Home / Strategic Move / Spotlight / ปริ๊นซ์ โฮเต็ลบุกหนัก เดินหน้าดันแบรนด์ เพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวไทยขึ้นเบอร์ 3

ปริ๊นซ์ โฮเต็ลบุกหนัก เดินหน้าดันแบรนด์ เพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวไทยขึ้นเบอร์ 3

Sky Gallery Lounge Levita

เชนโรงแรมญี่ปุ่นชั้นนำ “ปริ๊นซ์ โฮเต็ล” เปิดเกมรุกชิงกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยเต็มพิกัด หลังประสบความสำเร็จนำร่องเจาะตลาดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จนนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 5

 

มาปีนี้จึงเดินหน้าเสริมแกร่งแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์สื่อสารการตลาดแบบออนไลน์ พร้อมจัดกิจกรรม Business Matching กับกลุ่มบริษัททัวร์ รับกระแสพฤติกรรรมนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เปลี่ยนไป พร้อมลุยเปิด 2 โรงแรมใหม่ที่หรูหราที่สุดของเครือทั่วญี่ปุ่น มั่นใจช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ปริ๊นซ์ โฮเต็ลสู่กลุ่มลูกค้าชาวไทยเพิ่มขึ้น และตั้งเป้าภายใน 4 ปี จะสามารถดันยอดนักท่องเที่ยวชาวไทยขึ้นแท่นท็อป 3 ของตลาดลูกค้าต่างชาติอย่างแน่นอน

 

“ปริ๊นซ์ โฮเต็ล” (Prince Hotel) นับเป็นหนึ่งในโรงแรมที่มีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นบริษัทในเครือเซบุ (Seibu Holdings) ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจโรงแรมและสันทนาการที่มีสัดส่วนรายได้สูงสุดในประเทศญี่ปุ่น

 

ปัจจุบันมีจำนวนโรงแรมรวม 49 แห่งทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจด้านสนามกอล์ฟ 31 แห่ง โดยแบ่งเป็นในประเทศ 28 แห่ง และต่างประเทศ 3 แห่ง รวมถึงสกีรีสอร์ทอีก 10 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศ 9 แห่ง

 

สำหรับกลุ่มธุรกิจโรงแรมของปริ๊นซ์ โฮเต็ลนั้น ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 แบรนด์ด้วยกัน คือ The Prince, Grand Prince Hotel และ Prince Hotel โดย The Prince ถือเป็นแบรนด์หลัก โดยมีภาพลักษณ์หรูหราและเพียบพร้อมด้วยการบริการครบครัน แต่ในแง่การรับรู้แบรนด์ปริ๊นซ์ โฮเต็ลของนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว “วิกเตอร์ โอสุมิ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กร บริษัท ปริ๊นซ์ โฮเต็ล จำกัด ยอมรับว่า ชื่อของโรงแรมปริ๊นซ์ โฮเต็ลยังไม่เป็นที่รู้จักของลูกค้าชาวไทยมากนัก

 

the-princ
The Prince Gallery Tokyo Kioicho

 

เมื่อผนวกกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยในปัจจุบันที่เริ่มเปลี่ยนไป โดยปัจจุบันนิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองมากขึ้น จากเดิมที่ส่วนใหญ่จะนิยมซื้อแพ็กเกจจากบรรดากรุ๊ปทัวร์เป็นหลัก และหากดูจากสัดส่วนนักท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นโดยแบ่งตามเชื้อชาติ จะพบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยจัดเป็นอันดับที่ 1 ใน 5 ตลาดหลักของปริ๊นซ์ โฮเต็ล และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมายังเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงเป็นอันดับ 1 ทีเดียว

 

นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ยักษ์ใหญ่โรงแรมชั้นนำอย่างปริ๊นซ์ โฮเต็ลต้องเดินหน้าบุกทำตลาดเชิงรุกกับกลุ่มลูกค้าชาวไทยมากขึ้น

 

อันที่จริง ภาพความเคลื่อนไหวของ “ปริ๊นซ์ โฮเต็ล” ในตลาดท่องเที่ยวเมืองไทยได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2557 ที่ผ่านมา ด้วยการจัดตั้งสำนักงานขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จากนั้นในปี 2558 ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนลในการทำตลาดและสร้างการรับรู้แบรนด์ร่วมกัน จนส่งผลให้ปัจจุบันปริ๊นซ์ โฮเต็ลสามารถขยายฐานนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าพักในโรงแรมได้เพิ่มขึ้น จากจำนวน 47,000 คนในปี 2555 เป็น 66,700 คนในปี 2558 หรือคิดเป็นสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 5.8% ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรมปริ๊นซ์ โฮเต็ลทั้งหมด 1.14 ล้านคน

 

