จากร้านขายยาแผนโบราณขนาดเล็กบนถนนจักรวรรดิในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์ยาธาตุน้ำขาวที่คนไทยแทบทุกบ้านรู้จัก “ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน” ไม่ได้เป็นเพียงยาสามัญประจำบ้าน หากแต่คือภาพสะท้อนการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปของอุตสาหกรรมยาไทย ที่ใช้เวลากว่า 8 ทศวรรษ สร้างความเชื่อมั่น จนก้าวขึ้นเป็นธุรกิจเวชภัณฑ์ที่มีรายได้ระดับพันล้านบาทในปัจจุบัน

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2485 เรื่องราวของยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน เริ่มต้นจากการก่อตั้ง บริษัท ห้างยาไทย จำกัด โดย คุณไร่เฮง เจียมจรรยา และ คุณสุนันท์ เจียมจรรยา (ภรรยา) ผู้ก่อตั้งได้เปิดร้านขายยาทั่วไปและยาแผนโบราณบนถนนจักรวรรดิ อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนคร ซึ่งต่อมาคือกรุงเทพมหานคร
เมื่อกิจการร้านขายยาเริ่มเติบโตและเป็นที่รู้จักมากขึ้น บริษัทได้ขยายบทบาทจากการค้าปลีก ไปสู่การจำหน่ายยาแผนปัจจุบันประเภท ก. หรือ ร้านขายยาแผนปัจจุบัน มีเภสัชกร ควบคู่กับการนำเข้ายาสำเร็จรูปและเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ภายใต้ชื่อทางการค้าว่า “ห้างยาไทย” ซึ่งนับเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของธุรกิจยาแผนปัจจุบันในเวลาต่อมา
ในปี พ.ศ. 2488 ผู้ก่อตั้งมองเห็นโอกาสในการลดการพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ จึงเริ่มแนวคิดผลิตยาแผนปัจจุบันขึ้นใช้เองภายในประเทศ และในปีเดียวกัน บริษัทได้ผลิตยาแผนปัจจุบันรายการแรก คือยาถ่ายพยาธิภายใต้ชื่อการค้า “วอม”
ช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้นเอง ยังเป็นจุดกำเนิดของการคิดค้น พัฒนา และผลิต “ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ บริษัทยังได้เริ่มจำหน่าย “เอโม-วิต ยาบำรุงเม็ดสีแดง” เป็นครั้งแรกในประเทศอีกด้วย
เมื่อความต้องการยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2499 บริษัทจึงขยายกำลังการผลิต ด้วยการก่อสร้างโรงงานผลิตยาแผนปัจจุบันแห่งใหม่บนถนนอิสรภาพ แขวงโพธิ์สามต้น อำเภอบางกอกใหญ่ จังหวัดธนบุรี ซึ่งต่อมาได้รวมเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร
โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงรองรับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสูตร “เอโม-วิต” ให้สามารถผลิตได้เองภายในประเทศ ทดแทนการนำเข้า อีกทั้งยังถือเป็นการผลิตยาเม็ดชนิดเคลือบน้ำตาลขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย สะท้อนความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการผลิตยาในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน
ต่อมา เมื่อธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทจำเป็นต้องยกระดับโครงสร้างการผลิตให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2511 จึงได้ก่อสร้างโรงงานผลิตยาแห่งใหม่บนถนนสุขสวัสดิ์ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทั้งสำนักงานและโรงงานผลิตยารักษาโรคแผนปัจจุบันที่ทันสมัย และนับเป็นหนึ่งในโรงงานที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุดในช่วงเวลานั้น
ในปีถัดมา พ.ศ. 2512 บริษัทได้ก่อตั้ง ห้างหุ้นส่วนจำกัด บี เมด ฟามาซูติคอล (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น บริษัท บี เมด ฟามาซูติคอล จำกัด) เพื่อทำหน้าที่ด้านการตลาดและการจัดจำหน่ายยาแผนปัจจุบันโดยเฉพาะ บริษัทในเครือนี้มีบทบาทสำคัญในการกระจายผลิตภัณฑ์ยามากกว่า 100 รายการ ไปยังร้านขายยา โรงพยาบาล และคลินิกทั่วประเทศ เสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายธุรกิจของห้างยาไทยในระยะยาว
ช่วงปี พ.ศ. 2530–2534 บริษัทได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรและเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง ตั้งแต่ บริษัท ทรัสตี้ ดรักส์ จำกัด ก่อนจะกลับมาใช้ชื่อ บริษัท ห้างยาไทย จำกัด อีกครั้ง ซึ่งสะท้อนความพยายามในการจัดระเบียบองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยาในยุคนั้น
ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 บริษัท ห้างยาไทย 1942 จำกัด ได้เริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตยาแห่งใหม่ภายในนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรองรับระบบคุณภาพตามมาตรฐานสากล GMP PIC/S และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในปี พ.ศ. 2556 บริษัทได้ต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “วัน” ซึ่งเป็นวิตามินและเกลือแร่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพที่หลากหลายของผู้บริโภคมากขึ้น
ท้ายที่สุด ในปี พ.ศ. 2559 บริษัทได้ปรับโครงสร้างองค์กรอีกครั้ง พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บอส ฟาร์มาแคร์ จำกัด โดยรวมบทบาทด้านการวิจัย พัฒนา การผลิต การตลาด และการจัดจำหน่ายไว้ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการเติบโตในระยะยาว
ความแข็งแกร่งของแบรนด์สะท้อนผ่านสถานะผู้นำตลาดอย่างชัดเจน โดยในปี พ.ศ. 2563 ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบินมีส่วนแบ่งตลาดยาธาตุน้ำขาวสูงถึง 99% ตอกย้ำการเป็นผลิตภัณฑ์ยาสามัญที่แทบไม่มีคู่แข่งในตลาดเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 1,117.76 ล้านบาท แม้รายได้จะลดลง 0.88% แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้น 3.44% อยู่ที่ 604.47 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรง
ตลอดเวลากว่า 8 ทศวรรษ ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบินเติบโตจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหลายรุ่น จากร้านยาขนาดเล็กบนถนนจักรวรรดิ สู่ธุรกิจเวชภัณฑ์รายได้ระดับพันล้านบาท ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการขยายตัวอย่างรวดเร็ว หากแต่เกิดจากคุณภาพ มาตรฐานการผลิตที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการปรับตัวให้ทันบริบทอุตสาหกรรมตลอดเวลา
ที่มา : เว็บไซต์บริษัท , DBD
The Business Plus บิสิเนสพลัส
