Home / Strategic Move / Special Issue / PET Lover ธุรกิจคลั่งสัตว์เลี้ยงกับโอกาสค้าเครื่องประดับในตลาดสัตว์เลี้ยง
เครื่องประดับ สัตว์เลี้ยง

PET Lover ธุรกิจคลั่งสัตว์เลี้ยงกับโอกาสค้าเครื่องประดับในตลาดสัตว์เลี้ยง

PET Lover ธุรกิจคลั่งสัตว์เลี้ยงกับโอกาสค้าเครื่องประดับในตลาดสัตว์เลี้ยง

ในยุคที่สัตว์เลี้ยงไม่ได้มีไว้แก้เหงาหรือเฝ้าบ้านแต่เป็นเหมือนลูก ผู้เลี้ยงก็ยินดีจ่ายหนัก สำหรับค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคนหลายเท่า กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่มากกว่ากะแส ทั้งทุ่มเทหาซื้อสินค้าและบริการที่ดีที่สุดมอบให้แก่บรรดาลูกๆ สัตว์เลี้ยงแสนรัก เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ไม่ว่าจะเป็นการพาสุนัขไปใช้บริการสปาผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพดี อาหารเสริมบำรุงร่างกาย แชมพูสำหรับบำรุงขนและผิวหนัง ของเล่นที่สร้างความเพลิดเพลิน รวมถึงเสื้อผ้าและเครื่องประดับตกแต่งร่างกายสัตว์เลี้ยงให้สวยงาม

ในบรรดาสัตว์เลี้ยงทั่วโลกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกจากรายงานของ Pet Secure ก็ยังเป็น สุนัข เหมือนเคยรองลงมาคือ แมว ส่วนตลาดสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่สหรัฐอเมริกา โดยชาวอเมริกันเกินกว่าครึ่งจะเลี้ยงสุนัขและแมวในบ้าน American Pet Products Association (APPA) ได้ประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับสัตว์เลี้ยงของชาวอเมริกันในปี 2560 มีมูลค่าสูงราวๆ 70 พันล้านเหรียญสหรัฐ (2.28 ล้านล้านบาท1) หรือเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเลยทีเดียว

ไม่เฉพาะสหรัฐอเมริกาเท่านั้นแต่ที่ญี่ปุ่นเองก็กำลังกลายเป็นตลาดสัตว์เลี้ยงที่มีศักยภาพมากด้วยมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 สวนกระแสภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวแค่ร้อยละ 1.2 เท่านั้น

ฝั่งพี่จีนของเราก็เป็นอีกหนึ่งตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ที่น่าจับตา เพราะจากข้อมูลของ technode.com ระบุว่าในปี 2559 ชาวจีนใช้จ่ายสำหรับสัตว์เลี้ยงราว 1.3 แสนล้านหยวน (6.57 แสนล้านบาท2) เติบโตจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 21.4 และได้มีการคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายสำหรับสัตว์เลี้ยงจะเพิ่มสูงกว่า 2 แสนล้านหยวน (1.01 ล้านล้านบาท) ในปี 2563

และในส่วนของบ้านเรา ประเทศไทยมีมูลค่ารวมของธุรกิจสำหรับสัตว์เลี้ยงอยู่ที่กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท และมีอัตราการขยายตัวในแต่ละปีถึงสูงถึงร้อยละ 5-10% เลยทีเดียว

เครื่องประดับ สัตว์เลี้ยง

 

แน่นอนว่าการสัตว์เลี้ยงอัพเลเวลขึ้นมาเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว เจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงทำทุกอย่างให้สัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นมนุษย์ มีการพูดคุย นำสัตว์เลี้ยงไปเที่ยวหรือเดินเล่น มอบของขวัญในเทศกาลสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันปีใหม่ วันคริสต์มาส วันวาเลนไทน์ เป็นต้น

