OISHI EATERIUM : ALL YOU CAN EATZAKAYA

ลองจินตนาการดูว่า เมื่อร้านอาหารญี่ปุ่น ไม่ได้แข่งแค่รสชาติ แต่แข่งกันที่ “ประสบการณ์” คุณมองภาพของร้านอาหารแบบนี้ ออกไหม?

ถ้าจะบอกว่า OISHI EATERIUM ร้านอาหารในเครือไทยเบฟฯ กำลัง “รีเฟรมบทบาท” ของแบรนด์ใหม่ ก็คงไม่เกินจริงนัก เพราะการเปิดตัวแนวคิด ALL YOU CAN EATZAKAYA ในโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ สามย่านมิตรทาวน์ ต้องการตอบโจทย์ยุคสมัยของทานอาหารนอกบ้านอย่างจริงจัง

จากร้านอาหารญี่ปุ่นที่เคยถูกมองว่า เหมาะกับ “มื้อจริงจัง” หรือ “มื้อครอบครัว” แต่ OISHI EATERIUM ได้ขยับตัวเองไปสู่พื้นที่ใหม่ คือ พื้นที่ของการกิน ดื่ม แชร์ และสังสรรค์ ที่ไม่จำกัดจังหวะเวลาและรูปแบบการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ

มากกว่า 160 เมนู คือความหลากหลายที่จะมัดใจลูกค้า

หัวใจสำคัญของ ALL YOU CAN EATZAKAYA คือ “เมนู” และไม่ใช่แค่จำนวนที่มากกว่า 160 รายการ แต่คือการออกแบบพอร์ตอาหารให้รองรับพฤติกรรมการกินที่หลากหลาย ตั้งแต่คนที่อยากกินจริงจัง ไปจนถึงคนที่อยากสั่งกับแกล้ม แชร์กันหลาย ๆ อย่าง อาทิ

กลุ่มซูชิและซาชิมิ ตั้งแต่ซูชิปลาแซลมอน ทูน่า เอบิ ไข่หวาน ไปจนถึงซูชิฟิวชันและซูชิคำเล็ก ที่เหมาะกับการกินหลายรอบ ไม่อิ่มเร็ว ส่วนสายซาชิมิก็มีให้เลือกทั้งแซลมอน ทูน่า ปลาขาว และในแพ็กเกจระดับสูง จะได้สัมผัสวัตถุดิบคุณภาพอย่างโฮตาเตะ หรืออาหารทะเลพรีเมียมเพิ่มเติม

กลุ่มเทปปันยากิและเมนูร้อน นี่คือหมวดที่สะท้อนความเป็น “อิซากายะ” ชัดเจนที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่าง ซี่โครงหมู หมูย่างซอสญี่ปุ่น แฮมเบิร์กสเต๊ก เทปปันยากิซีฟู้ด ไปจนถึงเมนูร้อนที่เสิร์ฟสดใหม่จากครัว เหมาะกับการสั่งมาแบ่งกันบนโต๊ะ

ของทอดและของทานเล่น ตั้งแต่ปีกไก่ทอดสไตล์นาโกย่า ทาโกะยากิ โคร็อกเกะ เฟรนช์ฟรายส์ ไปจนถึงเมนูฟิวชันอย่างตอร์ติญ่า โดยทั้งหมดถูกออกแบบมาให้เป็น “comfort food” ที่กินง่าย แชร์สนุก และสั่งซ้ำได้เรื่อย ๆ

อาหารนานาชาติและเมนูฟิวชัน นี่คืออีกจุดที่ OISHI EATERIUM พยายามขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะคนที่กินอาหารญี่ปุ่นจ๋า แต่เปิดพื้นที่ให้คนในโต๊ะเดียวกันที่มีรสนิยมต่างกันได้กินร่วมกันอย่างไม่อึดอัด

ของหวานและเครื่องดื่ม ปิดท้ายด้วยของหวานหลากหลาย และเครื่องดื่ม ที่ไม่ได้เป็นแค่ “น้ำอัดลมในแพ็กเกจบุฟเฟต์” แต่ยกระดับขึ้นเป็น Drink Station แบบบาร์เปิด มีบาร์เทนเดอร์ผสมเครื่องดื่มแก้วต่อแก้ว เพิ่มมิติของการนั่งยาว ๆ แบบอิซากายะจริง

ราคาไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นกลยุทธ์

โครงสร้างราคา 3 ระดับ ประกอบด้วย 359 บาท++, 699 บาท++, และ 849 บาท++ และไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “ดันให้ลูกค้าเลือกแพ็กเกจแพงที่สุด” เท่านั้น แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกตามบริบทของตัวเอง

ขณะเดียวกัน การเปิดให้สั่งเมนูอาหาร “อะลาคาร์ท” เริ่มต้น 29 บาท ++ ภายในร้านเดียวกัน คือ กลยุทธ์ Hybrid Restaurant ที่ชัดเจนมาก เพราะช่วยดึงลูกค้าที่อาจไม่ได้อยากกินบุฟเฟต์ แต่ยังอยากใช้พื้นที่ร้านเป็นที่นั่งคุย พบปะ หรือแฮงเอาต์

ในเชิงบริหาร นี่คือการเพิ่ม Frequency of Visit และ Time Spent per Visit โดยไม่บังคับลูกค้าให้อยู่ในกรอบเดียว

บรรยากาศ ร้านอาหารที่ถูกออกแบบมาให้ “อยากอยู่”

การตกแต่งร้านด้วยโทนสว่าง โปร่ง โล่ง ผสมกราฟิกญี่ปุ่นร่วมสมัย และป้ายนีออน คือการส่งสารชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่ร้านบุฟเฟต์ที่มากินแล้วรีบกลับ แต่เป็นพื้นที่ที่ถ่ายรูปได้ นั่งคุยได้ และเหมาะกับทั้งมื้อกลางวันเร็ว ๆ หรือมื้อเย็นยาว ๆ หลังเลิกงาน

แล้วคุณควรไปร้านนี้ไหม? และคำตอบคือ ถ้าคุณมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเมนูให้เลือกเยอะจริง ไม่จำเจ นั่งได้นาน ไม่กดดันเรื่องเวลา เหมาะทั้งกินจริงจังและนั่งสังสรรค์ และสะท้อนความคิดเชิงธุรกิจของแบรนด์ที่ “เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค” OISHI EATERIUM – ALL YOU CAN EATZAKAYA คือร้านที่ควรไปลองอย่างยิ่ง…

เพราะนี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหารญี่ปุ่นอีกหนึ่งร้าน แต่คือกรณีศึกษาของแบรนด์ที่เข้าใจว่า ในวันที่ผู้บริโภคเลือกได้มากขึ้น รสชาติอาจทำให้มาครั้งแรก แต่ประสบการณ์เท่านั้นที่จะทำให้กลับมาอีกครั้ง…