อยากรู้มั้ยว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมาคนไทยเปิดบริษัทอะไรมากที่สุด?

ถึงแม้ว่าตัวเลข GDP ของไทยในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2567 จะขยายตัวเพียงแค่ 1.5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าทีมเศรษฐกิจของไทยได้คาดการณ์เอาไว้ ทำให้คาดการณ์ GDP ทั้งปีจะเหลือ 2-3% จากเดิมคาดการณ์ไว้ว่าอาจเติบโตสูงสุดที่ 3.2% นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจในบ้านเรายังฟื้นตัวช้าโดยเฉพาะในภาคการเกษตร และการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน

แต่เมื่อมามองการจัดตั้งธุรกิจในเดือนเมษายน เรากลับพบข้อมูลว่า มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่จำนวนมาก ซึ่งข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือน เม.ย.67 มีจำนวน 6,530 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 489 ราย หรือ 8.09% และมูลค่าทุนจดทะเบียน 27,271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,374ล้านบาท หรือ 30.50%

โดยธุรกิจที่มีการจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 565 ราย คิดเป็นสัดส่วน 8.66% ของจำนวนการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือน เม.ย.67

ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 455 ราย คิดเป็นสัดส่วน 6.97% ของจำนวนการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือน เม.ย.67

ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 329 ราย คิดเป็นสัดส่วน 5.04% ของจำนวนการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือน เม.ย.67

ซึ่งธุรกิจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการจัดตั้งใหม่นั้น มีหลากหลายประเภท เช่น ทำอาคารให้เช่า บ้าน คอนโด สำนักงานให้เช่า รีสอร์ท โรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งไม้ยืนต้น ที่นา ไร่ สวน หรือที่ดินที่จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับทำเกษตรกรรมโดยเฉพาะก็เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

นอกจาก 3 กลุ่มธุรกิจนี้แล้ว ยังมีอีก 2 ธุรกิจที่มีการจัดตั้งเติบโตโดดเด่น นั่นคือ ธุรกิจโฆษณา-ผลิตภาพยนตร์

– ธุรกิจเกี่ยวกับกิจกรรมของบริษัทโฆษณา เช่น การให้บริการด้านการออกแบบสร้างสรรค์การผลิตสิ่งต่างๆ ที่ใช้ในการโฆษณา การวางแผนและการซื้อสื่อโฆษณาในเดือน เม.ย.67 มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่จำนวน 106 ราย และมีแนวโน้มเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจที่ 32.50% เพิ่มขึ้น 26 ราย จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจที่จัดตั้งใหม่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) 100% แสดงให้เห็นถึงธุรกิจขนาดย่อยสามารถการเข้าสู่อุตสาหกรรมโฆษณาได้มากยิ่งขึ้น โดยธุรกิจโฆษณามีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางบวก การเติบโตของสื่อดิจิทัลที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ธุรกิจเกิดการแข่งขันกันสูงผู้ประกอบการจึงต้องใช้โฆษณาเข้ามาช่วยดึงดูด สร้างการรับรู้ให้แก่ลูกค้าหันมาสนใจสินค้าหรือบริการ

– ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจดาวเด่นที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็นที่น่าสนใจและสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 67 มีธุรกิจผลิตภาพยนตร์ที่จดทะเบียนนิติบุคคลจำนวน 56 ราย เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอุตสาหกรรมหนังไทยมีการเปิดกว้างในความหลากหลายทางเพศมากขึ้น โดยพระเอกที่มาช่วยพัฒนาวงการนี้คือ ซีรีส์วาย เป็นคอนเทนต์ที่สื่อถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จำกัดเพศ เปิดกว้างในการนำเสนอความรักในรูปแบบต่างๆ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซีรีส์วายสามารถสร้างมูลค่าในธุรกิจผลิตภาพยนตร์ให้กลับมาสร้างกำไรได้อย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นยังสร้างเม็ดเงินขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโฆษณา การสร้างมูลค่าจากตัวนักแสดงให้ไปเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิด ธุรกิจจัดกิจกรรม (Event) และธุรกิจท่องเที่ยว ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้ผลิตซีรีส์วายกว่า 177 เรื่อง สามารถสร้างกระแสความนิยมเรื่อยมาและขยายกลุ่มลูกค้าในวงกว้างจนสามารถส่งออกไปขายยังตลาดต่างประเทศได้

เขียนและเรียบเรียง : พรรณรุ้ง คุ้มพงษ์พันธ์
ที่มา : Setsmart
ติดตามผ่าน TikTok ได้ที่ : https://www.tiktok.com/@thebusinessplus
Line Business+ : https://lin.ee/pbIHCuS