Home / Strategic Move / Spotlight / ทีเด็ด Big Cola

ทีเด็ด Big Cola

ก่อนถึงซัมเมอร์นี้ตลาดเครื่องดื่มดับกระหายในเมืองไทยส่อแววร้อนแรงในทุกขณะ หลังจากแบรนด์น้ำดำหลายยี่ห้อลุกขึ้นมาอัดงบ ส่งแคมเปญการตลาด สร้างสีสันออกมาเรื่อยๆ เพื่อเอาใจคอน้ำอัดลม และสร้างฐานแฟนคลับให้จงรักภักดีต่อแบรนด์

‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ แบรนด์น้ำดำปราศจากคาเฟอีนจากเปรู ดำเนินธุรกิจภายใต้การบริหารงานของ ‘บริษัท อาเจ กรุ๊ป’ ก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นในตลาดน้ำดำเมืองไทยที่เริ่มต้นด้วยกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” ครองใจลูกค้าภูธรได้สำเร็จ ติด Top 5 เครื่องดื่มยอดฮิตในเมืองไทย คว้าส่วนแบ่งการตลาด 10-12% ไปครอง

แม้จะบุกป่าได้สำเร็จตามที่คาด แต่นั่นยังไม่เพียงพอ ต่อจากนี้ ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ จำต้องเร่งปฏิบัติการล้อมพื้นที่เมือง พลิกโฉมให้อินเตอร์ ส่งโกลบอลแคมเปญ เอาใจกลุ่มคนรุ่นใหม่วัย 12-25 ปี ด้วยสโลแกน “คิดให้ใหญ่ไปให้สุด (Think Big)” พร้อมทั้งปรับทัพเปลี่ยนลุคแบรนด์ให้ดูเท่ห์และอินเตอร์ยิ่งขึ้น

“ในปีนี้บิ๊กโคล่าทุ่มงบลงทุนมากกว่าปีที่แล้วกว่าเท่าตัว เพื่อขับเคลื่อนสโลแกน คิดให้ใหญ่ไปให้สุด (Think Big) อย่างจริงจัง โดยร่วมเป็นผู้สนับสนุนทางการเป็นผู้เดียวในรายการเอเชียก็อตทาเลนต์ตลอดซีซั่น” ฆอเก้ โลเปซ ดอริกา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท อาเจ กรุ๊ป กล่าว

ถึงแม้ว่าสโลแกน “คิดให้ใหญ่ไปให้สุด (Think Big)” จะเปิดตัวเป็นโกลบอลแคมเปญเริ่มตั้งแต่ปี 2555 แต่ช่วงที่ผ่านมาคอนเซ็ปต์ยังไม่โดดเด่นมากนัก

นั่นทำให้ ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ ต้องสานต่อ-ตอกย้ำให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวเอเชียได้รับรู้ด้วยการโปรโมทแบรนด์ผ่านรายการเอเชียก็อตทาเลนต์ซึ่งถ่ายทอด 13 ประเทศ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อร่วมสนุกผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียกับผู้บริโภค 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, กัมพูชา และสปป.ลาว

โดย ‘ฆอเก้’ หวังว่า การทุ่มทุนครั้งนี้จะทำให้ ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ เป็นที่รู้จักและสามารถส่ง Message “คิดให้ใหญ่ไปให้สุด (Think Big)” ฝันได้ก็ทำได้ สร้างความรู้สึกดีระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค เพื่อสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืน

เพราะ ‘ฆอเก้’ เชื่อว่า ผู้บริโภคใช้ความรู้สึกเลือกซื้อน้ำอัดลม เมื่อกระหายก็จะออกไปซื้อทันที

ทำให้ก่อนหน้านี้ ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ เลือกโปรโมทกิจกรรมพลิกโฉมแบรนด์สู่ระดับอินเตอร์ เริ่มจากเป็นพันธมิตรทางด้านกีฬากับทีมชาติอังกฤษ และทีมสโมสรบาร์เซโลนา นอกจากนี้ ยังผนึกกำลังร่วมกับโซนี่ พิคเจอร์ส ผลิตขวด ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ รูปสไปเดอร์แมน ออกวางจำหน่ายทั่วโลก

อย่างไรก็ดี ‘ฆอเก้’ มั่นใจว่า จะเป็นปีที่ดีของ ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’

 

บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ ในระดับโลก
“ล่าสุดน้ำอัดลมบิ๊กโคล่าติดอันดับที่ 3 แบรนด์น้ำอัดลมที่มีคนชื่นชอบมากที่สุดในโลก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท อาเจ กรุ๊ป บอกกับ Business+

สำหรับกุญแจแห่งความสำเร็จของน้ำอัดลมบิ๊กโคล่า ‘ฆอเก้’ เปิดเผยว่า แบรนด์เรามีพันธมิตรระยะยาวที่ดี ทำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยการสร้างความจดจำและประสบการณ์ร่วมกัน ประกอบกับน้ำอัดลมของเรามีรสชาติดี ราคาย่อมเยา จำหน่ายด้วยปริมาณมากกว่าในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งในตลาดถึง 20%

เพราะเหตุใดถึงวางจำหน่ายในราคาไม่แพง ‘ฆอเก้’ บอกว่า บริษัท อาเจ กรุ๊ป มีโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกทำเองทั้งหมด นี่จึงเป็นข้อได้เปรียบในเรื่องต้นทุน

ปัจจุบัน ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ จัดจำหน่ายครอบคลุม 20 ประเทศทั่วโลก แต่บริษัทแม่เลือกให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพราะเห็นโอกาสขยายฐานลูกค้าได้อีกมาก

ย้อนไป 7 ปีก่อน ‘ฆอเก้’ บอกว่า ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ เริ่มเข้ามาทำการตลาดในเอเชีย ชิมลางเมืองไทยเป็นประเทศแรก ตอนนั้นผู้บริโภคนิยมดื่มน้ำอัดลมจากขวดแก้ว ทำให้แพ็กเกจของเราดูแปลกใหม่ เพราะพกพาง่ายและมีปริมานที่หลากหลาย

แต่ประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นั่นคือ การที่ ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ ประสบความสำเร็จในตลาดน้ำอัดลมประเทศอินโดนีเซีย กวาดส่วนแบ่งการตลาดไปได้กว่า 40% ด้วยระยะเวลาเพียง 3 ปี กลับเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าในเมืองไทยที่ดำเนินธุรกิจนานกว่า

‘ฆอเก้’ อธิบายว่า เนื่องจากเรามาลงทุนในประเทศไทยเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย ทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ในประเทศอินโดนีเซีย ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ เรียนรู้จากไทยมาก่อน และนำภาพลักษณ์ใหม่ที่ดูอินเตอร์เข้าไปตีตลาด โหมโรงด้วยแคมเปญทีมชาติอังกฤษ จึงทำให้เราประสบความสำเร็จในอินโดนีเซีย

จากกรณีศึกษาของ ‘บิ๊กโคล่า (Big Cola)’ ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าทีเด็ดของการทำธุรกิจ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลา แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเข้าใจผู้บริโภค และใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้แบรนด์ให้ก้าวต่อไปได้ไกลแค่ไหน

 

กนกวรรณ จันทร