Home / HAPPENING / ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จัดงาน “Business Matching ” ช่วยธุรกิจไทยขยายเข้าสู่ตลาดจีน

ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จัดงาน “Business Matching ” ช่วยธุรกิจไทยขยายเข้าสู่ตลาดจีน

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2020  ธนาคารแห่งประเทศจีนในฐานะ “พันธมิตรทางกลยุทธ์”เพียงรายเดียวและเป็น “องค์กรสนับสนุนการให้บริการที่ครอบคลุมด้านการธนาคาร”  ได้จัดงาน“ Trade and Investment Matchmaking conference of The Third CIIE signing ceremony (Shanghai)” ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2020 ภายใต้คำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศจีนสำนักงานใหญ่และธนาคารแห่งประเทศจีน (ฮ่องกง) โดยได้รับการสนับสนุนจาก สถานทูตจีนประจำประเทศไทย สมาคมหอการค้าไทยจีน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข บริษัท C.C.I.C ( THAILAND) จำกัด บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด  บริษัท ไฮเออร์ (ประเทศไทย) จำกัด ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) (ธนาคาร) ได้จัดงาน China International Import Expo Trade and Investment Matchmaking Conference ครั้งที่ 3โดยอาศัยความสัมพันธ์จากสาขาของธนาคารแห่งประเทศจีน 30 แห่ง ในการแสดงศักยภาพของธนาคารแห่งประเทศจีน  ความเชี่ยวชาญ ข้อได้เปรียบในประโยชน์ด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการจัดงานการประชุมในครั้งนี้

นายหวัง หงเหว่ย ประธานกรรมการของธนาคาร กล่าวว่าทางธนาคารมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการค้าและการลงทุนทวิภาคีระหว่างประเทศจีนกับประเทศไทยอย่างยาวนาน หวังว่าในอนาคตจะสามารถกระชับความร่วมมือกับรัฐบาลไทย หอการค้าและสถานประกอบการต่างๆ เพื่อที่จะช่วยองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กของไทยให้ใช้แพลตฟอร์มการจับคู่ทางธุรกิจที่ทางธนาคารจัดตั้งขึ้นและสามารถนำธุรกิจเข้าสู่ตลาดจีนได้   ขยายคู่สัญญาและเพิ่มขีดจำกัดของการร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศทั้งสองภายในบริบทการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19  โดยทางธนาคารหวังว่าจะสามารถนำพาองค์กรธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในไทยเข้าร่วมงาน China International Import Expo และการจับคู่การค้าและการลงทุนข้ามพรมแดนครั้งที่สี่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนในปีหน้า นายหลิน ฉู่ชิน ประธานหอการค้าไทย-จีนกล่าวว่า ทางหอการค้าไทย-จีน ได้จัดให้สมาชิกเข้าร่วมงาน China international Import Expo และการจับคู่ทางธุรกิจและการลงทุนข้ามพรมแดนที่จัดโดยธนาคารแห่งประเทศจีนเป็นครั้งที่สามแล้ว โดยทั้งสององค์กรถือเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน ซึ่งในอนาคตจะมีการขยายขอบเขตบริษัทไทยที่เข้าร่วมงาน ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศจีนกับประเทศไทย ทางด้านนางจาง จื้อหง เลขานุการระดับสูงของฝ่ายเศรษฐกิจการค้าของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย ชี้ว่าการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการค้าระหว่างจีนและไทยมีแนวโน้มที่จะมีความแน่นแฟ้นกันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคCOVID-19 ในปี 2020 นักธุรกิจไทยไม่สามารถเข้าร่วมงานที่เซี่ยงไฮ้ได้ ธนาคารจึงจัดประชุมจับคู่ทางธุรกิจออนไลน์ ช่วยบริษัทไทยเข้าร่วมกับ CIIE และเข้าถึงผู้ประกอบการจีน ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน – ไทย นอกจากนี้นางจาง จื้อหงก็กล่าวขอบคุณทางธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) สำหรับความพยายามในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างจีนและไทย

นาย วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริม SMEs ของไทยกล่าวว่า ตลาดจีนเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับ SMEs ไทย โดยทางสำนักงานหวังว่าจะได้ส่งเสริมความร่วมมือกับทางธนาคารต่อไปเพื่อสนับสนุน SMEs ไทยให้เข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้นในอนาคต นายสกรรจ์ แสนโสภา นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกตกต่ำภายใต้การแพร่ระบาดของโรคCOVID-19 แต่ตลาดจีนเป็นตลาดที่มีการเติบโตมากที่สุดในโลก โดยการประชุมจับคู่ทางธุรกิจในครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดการขยายตัวทางการตลาดระหว่างบริษัทของทั้งสองประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้ผู้ประกอบการไทย “ไม่ต้องเดินทาง” ก็สามารถติดต่อกับผู้ประกอบการจีนได้ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการส่งเสริมการส่งออกด้วย

เพื่อให้การประชุมทางแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท หัวเว่ย (ประเทศไทย) ได้ใช้เทคโนโลยี 5G ในการสนับสนุนระบบการประชุมผ่านคลาวด์ โดยนระบบดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดปัญหาทางการสื่อสารจากระบบที่แตกต่างกัน  นอกจากนี้บริษัทไฮเออร์ (ประเทศไทย) ยังได้ให้การช่วยเหลือในส่วนของอุปกรณ์ส่งสัญญาณวิดีโอทางแพลตฟอร์มออไลน์ที่มีความละเอียดสูงซึ่งกลายเป็นไฮไลต์สำคัญ และเป็นการแสดงให้นักธุรกิจไทยเห็นถึง “เทคนิค-ความเป็นมืออาชีพ-ความแม่นยำ” และได้รับการยกย่องอย่างมากในการประชุมจับคู่ธุรทางกิจครั้งนี้ โดยบรรดาบริษัทที่มาร่วมการจับคู่ทางธุรกิจครั้งนี้ได้แก่ บริษัท เบทาโกร (ไทย) จำกัด ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทในประเทศจีนโดยมีความตั้งใจที่จะขยายตลาดด้วยการส่งออกวัตถุดิบไปประเทศจีน นอกจากนี้บริษัท Better Arts Group ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน CIIE จากธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง โดยการเข้าร่วมทั้งสองครั้งต่างก็ได้รับผลลัพธ์อันเป็นที่น่าพอใจอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากการจัดงานดังกล่างของธนาคารที่กรุงเทพแล้ว ก็ได้มีการจัดการจัดคู่ทางธุรกิจผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ในเชียงใหม่และหาดใหญ่เช่นกัน ทำให้มีการจับคู่ทางธุรกิจรวมทั้งสิ้น 180 คู่ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทไทยและจีน 60บริษัท ระหว่างบริษัทไทยและจีน มูลค่าธุรกิจที่คาดการกว่า 1 พันล้านบาท โดยครอบคลุมทั้งความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมธุรกิจที่หลากหลาย รวมทั้ง อาหาร ยา สิ่งทอ ยางพารา ฯลฯ รวมทั้งได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมากจากผู้ประกอบการจีนและไทยที่เข้าร่วม ในอนาคตธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) จะพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการทางการเงินที่ครบวงจร อีกทั้งยังพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะเป็นสะพานเศรษฐกิจและการค้าข้ามพรมแดนระหว่างบริษัทจีนและไทย เสริมสร้างประโยชน์ให้แก่ทั้งผู้ประกอบการจีนและไทย