Home / Cover / พร้อมรับมือสู่การเปลี่ยนแปลง

พร้อมรับมือสู่การเปลี่ยนแปลง

ได้มีโอกาสกลับไปเยือนญี่ปุ่นอีกครั้ง เมื่อเร็วๆ นี้ หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ในเมืองใหญ่ๆ หลายเมืองเราจะได้เห็นภาพของวัยรุ่น วัยทำงานญี่ปุ่น ที่เร่งรีบจนคุ้นชิน ได้เห็นสังคมก้มหน้าของวัยรุ่นที่เสพติดข้อมูลจากสมาร์ทโฟนเหมือนกับไทยที่เป็นอยู่ในตอนนี้

ขณะที่กลุ่มคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณเพื่อพักผ่อน แต่ก็มีจำนวนหนึ่งที่ยังต้องทำงานและก็มีบางส่วนที่ enjoy กับเทคโนโลยีต่างๆ ระหว่างทริปเดินทางของผมตลอด 5 วันที่เมืองโกเบ

ลองคิดว่า กลุ่มผู้สูงวัยใช้ไอแพดเพื่อความบันเทิงและผ่อนคลาย แม้จะเป็นภาพที่ไม่คุ้นชิน แต่ก็มองว่า นี่อาจจะเป็นเสน่ห์ในมิติใหม่ เหมือนเช่นผู้ผลิตสินค้าไฮเทคที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ในการเจาะขุมทรัพย์ธุรกิจที่กล้าใช้จ่ายแบบไม่เหนียมอาย

เสน่ห์ของญี่ปุ่นสำหรับผมแล้ว มักมีเรื่องให้น่าค้นหาตลออดเวลา เช่นวันนี้การท่องเที่ยวของญี่ปุ่นบูมมาก การไม่ต้องยื่นของ
วีซ่าดูจะเป็นใบเบิกทางที่ดี ทั้งในการได้ผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยว และกระตุ้นให้คนญี่ปุ่นออกมาใช้จ่ายเงิน

สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นในโกเบ รายงานว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างชาติมาเที่ยวเพิ่มขึ้น จากปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่า จากนี้จนถึงปี 2020 ที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดงานโอลิมปิก หลายๆ เมืองของญี่ปุ่นจะได่รับผลประโยขน์เพิ่มขึ้น

และจากนี้รัฐบาลกลางของเมืองใหญ่ๆ กำลังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานใหม่ หรือแม้แต่การรีโนเวตสถานที่พักผ่อน ทั้งโรงแรม สถานพักผ่อนต่างๆ เพื่อให้เป็นเจ้าภาพที่ดี

จากการพูดคุยกับคนญี่ปุ่น เขาบอกว่า ข้อดีของโครงสร้างพื้นฐานที่วางมาอย่างดีในอดีต ทำให้พลเมืองญี่ปุ่นหรือแม้แต่นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกทั้งจากการทำงาน แม้แต่การเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด สามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือลอยฟ้า แม้แต่จับรถไฟความเร็วสูงไปยังเมืองต่างๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

“ผังเมืองที่ดี สามารถเชื่อมต่อขนส่งทั้งคนและสิ่งของได้ในเวลาที่รวดเร็ว”เขาย้ำ และผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งจากการที่ผมจับรถไฟใต้ดินเพื่อเดินทางออกนอกเมืองไปชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ผมก็มาโผล่ที่นอกเมืองโกเบที่มีระยะห่างออกมาจากตัวเมืองราว 100 กิโลเมตร

หันกลับมามองภาพแห่งความเป็นจริงในเมืองไทย หลายๆ ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นกระแสของ Urbanization ผ่องถ่ายความเจริญกระจายจากเมืองหลวงสู่หัวเมืองต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจทั้งทุนท้องถิ่นและทุนจากเมืองใหญ่ ไปสร้างความคึกคักมาแล้ว

และจากนี้ไปไทยที่ต้องเปิดรับการค้าเสรีอาเซียน ผมเชื่อว่า กระแสนี้จะเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น หัวเมืองรองที่เส้นทางคมนาคมถูกพาดผ่านจากการลงทุนใน Mega Project ของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน จะนำการเติบโตของเศรษฐกิจแบบลูกโซ่ และเป็นแรงผลักดันหลักให้หลายๆ ธุรกิจเติบโต ทั้งธุรกิจการค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เกิดขึ้นอย่างครบครัน

ใครที่มีแลนด์ลอร์ดผืนใหญ่ อาจได้รับส้มหล่น ทั้งจากการให้เช่าที่ดินเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง หรือแม้แต่ขายขาด เพื่อรับเงินโตเป็นเศรษฐีใหม่

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่