ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์การดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายของคนไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และเป็นที่มาของวลีฮิตในปัจจุบัน ‘Health is the new wealth’ การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีกลายเป็นนิยามใหม่ของความมั่งคั่ง คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจกับสุขภาพอย่างจริงจัง เทรนด์เหล่านี้ล้วนผลักดันให้ตลาดอาหารเสริมและโปรตีนในไทยเติบโตตามไปด้วย

หากพูดถึงแบรนด์อาหารเสริมสัญชาติไทยที่ครองใจสายสุขภาพมาอย่างยาวนาน ชื่อของ Fitwhey (ฟิตเวย์) คือหนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยสโลแกน #โคตรเถื่อน ที่มาพร้อมภาพจำของความ “จริงใจ ตรงไปตรงมา และคุณภาพที่พิสูจน์ได้” เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ ‘แดนนี่’ ดนุพล ชิลลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์ ผู้เริ่มต้นธุรกิจจากคำถามเรียบง่ายว่า “ทำไมคนไทยต้องกินเวย์โปรตีนราคาแพงเกินจริง” และเปลี่ยนคำถามนั้นให้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตทะลุ 1,000 ล้านบาท ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี พร้อมสร้างยอดขายหลักร้อยล้านบาทบนแพลตฟอร์มลาซาด้า

จากคนรักการออกกำลังกาย สู่ผู้พลิกโฉมวงการเวย์โปรตีน
แรงบันดาลใจของ Fitwhey เกิดขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัวของคุณแดนนี่ที่หลงใหลในกีฬาเพาะกาย แต่กลับพบว่าเวย์โปรตีนในประเทศไทยช่วง 10 กว่าปีที่แล้ว มีราคาสูงเกินเอื้อมถึงกระปุกละ 5-6 พันบาท เมื่อเขามีโอกาสเดินทางไปสหรัฐอเมริกาและพบว่าต้นทุนที่แท้จริงไม่ได้สูงอย่างที่คิด เขาจึงเริ่มต้นนำเข้าเวย์โปรตีนมาแบ่งปันให้เพื่อนฝูงในราคาที่เหมาะสม
คำถามที่ว่า “ทำไมคนไทยต้องกินเวย์โปรตีนราคาแพงเกินจริง?” กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจก่อตั้ง Fitwhey.com ในปี 2552 ซึ่งเป็นหนึ่งในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซด้านอาหารเสริมรายแรก ๆ ของไทย เพื่อพิสูจน์ว่าสินค้าคุณภาพระดับสากลสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่สมเหตุสมผล
ยืนหยัดด้วยความซื่อสัตย์ สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการฟิตเนส
จากการคลุกคลีอยู่ในวงการอาหารเสริม คุณแดนนี่พบปัญหาที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่อาจไม่เคยทราบ นั่นคือการทำ Amino Spiking หรือการเติมกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มค่าปริมาณโปรตีนบนฉลาก ซึ่งไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการที่แท้จริง รวมถึงการเคลมสารอาหารเกินจริงในตลาด Fitwhey จึงอยากสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้านความโปร่งใสด้วยการใช้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab Guarantee) ที่รับรองว่าสารอาหารในผลิตภัณฑ์ตรงตามฉลากทุกประการ เพื่อยืนยันมาตรฐานคุณภาพให้กับลูกค้าอย่างชัดเจน
คุณแดนนี่กล่าวว่า “เราดำเนินธุรกิจจากคำว่า ซื่อสัตย์ต่อลูกค้ามาโดยตลอด ภายใต้แนวคิด Passion #99 Business #1 เพราะสินค้าที่ดีไม่จำเป็นต้องค้ากำไรเกินควร แต่ต้องมีคุณภาพตามที่เคลมจริง 100%” พร้อมตอกย้ำว่านี่คือมาตรฐานที่ Fitwhey ยึดถือมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี
เพื่อควบคุมมาตรฐานให้สมบูรณ์แบบที่สุด Fitwhey จึงตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานผลิตของตัวเอง แทนการจ้างผลิตภายนอก (OEM) เพื่อลดปัญหาการควบคุมรสชาติและคุณภาพ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและกวาดรีวิวในเชิงบวกจากผู้ใช้จริงเกือบเต็มทุกรายการ
‘โคตรเถื่อน’ ในแบบ Fitwhey ความจริงใจที่กล้าฉีกกรอบ
อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างให้ Fitwhey คือการสื่อสารแบรนด์ที่ชัดเจนและจริงใจ ผ่านความเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายของคุณแดนนี่ พร้อมด้วยสโลแกน ‘โคตรเถื่อน’ ซึ่งไม่ได้สื่อถึงความหมายที่ก้าวร้าว แต่สะท้อนความกล้าที่จะฉีกกรอบเดิม ๆ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการทำคอลแลบร่วมกับลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ระดับโลกอย่าง Godzilla และ Baki Hanma หรือการพัฒนาสินค้าที่เป็นกระแสไวรัล อาทิ เวย์โปรตีนรสต้มยำ เบียร์ หรือ ทุเรียน รวมถึงแคมเปญมาร์เก็ตติงสุดบ้าระห่ำเพื่อคืนกำไรให้ลูกค้าอีกมากมาย สร้างความตื่นเต้นและทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ
แม้จะเคยเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลต่อวงการฟิตเนสอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่ด้วยดีเอนเอความเป็น ‘ตัวจริง’ ที่ไม่เคยยอมแพ้ ทำให้ Fitwhey สามารถกลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำตลาดได้อีกครั้ง สร้างรายได้เติบโตจาก 500 ล้านบาท สู่ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี และครองตำแหน่งยอดขายอันดับ 1 บนลาซาด้าในปีที่ผ่านมา
เติบโตบนลาซาด้า ด้วยลูกค้าที่เชื่อในคุณค่า
นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง การขยายธุรกิจบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ Fitwhey โดยมีลาซาด้า เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญที่เชื่อมโยงแบรนด์สู่ฐานลูกค้าที่มองหาความคุ้มค่าในเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะบน LazMall ที่มีจุดแข็งด้านสินค้าแบรนด์ คุณภาพสูง และเชื่อถือได้ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Fitwhey ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานให้กับผู้บริโภค ทั้งนี้คุณแดนนี่มองว่า คุณภาพของสินค้าเป็นเพียงปัจจัยขั้นต้น แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือประสบการณ์โดยรวมที่ลูกค้าได้รับ ตั้งแต่การจัดส่งที่รวดเร็วแม้ในช่วงแคมเปญใหญ่ ไปจนถึงการรับประกันสินค้าเพื่อสร้างความมั่นใจและความภักดีต่อแบรนด์ ซึ่ง LazMall ช่วยส่งเสริมการเติบโตของ Fitwhey ได้อย่างลงตัว