ซึ่งของขวัญก็จะเป็นจำพวกขนมขบเคี้ยว เสื้อผ้า และเครื่องประดับ เป็นต้น และที่เห็นบ่อยก็คือการที่เจ้าของจับสัตว์เลี้ยงตัวยุ่งทั้งหลายมาแต่งตัวให้สวยงาม น่ารักตลอดเวลาจัดเต็ม ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือแอคเซสเซอรี่ต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ในบ้านหรือนอกบ้านก็ตาม

จึงทำให้มีธุรกิจสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทั้งมีแบรนด์และไม่มีแบรนด์ให้คนรักสัตว์ได้เลือกหลากหลาย ในส่วนของเครื่องประดับส่วนใหญ่จะผลิตสำหรับสุนัข และแมวซึ่งมีทั้งที่ทำเป็นสร้อยคอ จี้/ป้ายห้อยคอ หรือนำอัญมณีแท้และเทียมติดกับปลอกคอของสัตว์เลี้ยง

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่เล็งเห็นถึงโอกาสนี้และได้วางจำหน่ายเครื่องประดับสำหรับสัตว์เลี้ยงจับกลุ่มตลาดคนรัก สัตว์มากขึ้น ที่เห็นชัดคือสินค้ามีแบรนด์เจาะกลุ่ม High End อาทิ Louisdog แบรนด์ของเกาหลีซึ่งจำหน่ายของเล่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ และแอคเซสเซอรี่สำหรับสุนัขทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก สนนราคาเครื่องประดับสุนัขเริ่มต้นที่ 20 เหรียญสหรัฐจนถึงกว่า 100 เหรียญสหรัฐ แม้กระทั่งแบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton และ Gucci ก็ไม่พลาดที่จะจับกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ โดยทำเป็นสร้อยคอพร้อมป้ายห้อยคอสุนัขจำหน่าย

เครื่องประดับ สัตว์เลี้ยงเครื่องประดับ สัตว์เลี้ยง

 

นอกจากนี้ ตลาดเครื่องประดับรูปสัตว์สำหรับคนรักสัตว์ก็มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น โดยมีผู้เล่นรายใหญ่และรายเล็กต่างแข่งกันดึงลูกค้ากลุ่มนี้ อาทิ Pandora จำหน่ายสร้อยชาร์มรูปสัตว์ชนิดต่างๆ หรือสินค้าสัญชาติอิตาลีแบรนด์ Dog Fever ซึ่งผลิตขึ้นสำหรับคนที่รักสุนัขโดยเฉพาะ และวางจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลกทั้งในยุโรป อเมริกา แคนาดา และเอเชีย เป็นต้น

อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะพอมองภาพกันออกว่ามูลค่าการค้าของตลาดสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ทำให้เครื่องประดับทั้งสำหรับสัตว์เลี้ยงและคนรักสัตว์เป็นสินค้าที่มีโอกาสมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนใครที่เริ่มมองเห็นศักยภาพและคิดจะกระโดดเข้าเล่นตลาดนี้ ก็อย่าลืมข้อสำคัญที่ว่า ตลาดโตสิ่งที่ตามมาก็คือคู่แข่งและเจ้าตลาดที่อยู่มาก่อนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

เครื่องประดับ สัตว์เลี้ยง

แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะถึงคู่แข่งจะเยอะ แต่ตลาดนี้ยังมีที่ว่างให้ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์สินค้าได้โดดเด่นและแตกต่างจากรายอื่นอย่างชัดเจน เช่น การผลิตเครื่องประดับที่สามารถเคลื่อนไหวได้ (ตา หรือปากขยับได้ เป็นต้น) สั่งทำเหมือนเฉพาะสัตว์เลี้ยง หรือสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการนำพลอยสีติดส่วนใดส่วนหนึ่งของชิ้นงาน

และที่สำคัญการใส่กิมมิคเล็กๆน้อยๆ” หรือมี “ธีม” ที่เป็นเรื่องราว ก็ช่วยเสริมให้สินค้าดูโดดเด่นได้ในสายตาผู้บริโภคสร้างความจดจำของลูกค้า และนำมาซึ่งความสำเร็จในระยะยาว

 

 

ที่มา ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)