Home / Leaderships Management / สู้ไม่ไหว Best Buy ปิดร้านขายมือถือในห้าง 
Best Buy

สู้ไม่ไหว Best Buy ปิดร้านขายมือถือในห้าง 

เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าร้านขายโทรศัพท์มือถือจะมีกำไรมาก โดยเฉพาะร้านขายมือถือในห้างสรรพสินค้า  ผู้คนจึงให้ความสนใจในการลงทุนทำธุรกิจร้านขายมือถือมากขึ้น จนกระทั่ง ปี 2550 Apple ได้เข้ามาพลิกโฉมโทรศัพท์มือถือ จากมือถือที่มีปุ่มกดกลายเป็นมือถือหน้าจอทัชสกรีน 

เมื่อ Apple  เข้ามาทำการตลาดมากขึ้นและมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ก็ส่งผลให้ร้านขายมือถือต่างๆกำไรลดลงและล้มหายตายจากกันไปมากมาย เพราะการทำร้านมือถือแบบ stand alone นั้นไม่คุ้มทุนอีกต่อไป หลังธุรกิจอีคอมเมิร์ซเข้ามามีบทบาทในชีวิตผู้บริโภคมากขึ้น

Best Buy ถอดใจสู้ Apple ไม่ไหว 

Best Buy ค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ประกาศปิดร้านมือถือในห้างจำนวน 250 แห่ง โดยจะเริ่มทำการปิดตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป เนื่องจากธุรกิจนี้ทำกำไรได้น้อยลง และตลาดมือถือมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน

ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลัง Best Buy  ปิดร้านมือถือ คือ รายได้ของบริษัทจะโดยผลกระทบประมาณ 1% และจะมีผลในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ส่วนร้านมือถือของ Best Buy ในแคนาดากว่า 52 แห่ง จะยังไม่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้

สำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบ Hubert Joly ผู้บริหารของ Best Buy สัญญาว่าจะหางานอื่นในบริษัทให้ทำภายใน 3 เดือนหลังและ หากพนักงานคนใดที่ไม่ลาออกก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม ทางบริษัทจะจ่ายเงินชดเชยเพิ่มให้ และจะช่วยหางานภายนอกบริษัทให้อีกด้วย

นี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของให้เจ้าของ ร้านขายมือถือในห้างสรรพสินค้า ในประเทศไทยได้ศึกษาและเตรียมตัวรับมือ เพราะหากคุณยังดื้อรั้นทำธุรกิจแบบเดิมๆอยู่ ในวันที่กำไรจากการขายโทรศัพท์มือถือต่ำลงเรื่อยๆ คุณอาจจะเป็นรายต่อไป

ที่มา reuters

กด like ไว้ ติดตามสาระดีๆ

0

คะแนนบทความนี้

User Rating: Be the first one !