บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมธุรกิจเครื่องพิมพ์และดิจิทัลเวิร์คโฟลว์ระดับโลก ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Digital Transformation พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของทั้งลูกค้าองค์กรและลูกค้าทั่วไป ผ่านบทบาทการเป็น One-stop DX Partner ที่นำเสนอดิจิทัลโซลูชันแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกภาคธุรกิจ
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันจากการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ยังคงสามารถรักษาการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง ด้วยกลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่น โครงสร้างพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย และการปรับรูปแบบการทำงานให้สอดรับกับยุคดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงานที่ให้ความสำคัญกับระบบดิจิทัลมากขึ้น ส่งผลให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไอที (IT Infrastructure) ทั้งในระดับองค์กรและกลุ่มลูกค้า SME มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยดังกล่าวสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) เติบโตในทิศทางเชิงบวก

มร.มาซาอากิ ยานากิย่า ประธาน บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานว่า ในปีงบประมาณ 2568 บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยตั้งเป้าปิดปีด้วยการรักษาระดับรายได้ พร้อมเพิ่มสัดส่วนกำไรจากการดำเนินธุรกิจเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมี 3 ธุรกิจหลักเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจโซลูชันและบริการงานเอกสารแบบครบวงจร (Business Solutions) ธุรกิจเครื่องพิมพ์และเครื่องมัลติฟังก์ชันสำหรับสำนักงาน (Office Solutions) และธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ดิจิทัลระดับโปรดักชันและโซลูชันสำหรับธุรกิจการพิมพ์ (Graphic Communications) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นส่งมอบนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจทุกประเภท ภายใต้วิสัยทัศน์ Trusted DX Partner โดยตั้งเป้าที่จะเป็นมากกว่าผู้ให้บริการ แต่เป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ พร้อมร่วมขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ
“ฟูจิฟิล์มไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์แต่เป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์กรผ่าน Digital Transformation ด้วยการนำข้อมูลและนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไร แต่ยังเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับทุกอุตสาหกรรมและบุคลากรในทุกระดับ” มร. มาซาอากิ กล่าว
ปัจจุบัน ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฟูจิฟิล์ม โดยสร้างสัดส่วนรายได้สูงถึง 38% เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจด้าน Healthcare ที่ 32% กลุ่ม Electronic Materials ที่ 17% และกลุ่ม Imaging ที่ 13% ซึ่งเทคโนโลยีจากกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นโซลูชันที่หลากหลาย อาทิ ระบบจัดการเอกสารอัจฉริยะ ดิจิทัลโซลูชัน และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“สำหรับปี 2569 ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ตั้งเป้าหมายการเติบโตผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลักให้ครอบคลุมลูกค้าทุกประเภทธุรกิจ สอดคล้องกับแนวโน้มการทำงานในโลกอนาคต การประกาศทิศทางครั้งนี้สะท้อนความพร้อมของบริษัทฯ ในการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเวิร์คโฟลว์อัจฉริยะเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กร และปลดล็อกทุกความเป็นไปได้ให้กับลูกค้า” มร. มาซาอากิ กล่าวเสริม


