Home / Strategic Move / Special Issue / เจาะ4 เทรนด์ที่กำลังจะหมดอายุในปี 2018
เทรนด์

เจาะ4 เทรนด์ที่กำลังจะหมดอายุในปี 2018

ตั้งแต่ช่วงสิ้นปีเรื่อยมาจนถึงปัจุบันก็ยังคงมีหน่วยงานหรือองค์กรธุรกิจหมุนเวียนสับเปลี่ยนมาแจ้งข่าวบอกเล่าเทรนด์ที่จะเกิดในปี 2018 อย่างอุ่นหนาฝาคลั่ง แต่ยังไม่มีสำนักไหนออกมาพูดว่า เทรนด์ไหนบ้างที่จะไม่ได้ไปต่อ เพราะอย่าลืมว่าทุกอย่างย่อมมีวันหมดอายุ แม้แต่เทรนด์

พูดกันตามความจริงแล้วเทรนด์ต่างๆ ก็มีทั้งช่วงเวลาขาขึ้นแล้วก็ขาลง อย่างช่วงปีที่ผ่านมากระแส Craft Trend หรือ เทรนด์ของงานคราท์ฟเป็นที่นิยมอย่างมาก หลายแบรนด์มีการนำมาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจ ทั้งเรื่องของโทนสี การตกแต่งร้าน รูปแบบแพ็กเกจจิ้ง การออกแบบต่างๆ

หรืออย่างยุคหนึ่งที่การตกแต่งแบบ Industrial Loft มาแรงแบบสุดๆ ทั้งร้านกาแฟ โรงแรม สเปซต่างๆ ก็หันมาตกแต่งแบบ Loft กันหมด หรือช่วงไหนที่งานไม้กำลังบูม นับไปได้เลยอีกไม่เกินหนึ่งเดือน เราจะต้องได้เห็นแบรนด์ไม้เกิดใหม่เป็นดอกเห็ด และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีแบรนด์คล้ายกันเกิดขึ้น ความนิยมในเทรนด์นั้นก็จะเริ่มซาลงและหายไปในที่สุด

สำหรับเทรนด์ที่กำลังจะเลิกฮิตในปี 2018 จากการแชร์ข้อมูลของ SCB SME ประกอบไปด้วย 4 เทรนด์ดังนี้

Millennial pink

เทรนด์นี้เริ่มเปิดตัวแรงตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งมีสี Rose quartz เป็น Pantone สุดฮิต และความนิยมก็ยังต่อเนื่องมาถึงปีที่แล้วโดยมีแรงบันดาลใจจากสีชมพูสุดหวานจากเจ้านก Flamingo และบรรดาแบรนด์เกาหลีที่โด่งดังมาเสริมความนิยม ทำให้เราได้เห็นคาเฟ่สีชมพูสวยๆ เกิดใหม่เยอะมากมาย ลามไปจนถึงร้านขายเสื้อผ้าเกาหลีที่มาใน Theme สีชมพูทั่วสยามสแควร์

เมื่อผู้เล่นกระโดดเข้ามาจับตลาดสีชมพูเกลื่อนเมือง ทำให้ผู้บริโภคก็เริ่มเลี่ยนกับความหวานมากจนเกินไป ยิ่งในปีนี้มีสี Pantone ประจำปีออกมาเรียบร้อยแล้วนั่นคือสีม่วง Ultra violet รับรองได้ว่เราน่าจะได้เห็นแบรนด์ต่างๆ ทยอยออกสินค้าสีม่วงออกมาตีตลาดอย่างแน่นอน

The rustic look

ร้านกาแฟ อาชีพยอดนิยมของผู้ที่อยากมีธุรกิจส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่ผ่านมา มีจำนวนร้านกาแฟเกิดขึ้นใหม่เยอะมาก ที่สำคัญคือการตกแต่งเกือบครึ่งมีความคล้ายคลึงกัน ถ้าไม่ Minimal ก็จะดู Rustic ซึ่งมินิมอลอาจจะตกเทรนด์ไปก่อนแล้ว ส่วน Rustic ก็เริ่มซาลงเช่นเดียวกัน

โดยการตกแต่งแบบ Rustic จะเน้นการใช้ไม้เก่าๆ ดูแล้วมีความคลาสสิก เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ โต๊ะเก้าอี้ไปจนถึงของตกแต่งร้าน นอกจากนี้ยังมีการใช้โคมไฟแบบ Industrial ดูเท่ๆ ดิบๆ และมีผนังอิฐเพิ่มความเก๋ แต่การตกแต่งแบบนี้จะเริ่มได้รับความนิยมลดลงในปีนี้และจะเริ่มมีการใช้สไตล์ที่ดู Modern ทันสมัย เข้ามาแทนที่

The farmhouse style

เทรนด์การยกฟาร์มเข้ามาไว้ในชีวิตประจำวันของคนเริ่มได้รับความนิยมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านเพราะผู้คนต่างโหยหาธรรมชาติ การใช้ชีวิตที่เรียบง่ายไปจนถึงเทรนด์สุขภาพที่มาแรงเช่นกัน ทำให้คุณจะได้เห็นสินค้าเพื่อสุขภาพ ออแกนิกส์ การทำ Farmstay ร้านอาหารต่างๆ ที่มีสไตล์ Farm to table ไปจนถึงการตกแต่งแบบฟาร์ม หลายคนอาจเริ่มปลูกผักหลังบ้าน ไปเวิร์คช็อปทำสบู่ แต่สุดท้ายแล้วด้วยไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่มีชีวิตที่ยุ่งในแต่ละวัน การใช้ชีวิตแบบ Farm Lifestyle ก็อาจจะได้เป็นแค่ครั้งคราวเท่านั้น ทำให้เทรนด์เหล่านี้กำลังจะซาลงไปในไม่ช้าเหมือนกัน

Inspirational signs

การใช้ชีวิตคูลๆ แบบคนยุคใหม่ หลายคนมีคติประจำใจด้วยคำพูดเก๋ๆ เช่น ‘Believe in Yourself’ หรือ ‘Life is too short to be anything but happy’ คำพูดให้แรงบันดาลใจเหล่านี้เริ่มแพร่หลายลงบนผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะแบรนด์แฟชั่น เช่น เสื้อยืด กระเป๋าผ้า แก้วน้ำ ไปจนถึงของแต่งบ้าน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากคุณเปิดดูสินค้าบนเว็บงานฝีมืออย่าง Etsy ก็มักจะได้เห็นคำเก๋ๆ พวกนี้อยู่เต็มไปหมด

แต่สำหรับในปีนี้ Inspirational signs อาจจะเริ่มเห็นน้อยลงกว่าเดิม เพราะคนในยุคนี้มีวิธีการหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งสินค้ารอบตัวอีกต่อไป เช่น การฟัง TED talk ออกกำลังกาย อ่านบล็อกต่างๆ ไปจนถึงการออกเดินทาง

แม้ว่าหลายเทรนด์กำลังจะซาลงและหมดอายุ แต่ใช่ว่าเทรนด์เหล่านี้จะหมดอายุตลอดไป เพราะเทรนด์มักจะมีการวนเวียนอยู่แบบนี้เสมอ เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป ทางที่ดีแบรนด์ต่างๆ อาจจะต้องมีการวางจุดยืนและสร้างตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจน เพราะการที่วิ่งตามเทรนด์ตลอดเวลาย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจเมื่อเทรนด์เปลี่ยนอย่างแน่นอน

 

 

ที่มา :businesslinx.globallinker