สำรวจเผย เกือบสองในสามชี้ ความพยายามฉ้อโกงต่อผู้ใช้บริการมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

กรุงเทพฯ (11 มีนาคม 2026) — ผลสำรวจล่าสุดในกลุ่มผู้นำทีมบริหารจัดการการทุจริต ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของธนาคารไทย พบว่า การทลายเครือข่ายบัญชีม้าที่กระจายตัวอยู่ตามสถาบันการเงินหลายแห่ง ยังคงเป็นความท้าทายหลักในการปฏิบัติงานในประเทศไทย ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมาก (87%) ยอมรับว่าธนาคารของตนยังคงประสบปัญหาในการระบุตัวบัญชีม้า ในขณะที่ผู้บริหารระดับ C-suite ถึง 78% รายงานว่าความสูญเสียจากการฉ้อโกงยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“จากทั้งหมด 12 ภูมิภาคที่เราสำรวจ ระดับความสูญเสียจากการฉ้อโกงที่รายงานในประเทศไทยนั้นอยู่ในระดับที่น่าตกใจ” โธมัส พีค็อก ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลเชิงลึกด้านการฉ้อโกงระดับโลกของ BioCatch กล่าว “4 ใน 5 ของผู้นำระดับสูงในธนาคารไทยระบุว่าองค์กรของตนสูญเสียเงินให้กับการฉ้อโกงมากกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 155 ล้านบาท) ทุกปี ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค และเกินกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริหารระดับ C-level ทั้งหมดที่ร่วมการสำรวจในประเทศไทยระบุว่าความสูญเสียจากการฉ้อโกงรายปีของธนาคารตนสูงกว่าเกณฑ์นี้ และ 55% รายงานว่าความสูญเสียรายปีนั้นสูงกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 310 ล้านบาท)”
การสำรวจนี้จัดทำโดย BioCatch ผู้นำด้านการให้บริการโซลูชันการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงิน ผ่านการวิเคราะห์และจดจำรูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์ โดยผลสำรวจระบุว่า ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยเกือบสองในห้า หรือกว่า 39% ไม่ได้ประเมินว่ามาตรการควบคุมการฉ้อโกงหรือทุจริตที่ใช้อยู่มีประสิทธิภาพมากพอ โดยให้คะแนนเพียง 5 เต็ม 10 หรือต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเพียง 10% ที่ระบุว่าธนาคารของตนกำลังยกระดับระบบป้องกันการทุจริตอย่างจริงจัง แต่ 85% ระบุว่ากำลังศึกษาและเตรียมนำโซลูชันใหม่ ๆ มาใช้งาน

มาดี สันติชัยอนันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและดูแลลูกค้าประจำประเทศไทย (ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) BioCatch กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการฉ้อโกง การหลอกลวง และกิจกรรมบัญชีม้าข้ามธนาคารที่มีการทำงานประสานกันในระดับที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน การโอนเงินแบบเรียลไทม์ การหลอกลวงให้ควบคุมเครื่องจากระยะไกล และเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ทำให้เวลาที่เรามีในการปกป้องลูกค้านั้นลดลงเหลือเพียงไม่กี่วินาที การสำรวจนี้ยืนยันสิ่งที่พวกเราหลายคนรู้สึกทุกวัน นั่นคือ ความเสี่ยงนี้ใหญ่เกินกว่าธนาคารใดธนาคารหนึ่งจะรับมือได้เพียงลำพัง การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยการตรวจจับที่รวดเร็วขึ้น ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และแนวทางที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทั่วทั้งระบบนิเวศทางการเงินของไทย”
ประเด็นสำคัญอื่น ๆ จากผลสำรวจ

- ความเสี่ยงของการชำระเงินแบบเรียลไทม์: ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 92% มองว่าการโอน หรือชำระเงินแบบทันทีเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงในระดับสูงมาก หรือปานกลาง
- ให้คุณค่ากับการวิเคราะห์ด้านพฤติกรรม: ผู้นำในภาคธนาคารไทยมองว่าโซลูชันที่อาศัยการวิเคราะห์พฤติกรรมมีคุณค่าสูง โดย 76% ระบุว่าธนาคารของตนใช้งานโซลูชันแบบดังกล่าวอยู่แล้ว หรืออยู่ระหว่างประเมินเพื่อพิจารณานำมาใช้
- การตรวจสอบต้องใช้เวลา: มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 24% หรือไม่ถึงหนึ่งในสี่ ที่ระบุว่าธนาคารสามารถสืบสวนหรือตรวจสอบเคสฉ้อโกงได้ครบถ้วนภายใน 1 วัน
- ความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์น่ากังวลกว่าความเสียหายทางการเงิน: ผู้ตอบแบบสำรวจ 73% หรือเกือบสามในสี่ ระบุว่า ความเสี่ยงต่อชื่อเสียงจากการทุจริตและมิจฉาชีพ เป็นประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าผลกระทบทางการเงิน
The Business Plus บิสิเนสพลัส