มร.ฮายาโตะ ซึโบอิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นหนึ่งในปีที่ท้าทายที่สุดของบริษัทฯ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนทั้งจากต่างประเทศและในประเทศที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวและเติบโตในอัตราที่จำกัด ขณะเดียวกันการแข่งขันด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในตลาดมีความเข้มข้นสูง โดยมีผู้เล่นจากหลากหลายประเทศเข้ามาแข่งขันอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม มร.ฮายาโตะ ระบุว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดในตลาดคือ การนำเทคโนโลยีมาใช้งานในบางกรณีกลับไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง เนื่องจากโซลูชันไม่สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานขององค์กร สร้างภาระให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงผู้ให้บริการบางรายยังขาดความเข้าใจในลักษณะธุรกิจของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
ในส่วนของผลประกอบการปี 2568 ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ภายใต้การดำเนินงานของ 3 ธุรกิจหลัก ยังคงรักษาระดับผลประกอบการได้อย่างทรงตัว โดยบริษัทฯ ขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ Select & Focus, Market Coverage Optimization และ New Image Creation เพื่อสร้างความแตกต่างและเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขัน ส่งผลให้สามารถรักษาระดับรายได้จากธุรกิจหลักทั้ง 3 แกนได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 และสามารถเพิ่มสัดส่วนกำไรจากการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3 ได้ที่ระดับ 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ข้อมูลตลาดยังสะท้อนว่า องค์กรในประเทศไทยกำลังเร่งลงทุนด้านการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล (Digital Transformation) โดยคาดว่ามูลค่าตลาด Digital Transformation และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีในประเทศไทยจะขยายตัวแตะระดับ 489.61 พันล้านบาท ภายในปี 2573 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) 9.30% สอดคล้องกับการการคาดการณ์การเติบโตของตลาดระบบความปลอดภัยด้านดิจิทัล (Cyber Security) ในประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงถึง 30.59 พันล้านบาท และอุตสาหกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยนสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 20-25% ระหว่างปีพ.ศ. 2566 – 2573
การประกาศยุทธศาสตร์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขเศรษฐกิจมหภาค โดยมีการคาดการณ์ว่า GDP ของประเทศไทยในปี 2569 จะเติบโตเพียง 1.8% ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัว ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สำหรับทิศทางในปี 2569 ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ยังคงเดินหน้าปรับตัวรับพฤติกรรมผู้บริโภคและความท้าทายด้านเทคโนโลยี โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมทางธุรกิจ (Business Innovation) ด้วยการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาขึ้นโดยลิขสิทธิ์ของฟูจิฟิล์มอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งภาคสำนักงานและอุตสาหกรรมการพิมพ์เชิงพาณิชย์ โดยวางเทคโนโลยี AI เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน Digital Transformation (DX) องค์กร เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยแปลงข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร ภาพ วิดีโอ หรือองค์ความรู้จากการปฏิบัติงาน ให้กลายเป็นสินทรัพย์ความรู้ที่มีคุณค่า ผ่าน AI 5 แกนหลัก ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การสนับสนุนการตัดสินใจเชิงผู้เชี่ยวชาญให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้อมูล ไปจนถึงการปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพระบบอุปกรณ์อัจฉริยะ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ Business Solutions ที่เปลี่ยนข้อมูลลูกค้าให้เป็นอินไซต์เชิงลึก Office Solutions ที่ใช้ AI ยกระดับงานขาย การบำรุงรักษา และการดำเนินงานระยะไกลเพื่อลดการพึ่งพาแรงงาน และ Graphic Communications ที่นำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อน พร้อมยกระดับคุณภาพงานพิมพ์ระดับสูง โดยเทคโนโลยี AI ของฟูจิฟิล์มไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังพลิกโฉมรูปแบบการทำงานและเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์ ตอกย้ำบทบาทขององค์กรในฐานะพันธมิตรระยะยาวที่พร้อมร่วมกำหนดอนาคตของการทำงานอัจฉริยะ
โดยล่าสุด ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ได้ยกระดับซอฟต์แวร์เวิร์กโฟลว์เรือธงอย่าง “FUJIFILM IWpro” เป็นซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม Workspace บนคลาวด์ นำเทคโนโลยี Generative AI และ OCR เพื่อแก้ปัญหาเวิร์กโฟลว์ของธุรกิจ โดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) เช่น ใบเสร็จ ใบสั่งซื้อ หรือเอกสารในรูปแบบไฟล์ภาพ ให้สามารถแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลที่แม่นยำและพร้อมเชื่อมต่อกับระบบเวิร์กโฟลว์บริหารจัดการธุรกิจได้ทันที นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Intelligent Data Capture ที่ช่วยแปลงข้อมูลดังกล่าวให้เป็น Structured Data เช่น ไฟล์ CSV ได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งค่าเทมเพลตล่วงหน้า ช่วยลดขั้นตอนการคีย์ข้อมูล เพิ่มความแม่นยำ และเชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบบัญชีหรือ ERP หรือระบบอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
มร.ฮายาโตะ กล่าวเสริมว่า “วันนี้ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น กำลังก้าวข้ามบทบาทจากการเป็นผู้ขายเครื่องพิมพ์ สู่การเป็น One-Stop DX Partner อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและนวัตกรรมที่ช่วยเปลี่ยนความท้าทายทางธุรกิจให้เป็นโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน”

ทางด้านนางสาวธีรยา สุขมาก ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์สื่อสารการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้เป้าประสงค์ของกลุ่มบริษัทฟูจิฟิล์ม “Giving Our World More Smiles” บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจที่สร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกให้แก่ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชน และสังคมโดยรวม โดยได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานและการสื่อสารออกเป็น 4 ระยะ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
ระยะแรก มุ่งผลักดันการทำงานไร้กระดาษ (Paperless) ภายใต้บทบาทผู้ให้บริการโซลูชันดิจิทัล (DX Solution Provider) ก่อนต่อยอดสู่การเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ ผ่านการทำหน้าที่ เป็นที่ปรึกษาด้านดิจิทัลโซลูชัน (Digital Solution Consultant) ให้กับลูกค้าองค์กร

ทั้งนี้ ในปีปัจจุบันถือเป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ ในการวางตำแหน่งแบรนด์ใหม่สู่การเป็น “One-Stop DX Partner” ที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจรเพื่อช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ ลดต้นทุน และยกระดับประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร ผ่านการผสานเวิร์กโฟลว์จากโลกอนาล็อกและดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ รวมถึงสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าที่พร้อมเดินเคียงข้างในระยะยาว (End-to-End Partner) ขณะที่ในปีถัดไป บริษัทฯ เตรียมก้าวสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาภายใต้ลิขสิทธิ์เฉพาะของฟูจิฟิล์ม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในระดับที่สูงยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากมิติด้านเทคโนโลยี ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านแผนความยั่งยืนระยะกลาง Sustainable Value Plan 2030 (SVP2030) โดยมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันภายใต้แนวคิด “Green Value Products” เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 50% ภายในปี 2030 รวมถึงการจำหน่ายเครื่องพิมพ์แบบ Remanufactured Machine ที่ใช้กระบวนการผลิตภายใต้แนวคิดทรัพยากรหมุนเวียน
“เป้าหมายของเราในปี 2569 คือ การยกระดับองค์กรสู่การเป็น One-Stop DX Partner อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการนำเทคโนโลยี Intelligent Workflow และเทคโนโลยี AI ลิขสิทธิ์ของฟูจิฟิล์มส่งมอบโซลูชันอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราเชื่อว่า นวัตกรรมคือสิ่งที่เราทำ และรอยยิ้มคือเหตุผลที่เราทำ” นางสาวธีรยา กล่าวทิ้งท้าย
The Business Plus บิสิเนสพลัส

