Home / News & Event / “วิสาหกิจเพื่อสังคม : กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

“วิสาหกิจเพื่อสังคม : กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

C asean จัดสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม : กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” พร้อมดึง “ยูนุส” (Yunus) เจ้าของโนเบลสันติภาพต้นแบบแนวคิด Social Business ระดับโลก ร่วมงาน

บริษัท ซี เอ ซี จำกัด (C asean) ศูนย์กลางความเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานทุกภาคส่วนสู่การพัฒนาประเทศเพื่อความยั่งยืนในระดับภูมิภาคอาเซียน ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย และ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม(ประเทศไทย) จำกัด จัดสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม : กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Thailand Sustainability Forum 2019 : Fostering Social Enterprises) เพื่อสร้างความตระหนักถึงการทำงานในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมให้กับสาธารณชนทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยให้ร่วมเป็นกลไกในการเพิ่มรายได้ อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขของคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

 

โดยได้รับเกียรติจากพระเดชพระคุณ พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ท่านมงซิญอร์ ดร. วิษณุ รัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิคแห่งประเทศไทย ท่านอิหม่ามนาวิน สาสกูล อิหม่ามมัสยิดกวติลอิสลาม พร้อมด้วย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ศาสตราจารย์ ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ กรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมาย คุณนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคม และสวัสดิการ (พส.) ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร. มูฮัมหมัด ยูนุส (Muhammad Yunus) นักเศรษฐศาสตร์ชาวบังกลาเทศ เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ปี 2006 ผู้ที่เป็นต้นแบบแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคมระดับโลก หรือ Social Business เข้าร่วมในครั้งนี้

 

สำหรับรายละเอียดงานดังกล่าว คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ศูนย์ C asean ยังคงให้ความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมีความมุ่งหวังที่จะผลักดันให้เกิดการรับรู้และการขยายผลอันเป็นรูปธรรมด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกระดับ นับตั้งแต่ระดับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ SME ชุมชน ลงไปถึงระดับปัจเจกบุคคล จึงได้มีการจัดโครงการ Thailand Sustainability ขึ้นในปี พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา

 

โดยมีกิจกรรมหลากหลายประเภทสำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมมนาทางวิชาการ ได้แก่ งานเสวนา C asean Sustainable Development Dinner Talk และงานประชุมสัมมนาการพัฒนาอย่างยั่งยืน (C asean Sustainable Development Forum) นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมผู้ประกอบการในกลุ่มย่อยตลอดจน รายการ Reality Show Win Win WAR ทางโทรทัศน์ด้วย และจากการที่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนงาน เพื่อสังคมโดยผ่าน Platform ของวิสาหกิจเพื่อสังคมตลอด หลายปีที่ผ่านมา จนทำให้รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จะเป็นเวทีความร่วมมือ อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนตามเป้าหมายความยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) จึงได้ตราพระราชบัญญัติวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 ขึ้น ซึ่งได้ประกาศราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 นี้แล้ว ซึ่งกฎหมายนี้น่าจะเป็นไปได้ที่จะเป็นกฎหมายรับรองสถานะของนิติบุคคลให้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมฉบับแรกของภูมิภาคนี้

สำหรับงานสัมมนา Thailand Sustainability Forum 2019: Fostering Social Enterprises ในวันนี้ นับเป็นกิจกรรมที่สำคัญยิ่งอีกครั้งหนึ่งของ C asean ที่ร่วมกันคิดเพื่อผลักดันให้วิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นกลไกชิ้นสำคัญ สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป ท้ายสุดนี้ผมขอขอบพระคุณพระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ท่านมงซิญอร์ ดร. วิษณุ รัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิคแห่งประเทศไทย ท่านอิหม่ามนาวิน สาสกูล อิหม่ามมัสยิดกวติลอิสลาม ผู้บริหาร หน่วยงานภาครัฐ


ตลอดจนผู้ประกอบการวิสาหกิจเพื่อสังคม และท่านกรรมการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมงานและแบ่งปันประสบการณ์ในวันนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมต่าง ๆ ในวันนี้จะช่วยเสริมองค์ความรู้ และสร้างแรงใจ ให้กับทุกท่านในการร่วมกันผลักดันวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศของเราให้ขยายกว้างและหยั่งรากลึกลงในสังคมเกิดเป็นกลไกการพัฒนาประเทศชาติของเราได้อย่างยั่งยืน”

 

คุณต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “การจัดงานสัมมนา“วิสาหกิจเพื่อสังคม : กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”(Thailand Sustainability Forum 2019 : Fostering Social Enterprises) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงการทำงานในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมให้กับสาธารณชนทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกลุ่มของผู้ที่มีความสนใจที่จะเข้ามีส่วนร่วมในระบบนิเวศน์ (ecosystem) ของงานวิสาหกิจเพื่อสังคม และในวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ทำการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการจัดตั้ง “วิสาหกิจเพื่อสังคมร่วมใจพัฒนาชุมชนกุฎีจีน” เพื่อสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาชุมชนกุฎีจีน ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ถือเป็นชุมชนตัวอย่างในด้านการบริหารจัดการชุมชนอัจฉริยะ (Smart Community) และ เป็นชุมชนที่มีความยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities) ตามเป้าหมายข้อที่ 11 ว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals)

นอกจากนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร. มูฮัมหมัด ยูนุส (Muhammad Yunus) เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ปี 2006 ผู้ที่เป็นต้นแบบแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business) และเป็นผู้ผลักดันวิสาหกิจ เพื่อสังคมในหลายประเทศที่ร่วมเป็นแรงในการขับเคลื่อนสร้างแรงบันดาลใจและความท้าทายให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ผู้นำธุรกิจ รวมถึงหน่วยงานในภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมมือร่วมใจกันแสดงศักยภาพที่ทรงพลังเพื่อขจัดผลกระทบของระบบทุนนิยม ที่เราไม่คาดคิดแต่เป็นภัยร้ายแรง และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้เจริญรุ่งเรือง”

 

งานสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม : กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Thailand Sustainability Forum 2019 : Fostering Social Enterprises) นับเป็นอีกหนึ่งงานที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จที่เชื่อมโยงเครือข่ายกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในภูมิภาคอาเซียนในการพัฒนาประเทศเพื่อความยั่งยืน และตอบโจทย์วิสัยทัศน์ ของการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ให้ขยายในวงกว้างต่อไป