มุ่งเพื่อผู้บริหารระดับสูง เปลี่ยนเป็นเน้นเชื่อมโยงนักธุรกิจรุ่นเก๋าและนักธุรกิจรุ่นใหม่ ด้วยบทความที่กลั่นกรองมาจากการสัมภาษณ์ถึง Mindset และประสบการณ์ของเหล่าผู้ประสบความสำเร็จ ด้วยเนื้อหาย่อยง่ายให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง พร้อมเสริมข้อมูลด้านเทคโนโลยีที่พัฒนาการประกอบธุรกิจ

ธุรกิจ Digital Agency ที่รับพัฒนาแผนการตลาดให้กับลูกค้า และ Online Education อย่าง Wisimo เป็นการต่อยอดความเชี่ยวชาญในการทำ Content ที่ชูด้านความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น พร้อมใช้กลยุทธ์ Audience Centric ใน Content ของตัวเอง ให้ผู้บริโภคชื่นชมส่งผลให้ลูกค้าสนใจและต้องการที่จะมี Content อย่างนี้ด้วย โดย Digital Agency จะฟังความเห็นของลูกค้าในลักษณะการเป็น Partner เป้าหมายของลูกค้าจะเป็นเป้าหมายเดียวกับบริษัท

ส่วน Wisimo พัฒนาระบบการเรียนรู้ให้เป็นไปในแบบที่ Entertrain มากขึ้น เช่น มี VDO, Motion Graphic และ Business Scenario รวมถึง Gamification ช่วยให้ผู้เรียนสนุกสนาน ได้สาระความรู้ไปพร้อมกัน

ARIP ยังเปลี่ยนโลโก้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี เพื่อตอบรับกับกลยุทธ์ที่ยกผู้ฟังให้เป็นจุดศูนย์กลาง เพราะการปรับเปลี่ยนนี้ใช้เป็นตัวอักษรพิมพ์เล็ก สีดำ และ Orange Glorious สีส้มโทนที่ดูทันสมัยแต่เข้าถึงง่าย เพื่อความเป็นกันเองกับผู้บริโภคมากขึ้น

 

บุญเลิศ นราไท ARIP