Home / Lifestyle / Life of living / 4 พลังนิสัยที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล
นิสัยเปลี่ยนชีวิต

4 พลังนิสัยที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล

ถ้าคนเราไม่สร้างนิสัยด้านที่ดีให้ตัวเองชีวิตก็จะดำเนินไปอย่างยากลำบากยิ่งขึ้น วิธีการง่ายๆ ก็คือเลือกทำสิ่งที่ยากๆ เสียก่อนแล้วชีวิตคุณจะง่ายขึ้น แต่ถ้าเลือกทำอะไรง่ายๆ ผลลัพธ์ก็คือชีวิตจะเริ่มดำเนินไปในทางที่ยากยิ่งขึ้น

คนประสบความสำเร็จมักเลือกแต่นิสัยด้านที่ดีให้ตัวเองเพื่อเอาชนะชีวิตที่ไม่เจริญก้าวหน้า ในช่วงแรกอาจจะดูเหมือนว่าทำยากไม่สำเร็จมากนักแต่อย่าเพิ่งถอดใจ ประตูบานพับอาจจะกำลังเปิดไปสู่ประตูบานใหญ่กว่าก็เป็นได้

แต่นิสัยที่ดีนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมามีพลังเท่ากันหมดเพราะนิสัยบางประเภทก็มีพลังต่อชีวิตมากกว่าบางลักษณะนิสัย และนี่คือ 4 พลังแห่งนิสัยที่จะทำให้คุณแข็งแกร่งและมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันจะช่วยให้คุณรู้ว่าตนเองต้องการอะไร และยังสร้างผลลัพธ์ที่ในทิศทางที่น่าประทับใจอีกด้วย

 

1. เปิดรับสิ่งใหม่ๆ อย่าเพิ่งปิดกั้นสิ่งที่เข้ามาในชีวิต

เมื่อบางสิ่งที่คุณทำอยู่ไม่ประสบผลสำเร็จ สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือความคิดล้มเลิกที่ทำจะต่อไปใช่ไหม แต่แทนที่จะเลิกทำต่อลองกลับมาไตร่ตรองดูอีกครั้งว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จและทำไมสิ่งที่ทำถึงไม่เวิร์ค การทบทวนครั้งนี้จะมอบสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมากให้กับคุณ

เพราะในช่วงเวลาที่ยากลำบากมักจะทำให้ความคิดที่เคยเฉื่อยชาได้กระตือรือร้นขึ้นอีกครั้ง นี่อาจเป็นเหมือนกันการเคาะสนิทที่เกาะกินตัวเรา ค่อยๆ ทำไปทุกวันๆ อย่าเพิ่งต่อต้านสิ่งที่เกิดขึ้น อย่าล้มเลิก ให้โอกาสชีวิตของเราได้เลิกเฉื่อยชา ชีวิตอาจทำลายแผนการของคุณ เมื่อแผนการของคุณกำลังทำลายคุณเอง ดังนั้นจึงต้องใส่ใจกับทุกรายละเอียดให้มากๆ อย่าเพิ่งเมินเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 

2. พิสูจน์ให้เห็น อย่าเพิ่งดูถูกตัวเอง

สิ่งหนึ่งที่มักจะทำให้เกิดการลดคุณค่าของตัวเอง คือ การถามผิดคำถาม ซึ่งการตั้งคำถามที่ผิดทำให้เกิดการบั่นทอนต่อการผลักดันประสิทธิภาพของตนเอง ทำให้จิตใต้สำนึกเปลี่ยนทันทีจากที่เคยเป็นคนคิดบวกก็จะกลายเป็นคนคิดลบ หรือเป็นไปในทางตรงกันข้าม เช่น ตัวอย่างคำถามเหล่านี้

คำถาม : ทำไมฉันไม่สามารถลดน้ำหนักได้?
คำตอบ : เพราะฉันเป็นเกิดมาเป็นหมูอ้วนไง!

คำถาม : ทำไมฉันไม่เคยทำถูกเลย?
คำตอบ : ก็เพราะว่าฉันไม่ฉลาดยังไงล่ะ

คำถาม : ทำไมฉันจึงไม่รวย?
คำตอบ : เพราะฉันมันเป็นไอ้ขี้แพ้

ถ้าเริ่มต้นด้วยการคำถามที่ไม่ดี คุณก็จะได้คำตอบที่ไม่ดีเช่นกัน นี่คือวิธีการที่จิตใต้สำนึกเราทำงาน เนื่องจากจิตสำนึกทำงานภายใต้โปรแกรมของจิตใต้สำนึก คำถามที่ดีจะนำมาซึ่งคำตอบที่มีประสิทธิภาพ ลองปรับเปลี่ยนวิธีการถามดู

  • สองสิ่งสำคัญที่จะทำให้ฉันสามารถลดน้ำหนักได้มีอะไรบ้าง ?
  • วิธีที่ดีกว่าในการทำสิ่งนี้คือ ?
  • สามสิ่งที่จะทำให้ฉันสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น มีอะไรบ้าง ?

