Home / Leaderships Management / ล้วงวิธีการทรานส์ฟอร์มธุรกิจให้เติบโตยั่งยืนในแบบ Schneider Electric
Schneider Electric

ล้วงวิธีการทรานส์ฟอร์มธุรกิจให้เติบโตยั่งยืนในแบบ Schneider Electric

ล้วงวิธีการทรานส์ฟอร์มธุรกิจให้เติบโตยั่งยืนในแบบ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค


ถึง Schneider Electric (ชไนเดอร์ อิเล็คทริค) จะผ่านความสำเร็จมาอย่างมากมาย จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการจัดการพลังงานชั้นนำระดับโลก แต่ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า โลกพลังงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทั้งยังมีการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลก็รุกคืบเข้ามาปั่นป่วนโลกธุรกิจหนักขึ้น ทำให้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเพิ่มศักยภาพ พร้อมกับเร่งสร้างฐานที่มั่นให้แข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น

 

Schneider Electric

ก่อนจะไปฟังแนวทางการปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล มาร์ค เพลิทิเยร์ ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ได้ฉายภาพกว้างของเทรนด์การเปลี่ยนแปลงสำคัญของโลกพลังงานยุคใหม่ที่จะมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งภาคธุรกิจจะต้องยึดเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร โดยเริ่มด้วย

1. การลดลงของปริมาณก๊าซคาร์บอน (Decarbonization)

แนวโน้มการนำพลังงานทดแทนต่าง ๆ ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ ตลอดจนพลังงานจากไบโอแมสจะมีการนำเข้ามาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น

2. การปฏิรูปสู่ระบบดิจิทัล (Digitization)

จากการเกิดขึ้นของ Internet of Things จะเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่าง ๆ มากกว่า 50 พันล้านชิ้นเข้าหากันภายในปี 2020 ที่จะก่อให้เกิดการบูรณาการของข้อมูลจำนวนมหาศาล (Big Data) ตลอดจนถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์อัตโนมัติโดยเฉพาะในส่วนของระบบสาธารณูปโภคที่จะเชื่อมเข้าหากันในลักษณะของ “grid-of-things”

3. แนวโน้มด้านการกระจายศูนย์พลังงาน (Decentralization)

ที่ผ่านมาบทบาทของผู้ใช้ไฟฟ้า (ผู้บริโภค) มีหน้าที่รับการจ่ายไฟโดยตรงจากการไฟฟ้า แต่เทรนด์ต่อไปผู้บริโภคจะกลายเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค (Prosumer) โดยจะเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตพลังงานได้ด้วยตนเองมากขึ้น เห็นชัดจากการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองจากหลังคาบ้านตนเองด้วยแผงโซลาร์เซลล์ ปัจจุบันพบว่า 57 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคสามารถผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเอง สำหรับในประเทศไทย ได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่โรงงานบางปูและสามารถทดแทนพลังงานได้ถึง 30% ในการผลิตเบรกเกอร์ส่งออกทั่วโลก

 

Schneider Electric

 

จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกพลังงานที่เกิดขึ้น และกระแสดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง ทำให้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จำต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับการบริหารจัดการธุรกิจพลังงานยุคใหม่ โดย มาร์ค บอกว่า วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนธุรกิจของชไนเดอร์ อิเล็คทริค จากนี้ไป จะมุ่งทำใน 3 เรื่องหลัก ประกอบด้วย

1. การสร้างสรรค์นวัตกรรมยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าที่สามารถพูดคุยกันได้ (Connected Product) เพื่อรองรับการใช้งานด้าน IoT ให้กับลูกค้ามากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถผลิตสินค้า Connected Product เพื่อช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกเชื่อมต่อสินทรัพย์/อุปกรณ์ ได้มากขึ้นถึง 1.6 ล้านชิ้น โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2016 ประมาณ 25%

2. การนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยปรับปรุงคุณภาพการผลิตให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่าง โรงงานผลิตพลาสติกคุณภาพสูงของ SCG ที่ได้นำเทคโนโลยี EcoStruxureเข้าไปปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน จนทำให้เพิ่มปริมาณการผลิตได้ถึง 30% โดยไม่ต้องสร้างโรงงานเพิ่ม เป็นต้น

3. การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (Digital Customer Experience) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้าสายพันธุ์ดิจิทัลและเกิดความประทับใจเมื่อมาติดต่อกับบริษัทฯ ในช่องทางต่าง ๆ มากขึ้น โดยในประเทศไทยมีแผนจะเปิดตัว Mobile Applicationในไตรมาส 2 นี้ เพื่อเป็นช่องทางให้ช่างไฟสามารถติดต่อสื่อสาร ค้นหาข้อมูลร้านค้าตัวแทนจำหน่าย และซื้อสินค้าผ่านทาง Mobile App ได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

“ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่จะรู้จักว่าชไนเดอร์ อิเล็คทริคมีลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่จริง ๆ เรามีลูกค้าครอบคลุมถึงกลุ่มช่างไฟ และเจ้าของบ้าน ซึ่งที่ผ่านมาพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มนี้จะซื้อสินค้าผ่านทางร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า เราจึงต้องการจะ Engage และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้ากลุ่มนี้ ขณะที่ในปีที่ผ่านมาการคอนเนคกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีการเติบโตเพิ่มขึ้น โดย 70% ของดิสทริบิวเตอร์จำหน่ายผ่านอีคอมเมิร์ช และใน 40% เป็นการเข้าถึงผ่านทางสมาร์ทโฟน”

มาร์คบอกว่า การพัฒนา Mobile Application เป็นโปรเจที่เริ่มในทั่วโลก แต่สำหรับในประเทศไทย ยังเป็นโครงการนำร่อง ปัจจุบันมีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายร่วมโครงการแล้ว 10 แห่ง โดยปีนี้ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนร้านค้าตัวแทนจำหน่ายให้เข้ามาให้บริการผ่าน Mobile App เป็น 2 เท่า และเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัลเป็น 3 เท่าจากปีที่ผ่านมา

แต่มากไปกว่านั้นแล้ว สิ่งนี้จะเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ชไนเดอร์ อิเล็คทริคสามารถเข้าถึงความต้องการลูกค้าสายพันธุ์ดิจิทัลและก้าวล้ำคู่แข่งในระยะยาวอย่างชัดเจน