Home / Uncategorized / PTG คาดครึ่งปีหลังยอดขายพุ่งรับเทศกาลท่องเที่ยว

PTG คาดครึ่งปีหลังยอดขายพุ่งรับเทศกาลท่องเที่ยว

พีทีจี เอ็นเนอยี‘ ,มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังสดใส คาดปริมาณขายน้ำมันในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมรุกตลาดน้ำมันหล่อลื่น เปิดตัวไตรมาสสุดท้าย

 

พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ปริมาณการขายน้ำมันของบริษัทฯจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกปี 2559 ที่มีปริมาณการขายน้ำมันรวมอยู่ที่ 1,440 ล้านลิตร เนื่องจากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ ประกอบกับในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีโดยเฉพาะในเดือนธันวาคมเป็นช่วงของเทศกาลท่องเที่ยวที่มีวันหยุดยาวหลายวัน ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยว การกลับภูมิลำเนาของประชาชน และการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น

 

ส่งผลให้บริษัทฯมั่นใจว่าปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 30-40% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ EBITDA ของบริษัทฯจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วไม่น้อยกว่า 30% รวมถึงการตั้งเป้าเพื่อเพิ่มจำนวนสถานีบริการ โดยคาดว่าจะมีการขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมันที่ดำเนินการโดยบริษัทฯ (สถานีบริการน้ำมัน COCO) อีก 300 สถานี และสถานีแก๊สแอลพีจีอีก 50 สถานี รวมถึงการขยายสถานีบริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่ม 25-30 สถานี

 

ในขณะเดียวกันบริษัทฯเตรียมที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ ภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ อีกทั้งยังคงดำเนินการขยายสถานีบริการน้ำมันให้เป็นไปตามเป้า รวมถึงการสร้างสีสันให้กับสถานีบริการน้ำมัน PT ด้วยร้านอาหารแบรนด์ดังอย่าง ‘KFC’ และสนับสนุน SMEs คนไทย ให้เข้ามาดำเนินกิจการในสถานีบริการ รวมถึงเดินหน้าขยายร้านกาแฟ พันธุ์ไทยอย่างต่อเนื่อง จากในปัจจุบันที่มีสาขาอยู่ที่ 35 สาขา

 

เราคาดว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ก็จะยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับการขยายสถานีบริการให้คลอบคลุมในทุกพื้นที่ และช่วงปลายปีถือว่าเป็นเทศกาลท่องเที่ยวทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น และที่สำคัญในช่วงปลายปีเราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี และเป็นการเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้นนายพิทักษ์กล่าว

 

ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทฯ ประจำไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2559 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 314 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 145 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 86.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 169 ล้านบาท และมีรายได้รวม 17,490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,286 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 23.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 14,204 ล้านบาท