Home / BUSINESS ANALYTIC / 5 นวัตกรรมสู่การเปลี่ยนผ่านชีวิตเกษตรกร

5 นวัตกรรมสู่การเปลี่ยนผ่านชีวิตเกษตรกร

จากปัญญาประดิษฐ์ สู่อุตสาหกรรมเกษตรแบบแม่นยำ สู่อินเทอร์เน็ตของทุกสิ่ง การปรากฏขึ้นของเทคโนโลยีเหล่านี้มีศักยภาพเพียงพอที่เปลี่ยนแปลงการบริโภค การจัดการดูแล และการผลิตไปอย่างสิ้นเชิง และนี้คือ 5 นวัตกรรมซึ่งมีศักยภาพที่จะเข้ามาเชื่อมต่อชาวไร่และชาวนาเข้ากับทรัพยากรใหม่ ข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ และตลาด เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านชีวิตเกษตรกรจากนี้

1.ปรับปรุงการเข้าถึงไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความสูญเสียอาหาร

ไฟฟ้าแทบไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ายังมีคนอีกจำนวนมากเข้าไม่ถึง เกือบ 2 ใน 3 ของประชากรแอฟริกาใต้สะฮารา (ภูมิภาคที่มีพื้นที่อยู่ในทวีปแอฟริกาและอยู่ใต้ทะเลทรายสะฮารา โดยมีประเทศในภูมิภาค 54 ประเทศ มีประชากรรวมกันมากถึง 574 ล้านคน) ยังไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้า แม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคก็คือต้นทุน

ถ้าเราสามารถทำให้ชาวนาและชาวไร่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ในราคาไม่แพง ซึ่งเป็นพลังงานที่เชื่อถือได้และยั่งยืนที่สามารถทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายเล็กรายน้อยจำนวนมากทำเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การชลประทาน และการเก็บเกี่ยว ซึ่งมันจะทำให้พวกเขาสามารถใช้วิธีการที่ดีขึ้นในการเก็บรักษาและถนอมอาหาร เพราะฉะนั้นอาจจะสรุปได้ว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายเล็กเหล่านี้จะเข้ามามีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบอาหารโลกได้มากเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับการเข้าถึงไฟฟ้าของพวกเขานั้นเอง

2.เพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมต่อกับข้อมูลข่าวสารและความรู้ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงผลผลิตในฟาร์มของพวกเขา

สำหรับพวกเราหลาย ๆ คน การตื่นขึ้นมาพร้อมอินเทอร์เน็ตถือเป็นพื้นฐานของชีวิตอยู่แล้ว แต่ก็มีคนอีกจำนวนมากไม่น้อยกว่า 4,000 พันล้านคนในโลกใบนี้ ที่แม้แต่การเข้าถึงคำว่า เว็บไซต์ ยังไม่อาจทำได้ และชาวไร่ชาวนาจำนวนมากอาศัยอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ที่ซึ่งอาหารและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปถึง โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่ผู้หญิงซึ่งถือเป็นครึ่งหนึ่งของแรงงานในด้านนี้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้น้อยกว่าผู้ชาย

ถ้าความแตกต่างเหล่านี้หดแคบลง กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเหล่านี้ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา หรือแม้แต่ความต้องการของตลาดในขณะนั้น นั้นจะทำให้พวกเขาสามารถทำเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จังหวะเวลากลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการแข่งขัน รวมไปถึงการเข้าถึงข้อมูลแบบ Real-Time นี่คือการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริง การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจึงจำเป็นจะต้องเชื่อถือได้ ราคาไม่แพง และปลอดภัย

3.อุปกรณ์ไร้สายและแพลตฟอร์มจะเชื่อมต่อชาวนาและชาวไร่กับตลาด

การเชื่อมต่อไม่ใช่แค่เรื่องของการเข้าถึงข้อมูล แต่มันยังหมายถึงการเข้าถึงบริการ อย่างเช่น Mobile Banking ซึ่งจะทำให้ชาวนาชาวไร่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมากสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว อย่างการขอสินเชื่อเงินกู้ที่จำนวนมากของพวกเขายังขาดแคลนมัน เป็นต้น

