Home / Lifestyle / Travel / 1 Day trip กิน เที่ยวแบบฟินๆที่เกาะสีชัง

1 Day trip กิน เที่ยวแบบฟินๆที่เกาะสีชัง

งบก็น้อย วันหยุดก็ไม่มี จะลาเพิ่มก็ไม่ได้ แต่อยากเดินทอดน่องสวยๆริมหาดรับลมทะเลเย็นๆสักที่ การมองหาทะเลสวยๆหรือเกาะเล็กๆอย่างเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ก็เหมือนจะตอบโจทย์ได้ดี ทั้งใกล้กรุงเทพ ไม่เสียเวลาเดินทาง ไปกลับได้ไม่ลำบาก และที่สำคัญงบไม่บานปลายอย่างแน่นอน และยิ่งมีดีแทค รีวอร์ด อยู่ในมือ จะกิน จะเที่ยว รับรองได้ว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

วันหยุดนี้บิสิเนสขอนำเสนอ โปรแกรม1 Day trip เที่ยวฟินๆที่เกาะสีชังกัน เผื่อเป็นทางเลือกให้คนที่นึกอยากเที่ยวในวันหยุดแบบไปเช้าเย็นกลับได้เก็บไว้เป็นแนวทาง

เริ่มต้นการเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยรถยนตร์ส่วนตัวใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ-มอเตอร์เวย์ ขับเรื่อยๆไปทางศรีราชา แต่ถ้าให้ชัวร์ก็เปิดกูเกิ้ลแมปไปเลยจ้า ระหว่างทางถ้าเกิดง่วงขึ้นมาก็แวะปั้มล้างหน้าล้างตา จิบกาแฟเย็นๆสักแก้วให้พอสดชื่นที่คาเฟ่ อเมซอน หาง่ายเพราะมีทุกที่ที่ปตท. พ่วงด้วยส่วนลดพิเศษจาก ดีแทค รีวอร์ด คุ้มไปอีก

 

เข้าเขตศรีราชาก็ตรงไปที่ เกาะลอยซึ่งเป็นท่าเรือที่จะไปเกาะสีชัง แวะจอดรถเสร็จสรรพเรียบร้อยยังพอมีเวลาระหว่างรอเรือก็สามารถแวะสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิมก่อนได้ ส่วนเรือข้ามฟากนั้นจะออกทุกๆ ชั่วโมง ตั้งแต่ 7.00-20.00 ค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 50 บาท ส่วนวิวนอกจากน้ำทะเลสีฟ้าเข้มและนกนางนวลที่บินมาทักทายเป็นพักๆก็มีเรือสินค้าจอดเทียบท่าให้ถ่ายรูปได้เพลิน ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชม เรือก็เทียบท่าที่สีชังเป็นที่เรียบร้อย

ส่วนการเดินทางบนเกาะมีทั้ง สกายแล็บและมอเตอร์ไซด์ให้เช่าที่ท่าเรือจำนวนมากให้เลือกตามความสะดวก จุดแรกที่ต้องแวะคือสักการะศาลเจ้าพ่อเสือ และศาลเจ้าพ่อเขาหลัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เกาะสีชัง เอาฤกษ์เอาชัยกันก่อน ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เดิมเป็นสถานที่สิ่งศักดิ์สิทธิที่ชาวเรือให้ความเคารพสักการะบูชา จนเมื่อมีผู้คนไปสักการะเป็นจำนวนมากทางศาลจึงได้สร้างศาลเจ้าพ่อเป็นลักษณะทรงวิหารจีน ตั้งอยู่บนเขา “คยาศิระ” ซึ่งชาวจีนทั้งในและต่างประเทศแวะเวียนมาเคารพสักการะขอพรอยู่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะเรื่องการทำมาค้าขายและหน้าที่การงาน ระหว่างทางขึ้นไปสักการะบูชานั้นจะมีทางขึ้นไปยังศาลรัชกาลที่ ๕ และศาลกรมหลวงชุมพร ให้แวะสักการะด้วยสำหรับผู้ที่มาสักการะบูชาที่เดินไม่ไหวทางศาลก็มีรถรางไว้บริการให้นั่งขึ้นไป

 

หลังจากแวะหาอาหารเที่ยงเติมพลังให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปปักหมุดจุดต่อไปที่ ช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาด เป็นช่องเขาที่ขาดออกจากกันเป็นหน้าผาสูง ถือว่าเป็นแหล่งชมวิวธรรมชาติที่สวยงามที่สุดในชลบุรี ซึ่งในอดีตที่นี่เป็นที่ตั้งพลับพลาใช้เป็นที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5 สามารถมองเห็นได้ทั้งเกาะ หน้าผา และทะเล และทรงใช้เป็นหอดูดาวด้วย ในปัจจุบันก็ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินผ่านพลับพลาได้