วิกเตอร์บอกว่า จากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้ปีนี้ปริ๊นซ์ โฮเต็ลเดินหน้ารุกเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการทุ่มงบประมาณการทำตลาดมากขึ้น ในการจัดกิจกรรม Business Matching กับทางบริษัททัวร์ ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เปลี่ยนไปหันมาท่องเที่ยวด้วยตนเองมากขึ้น รวมถึงการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วย และการผนึกกำลังกับทางดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนลในการทำตลาดเพื่อโปรโมตแบรนด์และดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาพักที่โรงแรมมากขึ้น

 

พร้อมกันนี้ยังลุยเปิดตัวโรงแรมใหม่ทั่วญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง โดยล่าสุดเปิดตัว “เดอะ ปริ๊นซ์ แกลอรี่ โตเกียว คิโออิโช” ซึ่งถือเป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดของเครือ ตั้งอยู่ที่โตเกียวการ์เด้นเทอเรส แบ่งการให้บริการออกเป็น 2 ส่วน ทั้งสำนักงานและโรงแรม โดยในส่วนของโรงแรมมีห้องพักทั้งหมด 250 ห้อง

 

นอกจากจุดเด่นที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ดั้งเดิมสมัยเอโดะและอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใจกลางกรุงโตเกียวแล้ว การออกแบบยังหรูหราและประณีตโดยจะเน้นศิลปะที่ใช้ประโยชน์จากวิวทิวทัศน์ที่โดดเด่น รวมถึงการนำเทคโนโลยีด้านไอทีเข้ามาให้บริการอย่างครบครัน เช่น การบริการโดยใช้แท็บเล็ตเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลรสนิยมของลูกค้าจากการเข้าพักครั้งที่ผ่านมาเพื่อจัดเตรียมการบริการให้สอดคล้องกับลูกค้าในครั้งต่อไป

 

Grand Deluxe Corner King
Grand Deluxe Corner King

 

นอกจากการเปิดตัวโรงแรมใหม่แล้ว ปริ๊นซ์ โฮเต็ลยังได้ปรับปรุงอาคารเก่าแก่อย่าง “แกรนด์ ปริ๊นซ์ โฮเต็ล อาคาซากะ” ให้กลายเป็น “อาคาซากะ ปริ๊นซ์ คลาสสิก เฮาส์” เพื่อเป็นสถานที่รับประทานอาหารและจัดเลี้ยง โดยยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่และศิลปะทางวัฒนธรรมไว้อย่างดี พร้อมนำเอาอุปกรณ์การตกแต่งสมัยอดีตมาใช้ ผสมผสานกับการเพิ่มฟังก์ชันใหม่อย่างอาคารสำหรับจัดงานเลี้ยง ร้านอาหารและบาร์ในบรรยากาศที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

 

วิกเตอร์ยังบอกด้วยว่า ในปี 2560 ปริ๊นซ์ โฮเต็ลมีแผนจะเปิดโรงแรมเครือปริ๊นซ์แห่งแรกที่นาโกย่าในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ภายในอาคาร “โกลบอล เกตย์” (Global Gate) ใจกลางย่านซึ่งมีการปรับปรุงพื้นที่ครั้งใหญ่ชื่อ “ซาซาชิมะ ไลฟ์ 24” (Sasashima Live 24) บริเวณใต้สถานีรถไฟนาโกย่า ซึ่งบริเวณใต้สถานีนาโกย่าถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับการส่งเสริมให้กลายเป็น “ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนและต้อนรับชาวต่างชาติ” อาคารโกลบอล เกตย์จึงถือเป็นอาคารศูนย์กลางที่มีความเจริญสูง โดยประกอบด้วย สำนักงาน โรงแรม สถานที่จัดประชุม และร้านขายของ โดยปริ๊นซ์ โฮเต็ลจะเปิดโรงแรมชั้นสูงตั้งแต่ชั้นที่ 31 ถึงชั้นที่ 36 ในอาคาร “โกลบอล เกตย์ เวสท์ ทาวเวอร์” พร้อมด้วยห้องรับรองแขกประมาณ 170 ห้อง ร้านอาหาร คลับเลาจน์ ฟิตเนส บิซิเนสเซ็นเตอร์ และสถานที่จัดประชุม ตั้งแต่ชั้นที่ 2 ถึงชั้นที่ 4

 

“เรามั่นใจว่าจากแนวทางการทำตลาดเชิงรุกและการปรับปรุงโรงแรมใหม่ในครั้งนี้ จะทำให้แบรนด์ปริ๊นซ์ โฮเต็ลเป็นที่รับรู้ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มมากขึ้นเป็น 10% พร้อมกันนี้ ในปี 2559 จะสามารถเพิ่มสัดส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เข้าพักในปริ๊นซ์ โฮเต็ลอีกประมาณ 10,000 คน และภายใน 4 ปีจากนี้หรือในปี 2563 จะสามารถขยับสัดส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับที่ 3” วิกเตอร์ย้ำท้ายด้วยน้ำเสียงมั่นใจถึงการรบในครั้งนี้