Integrity หัวใจสำคัญของความเชื่อมั่นองค์กร เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของการ “ปฏิบัติตามกฎ”

คุณเคยสังเกตไหมว่า แม้จะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการสร้างระบบธรรมาภิบาล (Governance) และการผลักดันให้พนักงาน “ปฏิบัติตามกฎ” (Compliance) อย่างเคร่งครัด แต่หลายองค์กรก็ยังคงเผชิญกับปัญหาการทุจริต การประพฤติมิชอบ หรือปัญหาการคุกคามในที่ทำงาน (Harassment) อยู่เสมอ

ความจริงคือ การป้องกันด้วยกฎเพียงอย่างเดียวมีข้อจำกัด เพราะเมื่อเกิด “จุดตัดสินใจ” ที่ไม่มีคำตอบชัดเจน สิ่งที่ถูกทดสอบไม่ใช่ระบบ แต่คือ จริยธรรมและความซื่อสัตย์ของคนในองค์กร และนี่คือเหตุผลที่แนวคิด Integrity กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจและเติบโตอย่างยั่งยืน

Integrity คืออะไร และทำไมจึงสำคัญกว่า Compliance ?

Integrity หมายถึง ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ และความสอดคล้องระหว่างสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำ หรือที่เรียกว่า “คำพูดและการกระทำต้องไปในทิศทางเดียวกัน” มันคือการทำสิ่งที่ถูกต้องแม้ไม่มีใครเห็น และการตัดสินใจบนพื้นฐานของคุณค่าและจริยธรรม ไม่ใช่เพียงเพราะ “กฎบอกให้ทำ”

ต่างจาก Compliance ที่มักถูกตีความว่าเป็น “การทำตามกฎ” เพราะ Integrity คือ การเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องด้วยความสมัครใจ

Compliance vs Integrity มุมมองใหม่สำหรับผู้นำ

มิติเปรียบเทียบ Compliance (การปฏิบัติตามกฎ) Integrity (ความซื่อตรง)
แรงจูงใจ ถูกบังคับ, กลัวบทลงโทษ ถูกขับเคลื่อนจากภายใน, เลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง
ขอบเขต กฎหมาย, ข้อบังคับ, นโยบายที่ถูกเขียนไว้ ค่านิยม, จริยธรรม, มาตรฐานที่สังคมคาดหวัง
ลักษณะ เชิงรับ/เชิงลบ : “ห้ามทำสิ่งที่ไม่ดี” เชิงรุก/เชิงบวก : “เลือกทำสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม”
ผลลัพธ์ ป้องกันความเสี่ยง : รอดพ้นจากบทลงโทษ สร้างมูลค่า: สร้างความเชื่อมั่น, ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง

ที่ผ่านมา การเน้นที่ Compliance มักสร้างบรรยากาศที่พนักงานรู้สึกว่าถูกจำกัดและเต็มไปด้วยคำว่า “ห้าม…” ทำให้เกิดความเฉื่อยชาและ “ความรู้สึกไม่เป็นเจ้าของ” ในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามในทางกลับกัน Integrity จะช่วยเสริมสร้างความสามารถของพนักงานในการ “ตัดสินใจและกระทำการที่ถูกต้องด้วยตนเอง” โดยมีจริยธรรมเป็นแกนกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ “ไม่มีคำตอบที่ตายตัว” ในโลกธุรกิจที่ซับซ้อน

ขีดจำกัดของ Compliance และความท้าทายใหม่

แล้วทางออกในเรื่องนี้ ต้องบอกว่า การมุ่งเน้นที่ Compliance เพียงอย่างเดียว มีข้อจำกัดและไม่ตอบโจทย์ความท้าทายในปัจจุบัน ผู้เขียนอยากให้มองในมุมความคาดหวังของสังคมสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) ทำให้องค์กรถูกคาดหวังให้รับผิดชอบมากกว่าแค่การทำตามกฎหมาย แต่ต้องตอบสนองต่อข้อเรียกร้องและความคาดหวังของสังคมในวงกว้าง

ข้อต่อมา อยากให้มองในมุมข้อจำกัดของระบบ สื่อถึงแม้จะสร้างระบบตรวจสอบที่รัดกุมเพียงใด ก็ไม่สามารถควบคุมทุกสถานการณ์ได้ เพราะสุดท้ายต้องพึ่งพาการตัดสินใจของคนทำให้ การละเมิดก็จะยังคงเกิดขึ้นได้อยู่ดี และข้อสุดท้าย ให้มองในแง่ความเสี่ยงทางชื่อเสียงที่สูงขึ้น คือ โลกโซเชียลมีเดียทำให้การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมของพนักงานเพียงคนเดียวสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของบริษัทในพริบตาเดียว

การยกระดับ Integrity : การออกแบบพฤติกรรมและวัฒนธรรม

ผู้เขียนอยากจะบอกว่า การบ่มเพาะ Integrity ต้องอาศัยความพยายามทั้งใน ระดับบุคคล (การสร้างความตระหนักรู้) และ ระดับองค์กร (การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย) ดังตารางประกอบด้านล่างนี้

ระดับการดำเนินการ กลยุทธ์การออกแบบพฤติกรรม กิจกรรมที่สร้างผลกระทบสูง
ระดับบุคคล การเสริมสร้าง “อำนาจในการตัดสินใจเชิงจริยธรรม” ฝึกให้คิดอย่างลึกซึ้งถึงผลกระทบต่อผู้อื่น “Ethical Dilemma Case Study” Training : จัดอบรมที่ใช้กรณีศึกษาที่มีความขัดแย้งทางจริยธรรม (ไม่มีคำตอบถูก/ผิด) เพื่อฝึกให้พนักงานใช้ “พลังในการคิด” แทนการท่องจำกฎ
การสร้าง “อัตลักษณ์ทางวิชาชีพที่สูงส่ง” (Professional Identity) “Defining My Why” Workshop : ให้พนักงานสำรวจว่าตนเองต้องการเป็น “คนแบบไหน” ผ่านการทำงาน เพื่อให้การตัดสินใจในงานสอดคล้องกับความภาคภูมิใจในตนเอง
ระดับองค์กร “ผู้นำนำด้วยการกระทำ” (Lead by Example) แสดงออกว่าการทำสิ่งที่ถูกต้องสำคัญกว่าผลลัพธ์ระยะสั้น “Walk the Talk” by Executives : ผู้บริหารต้องสื่อสารและแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จะไม่ยอมประนีประนอมกับการทุจริตเล็กน้อย หรือการโกหก แม้ในสถานการณ์ที่กดดัน
การสร้าง “ความปลอดภัยทางจิตใจ” (Psychological Safety) เพื่อให้กล้าพูดในสิ่งที่ถูกต้อง “Speak-Up Culture” Initiative : สร้างช่องทางและกลไกที่ทำให้พนักงานมั่นใจว่า การตั้งคำถาม หรือการแจ้งความผิดปกติ จะไม่ส่งผลเสียต่อการประเมินหรือความก้าวหน้าในสายอาชีพ
การส่งเสริม “การแบ่งปันความขัดแย้งในใจ” “Integrity Check-ins” ใน 1-on-1 : ผู้นำควรถามคำถาม เช่น “สัปดาห์ที่ผ่านมา มีสถานการณ์ที่คุณรู้สึก สับสนในการตัดสินใจ หรือไม่ ?” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรึกษาหารือก่อนที่จะเกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด
การเชื่อมโยง Integrity กับระบบประเมิน “Integrity as a Performance Factor” : นำ “พฤติกรรมที่สอดคล้องกับค่านิยม” (เช่น ความกล้าหาญในการพูด, ความโปร่งใส) มาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผล ไม่ใช่เพียงแค่ผลลัพธ์ทางธุรกิจเท่านั้น

สู่การขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเชื่อมั่น

แน่นอนว่า การลงทุนใน Integrity คือการลงทุนในความน่าเชื่อถือ และความยืดหยุ่นขององค์กรในระยะยาว ซึ่ง BCon เข้าใจในความท้าทายนี้ และมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 60 ปีในการพัฒนาองค์กรและกว่า 20 ปีในการสนับสนุนด้าน Compliance และ Integrity ให้กับองค์กรชั้นนำมากกว่า 800 แห่งในประเทศญี่ปุ่น

หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ที่จะช่วยออกแบบและปลูกฝังวัฒนธรรม Integrity ในทุกระดับขององค์กร เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมวางแผนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้กับคุณ โปรดติดต่อ info@bcon.asia เริ่มต้นการสนทนาเชิงกลยุทธ์และค้นพบว่าการยกระดับ Integrity จะเปลี่ยนอนาคตขององค์กรคุณได้อย่างไร

เขียนและเรียบเรียง : สาวิตรี ตรีอรุณ Sales Executives บริษัท Business Consultants South East Asia Co., Ltd

ติดตาม Business+ : https://www.thebusinessplus.com/

Line Business+  : https://lin.ee/pbIHCuS

IG  : https://instagram.com/businessplus.th

Youtube : https://www.youtube.com/@thebusinessplus7829

#TheBusinessPlus #Businessplus #BusinessPlus #นิตยสารBusinessplus #Business