อินไซต์ที่น่าสนใจคือลูกค้าบนแพลตฟอร์มนี้มีพฤติกรรมการซื้อที่เน้นกลุ่มสินค้าพรีเมียม อาทิ เวย์โปรตีนไอโซเลท (Whey Protein Isolate) และนิยมเลือกซื้อสินค้าขนาดใหญ่ เช่น 8 ปอนด์ หรือ 10 ปอนด์ ส่งผลให้มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์ (Basket Size) บนลาซาด้าสูงกว่าช่องทางอื่นถึง 1.5 เท่า ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ Fitwhey สามารถวางกลยุทธ์จัดการสินค้าได้อย่างแม่นยำ จนขึ้นแท่นแบรนด์ที่มียอดขายติดอันดับท็อปในหมวดสินค้าสุขภาพ (Sports Nutrition) ในช่วงเมกะแคมเปญ 11.11 ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ที่สุดแห่งปี 2568 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การใช้เครื่องมือไลฟ์ของลาซาด้าอย่าง LazLive ยังกลายเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารความจริงใจและให้ความรู้เรื่องสินค้ากับลูกค้าโดยตรง ทั้งหมดส่งผลให้ Fitwhey สามารถขยายการเติบโตบนลาซาด้าได้ถึง 2 เท่า ยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทได้อย่างรวดเร็ว
เป้าหมายต่อไปของ Fitwhey คือการส่งมอบคุณค่าที่ลูกค้ารู้สึกถึง “ความคุ้มค่าสูงสุดในทุกบาทที่จ่ายไป” พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์เวย์โปรตีนอันดับ 1 ในเอเชีย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคลของคนรุ่นใหม่ที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ซึ่งหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญสู่ความสำเร็จนี้ คือการจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจและเติบโตเคียงข้างกันอย่าง ลาซาด้า แพลตฟอร์มที่ไม่เพียงช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมโยงแบรนด์คุณภาพกับกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาคุณค่าได้อย่างแท้จริง
The Business Plus บิสิเนสพลัส