เปลี่ยนคำถามกับตัวเองแล้วคุณจะเชื่อว่าการถามด้วยคำถามที่ถูกต้องนั้นเป็นเหมือนกับการเพิ่มขีดความสามารถให้ตัวเองได้

 

3. ใช้พลังความคิดด้วยสมองให้เกิดประโยชน์ อย่าใช้พื่อตำหนิต่อว่า

การตำหนิ คือ การใช้ความสามารถด้านความคิดของเราไปกับการหาเหตุผลว่านั่นไม่ใช่ความผิดของเรา และสิ่งเหล่านี้ยังทำให้เกิดอุปสรรคทางอารมณ์ต่อชีวิตที่เรียกว่า ความไม่พอใจ มันเกือบจะเป็นเสมือนทัศนคติที่อยู่ใต้จิตสำนึกซึ่งมันแตกต่างจากความโกรธแม้ว่ามันจะมาพร้อมกับความรู้สึกก็ตาม มันจะดึงให้คุณหมกมุ่นอยู่กับความรู้สึกที่ขุ่นเคืองใจ และความรู้สึกนั้นที่ดูเหมือนว่าเรามีอำนาจในการคอนโทรลได้ แต่นั่นเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะมันได้จบไปแล้วจึงไม่มีอะไรที่สามารถควบคุมได้อีก ทำอย่างไรเราจึงจะขโมยอดีตจากปัจจุบันได้?

จากวิธีการเบรนสตรอมใช้พลังทางความคิดจะทำให้คุณตระหนักถึงอดีตที่ผ่านของคุณอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่การใช้พลังทางความคิดนี้จะไม่ได้จำกัดความถึงความเป็นตัวตนของคุณหรือขัดขวางและทำลายตัวตนของคุณ สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของวุฒิภาวะของตัวเองแต่ไม่ใช่ตัวตนหรือเอกลักษณ์ของคุณ อดีตที่ผ่านมาของคุณทำให้แข็งแกร่งขึ้นได้ในวันนี้ คุณจะไม่ติดอยู่ในอดีตของตัวเอง คุณจะต้องเป็นก้าวไปสู่อนาคตด้วยการเดินไปข้างหน้า และในที่สุดคุณก็จะสามารถมีพลังขึ้นมาได้เองโดยไม่ตำหนิตนเองอีกต่อไป

 

4. ทำแค่บางอย่าง ไม่ใช่ทุกอย่าง

เมื่อถึงจุดหนึ่งการยืดหยุ่นเป็นเรื่องที่ดีและควรทำ การละทิ้งบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำเช่นกัน คุณเคยเป็นไหมเวลามองดูตารางงานแล้วรีบทำก่อนสักหนึ่งถึงสองชิ้นให้เสร็จลุล่วง แล้วคุณจะรู้สึกว่ามันก็แค่ลงมือทำให้เสร็จเท่านั้นเอง ถ้าจะพูดตามหลักการของ Pareto (Pareto’s Principle – The 80-20 Rule) ถ้าคุณมีงาน 10 งานที่ต้องทำ และตัวเลข 80 เปอร์เซ็นต์ของผลลัพธ์ของเรามาจาก 20 เปอร์เซ็นต์ของความพยายามของตัวเราเอง ดังนั้นเราต้องเริ่มจากลงมือทำสองงานแรกก่อนที่เหลือจากนั้นก็จะตามมานั่นเอง

ความลับของการทำงานอย่างจริงจังคือการจัดการงานให้หมดไป มันจะทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย ซึ่งอาจเรียกได้ว่ามันเป็นเรื่องของการควบคุมและวางแผนที่ดี ถ้าคุณวางแผนไว้ดีแล้วคุณจะสามารถทำอะไรก็ได้ แต่แค่เลิกพยายามทำทุกอย่างในทีเดียว

ขอทิ้งท้ายด้วยคำคมไว้หนึงประโยค

“Be quick, but not in a hurry.” —Coach John Wooden

แล้วพบกันครั้งหน้ากับสาระดีๆ จาก Business Plus

 

 

ที่มา www.success.com