ชาวนาชาวไร่ในประเทศอินเดียถือเป็นตัวอย่างของการได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงบริการเหล่านี้ ผ่านแอปพลิเคชัน Trringo สำหรับเช่ารถแทรกเตอร์ เนื่องจากในชนบทของอินเดียมีที่ดินการทำเกษตรจำนวนมาก และชาวนาชาวไร่ก็ต้องการใช้งานรถแทรกเตอร์ในบ้างครั้งบางคราวเท่านั้น และด้วยราคาที่สูงทำให้ยากจะซื้อมาเป็นเจ้าของเอง (ราคาในอินเดียขายกันประมาณ 250,000 รูปี – 1,000,000 รูปี) การเช่าใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Trringo จึงเป็นคำตอบที่ดีกว่า ซึ่งราคาจะอยู่ประมาณ 400 รูปี – 700 รูปี ต่อ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

นอกจากนี้การมาของแพลตฟอร์มดิจิทัล ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการรวมตัวกันของเกษตรกรเพื่อต่อรองราคากับผู้รับซื้อคนกลาง ซึ่งจะทำให้ราคาขายสินค้าทางการเกษตรของพวกเขาสูงขึ้น แพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกออกแบบโดยชาวไร่ชาวนาเพื่อชาวนาด้วยกันเอง เพราะฉะนั้นพวกเขาถึงรู้ความต้องการจริง ๆ ของเกษตรกรด้วยกันซึ่งทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

4.ปรับปรุงข้อมูลที่ระบุเอกลักษณ์ของเกษตรกร เพื่อเกษตรกร

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่จะเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้ก็คือ การทำการระบุตัวตน หรือ อัตลักษณ์ ลงในระบบ Cloud ซึ่งจะทำให้ภาครัฐบาลสามารถประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจ และรับรู้สถานการณ์ล่าสุดของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไรได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลต่อการออกนโยบายที่เหมาะสมและการให้เงินช่วยเหลือสนับสนุนได้อย่างตรงจุดมากขึ้น ส่วนภาคเอกชนก็สามารถออกแบบบริการที่เหมาะสมกับบุคคลนั้น ๆ บนพื้นฐานของรายได้ และความสามารถในการทำงาน ซึ่งทั้งหมดก็จะเข้าไปยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมของเกษตรกรให้ดีขึ้นได้

5.การวิเคราะห์ภูมิสารสนเทศเชิงพื้นที่จะช่วยให้ชาวนาและชาวไร่สามารถมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

เทคโนโลยีการวิเคราะห์ภูมิสารสนเทศเชิง (Geospatial : ข้อมูลที่มีตำแหน่งที่ตั้ง (Space) เกิดขึ้นอยู่บนโลกความเป็นจริงใบนี้ ข้อมูลชนิดนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างมหาศาลในแต่ละวัน จากโทรศัพท์มือถือ, IoT sensors, โดรน, ภาพถ่ายดาวเทียม, ข้อมูลประเภทนี้มักจะมี Stream ต่อเนื่องตลอดเวลา (Time) ไม่มีที่สิ้นสุด เรียกแบบย่อว่า Geodata) จะทำให้ทั้งผู้กำกับดูแลด้านนโยบาย ชาวนาชาวไร่ในแต่ละครัวเรือน สามารถประเมิน ติดตาม และวางแผนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้พวกเขายังสามารถประเมินคุณภาพของเทคโนโลยีพื้นฐาน อย่างไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือได้ และพวกเขายังสามารถใช้มันเพื่อวิเคราะห์เกี่ยวกับการบริหารจัดการฟาร์ม และทรัพย์สินอื่น ๆ โดยขณะนี้องค์กรอาหารและเกษตรของสหประชาชาติได้จับมือกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Google เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านนี้ให้เกษตรกรสามารถใช้งานมันได้ง่ายมากขึ้น

ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถูกใช้แล้วในประเทศโคลัมเบีย โดยเกษตรใช้มันในการค้นหาแหล่งน้ำที่ใกล้ที่สุด หรือประเทศอย่างมาลาวีก็ใช้เทคโนโลยีนี้ในการบริหารจัดการฟาร์มของพวกแล้วเช่นกัน

เขียน : เอกพล มงคลพัฒนกุล

#Agriculture #businessplus #อุตสาหกรรมเกษตร #นวัตกรรม