Home / Strategic Move / Special Issue / 10 เทรนด์เที่ยวยอดฮิต แบบฉบับชาวเอเชีย

10 เทรนด์เที่ยวยอดฮิต แบบฉบับชาวเอเชีย

แม้ว่าปีที่ผ่านมาจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียหลากหลาย แต่รายงานขององค์การการท่องเที่ยวโลก หรือ UNWTO World Tourism Barometer มั่นใจว่าการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

และถ้าหากจะกล่าวถึงการท่องเที่ยว คงจะหนีไม่พ้นการจองห้องพักออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก เมื่อเร็ว ๆ นี้ อับฮิราม ชาวด์ดรี รองประธานและกรรมการผู้จัดการ Hotels.com ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) ได้ออกมาเปิดเผย 10 เทรนด์การท่องเที่ยวของชาวเอเชียที่น่าสนใจไว้ดังต่อไปนี้

เที่ยว

  1. จองห้องพักผ่านดีไวซ์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทาง และชื่นชอบความสะดวกสบายในการจองห้องพักนั้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 จำนวนนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักผ่านสมาร์ตโฟนนั้นนับเป็น 1 ใน 3 ของการจองทั้งหมดบน Hotels.com
  2. บริการพิเศษสำหรับลูกค้า นักท่องเที่ยวที่จองห้องพักผ่าน Hotels.com มีสิทธิ์ได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ อาทิ ส่วนลดค่าธรรมเนียมวีซ่า, ประกันการเดินทาง, เครื่องกระจายสัญญาน Wi-Fi เคลื่อนที่ (Wi-Fi egg) และทัวร์ในพื้นที่ 1 วัน จึงทำให้การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าบริการพิเศษของเรายังจะคงดึงดูดลูกค้าอย่างต่อเนื่องในปี 2559
  3. นักท่องเที่ยวชอบอ่านและเขียนรีวิว จึงทำให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการจองห้องพัก ด้วยรีวิวจริงจากนักท่องเที่ยวกว่า 17 ล้านคน บนเว็บไซต์ Hotels.com ลูกค้าสามารถเลือกห้องพักโดยอ้างอิงจากการจัดอันดับในหมวดหมู่ต่าง ๆ เช่น ความสะดวกสบาย, การให้บริการ และความสะอาด
  4. ชอบสิทธิพิเศษ เห็นได้จากการสมัครลอยัลตี้โปรแกรมต่าง ๆ ถือเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยว ผลสำรวจ Hotels.com ล่าสุดพบว่า กว่า 50% ของผู้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจได้สมัครลอยัลตี้โปรแกรม และให้ความสำคัญกับสิทธิพิเศษอย่าง ของแถม, บัตรของขวัญ และส่วนลด
  1. จองห้องพักแบบเร่งด่วน ปัจจุบันนักท่องเที่ยวอาจจะมีเวลาไม่เพียงพอสำหรับการจองห้องพักล่วงหน้า ในช่วงมกราคม – กันยายนของปี 2558 นักท่องเที่ยวกว่า 25% จากทั่วโลกจองห้องพักในนาทีสุดท้ายผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งคาดว่าในปี 2559
    การจองห้องพักเช่นนี้ จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  2. สถานที่ท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมในปี 2559 ได้แก่ รีโอเดจาเนโร, กัวลาลัมเปอร์, ฮ่องกง และกรุงเทพฯ:

Hotels.com คาดการณ์ว่า ประเทศบราซิล จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปี 2559 เนื่องจากจะเป็นสถานที่จัดงานกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก-โอลิมปิก 2016 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ รีโอเดจาเนโร ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยมีแนวโน้มที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาและการเดินทางจากทั่วโลกได้เป็นจำนวนมาก

ขณะที่ทวีปเอเชีย Hotels.com คิดว่าเมืองที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นได้แก่ กัวลาลัมเปอร์, ฮ่องกง และกรุงเทพฯ เนื่องจากดัชนีราคาห้องพักโรงแรม Hotels.com Hotel Price Index™ (HPI™) ล่าสุดเผยว่าห้องพักภายเมืองที่กล่าวไปมีราคาลดลง ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 ราคาเฉลี่ยของห้องพักในกัวลาลัมเปอร์อยู่ที่ 2,026 บาทต่อคืน ซึ่งลดลง 28 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ดัชนี HPI ยังแสดงให้เห็นว่าฮ่องกง และประเทศไทย (โดยเฉพาะกรุงเทพฯ) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

  1. Bleisure หรือการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวและทำงาน ในเอเชียการเดินทางสำหรับติดต่อธุรกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น โดย Global Business Travel Association คาดว่าในปีพ.ศ. 2561 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะมีส่วนแบ่งตลาด 5%

ขณะที่สหรัฐอเมริกาจะมีส่วนแบ่งตลาดลดลง 3% และยุโรปตะวันตกลดลง 2% เราคาดว่าการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่านักธุรกิจที่เดินทางไปทำงานจะยืดเวลาพักออกไป เพื่อเพิ่มการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนกับครอบครัวมากขึ้น

  1. นักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลน นิยมการแชร์เรื่องราวชีวิตผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างต่อเนื่อง ในปี 2559 นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเข้ามามีบทบาททางสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลชาวเอเชียจะใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทางมากขึ้น 1.6 เท่า
  2. การใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทางจะเพิ่มมากขึ้น ในปีที่ผ่านมาสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน รายงานล่าสุดจากองค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO World Tourism Barometer) เผยว่า จำนวนผู้โดยสารขาออกในประเทศจีนโตขึ้นระดับเลข 2 หลัก

ทำให้ญี่ปุ่น, ไทย, สหรัฐอเมริกา และหลายประเทศในทวีปยุโรปได้รับผลประโยชน์ อินเดียเป็นอีกหนึ่งตลาดที่กำลังเติบโตทางด้านการท่องเที่ยว ซึ่งรายงานเผยว่าการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวขยายตัวขึ้น 2 หลัก

  1. สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวตามความต้องการ กล่าวคือในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่พวกเขาต้องการ

จะเห็นได้ว่า เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้ง 10 ข้อนี้ ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว ใครปรับก่อนก็ได้เปรียบก่อนล่ะครับ