จุกต่อมาคือ พระจุฑาธุชราชฐานหรือพระราชวังฤดูร้อนในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่บริเวณแหลมวัง ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสีชัง มีสิ่งก่อสร้างตั้งอยู่ตามชั้นเนินเขาที่สูงต่ำลดหลั่นกันอย่างงดงามประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ พระตำหนัก 14 หลัง ศาลา 1 หลัง มีสวนดอกไม้ สระ ธารน้ำ น้ำพุ ถ้ำและหน้าผา ตกแต่งตามลักษณะอุทยานในพระราชวังของประเทศตะวันตก ส่วนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือบริเวร สะพานอัษฎางค์ สะพานที่รัชกาลที่ 5 ท่านทรงใช้เป็นท่าขื้นเทียบเรือหลังจากที่เสด็จประพาสฝรั่งเศส เป็นสะพานสีไม้ขาวที่ยื่นทอดไปทางทะเล ถือว่าเป็นมุมสุดฮิตของสาวๆเลยทีเดียว

เก็บภาพสวยๆกับสะพานสีขาวตัดน้ำทะเลสีฟ้าสวยหนำใจ แวะเติมความสดชื่น ที่ฟลาวเวอร์บลู คอฟฟี่แอนด์บริสโทร
ร้านกาแฟสไตล์คอนเทมโพรารี่ ลอฟท์ (contemporary loft) ขายเครื่องดื่มต่างๆ เช่น กาแฟ ชาเขียว น้ำปั่น ฯลฯ รวมถึงอาหารจานด่วนแบบฟิวชั่น ทั้งสเต็ก ข้าวผัดอเมริกัน พิซซ่า ผักโขมอบ เห็นเครื่องดื่มหลากเมนูสุดฟินแบบนี้ อาหารหลากหลายแบบนี้หากเผลอสั่งมากเกินไปก็ไม่ต้องกังวลเรื่องงบบานปลาย เพราะสั่งอาหารและเครื่องดื่มที่นี่ทุก300บาทก็สามารถรับส่วนลด 5%จาก ดีแทค รีวอร์ด และร้านนี้ยังเป็นร้านกาแฟและอาหารหนึ่งเดียวที่ติดแอร์อีกด้วย

มาทะเลทั้งทีจะโดนน้ำทะเลก็เหมือนจะมาไม่ถึง ดังนั้นก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายสุดท้าย ที่หาดถ้ำพัง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อ่าวอัษฎางค์ ชายหาดแห่งเดียวบนเกาะสีชังมีลักษณะเป็นอ่าวโค้ง จุดพักผ่อนและเล่นน้ำทะเลยอดนิยม เพราะมีทรายเม็ดสีขาวละเอียดนุ่มเท้า และน้ำทะเลสีใสมองเห็นพื้นทรายน้ำใต้ พื้นทรายมีความลาดเอียงต่ำเหมาะแก่การเล่นน้ำ ที่หาดมี ห่วงยาง, เรือกล้วย และเรือคายัคให้เช่าบริการเพื่อเพิ่มความสนุกให้ผู้ที่มาเล่นน้ำให้ฟินสุดๆกันไปเลย

เล่นน้ำเพลินเวลาก็ล่วงเข้าสู่ยามเย็นก็ถึงคราวต้องโบกมือลาสีชัง ขึ้นเรือกลับฝั่งกันด้วยความฟินถ้วนหน้า และก่อนกลับกรุงเทพไปเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย แวะทานข้าวชดเชยพลังงานที่เสียไปทั้งวันที่ ร้านอาหารสุดเก๋ Sea Salt ร้านอาหารจะสวยๆกว้างขวางถึง5โซนทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ มีไฮไลท์คืออยู่ที่ริมหาดส่วนตัว แถม มีสะพานไม้ทอดยาวยื่นลงทะเลให้เดินเล่นเซลฟี่เก๋ๆ แล้วโพสลงโซเชียลแบบฟินขั้นสุด

ส่วนอาหารต้องบอกว่าสดๆใหม่ๆเพราะก่อนที่จะเสริฟบนจาน ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ทั้งหลาย ยังแหวกว่ายอยู่ที่ตู้โชว์กันแบบเป็นๆ ส่วนเมนูที่ได้ลิ้มลองวันนี้มีตั้งแต่ กุ้งลายเสือตัวบิ๊กเบิ้มเผาหอมๆสุกกำลังดี กรรเชียงปูแกะเนื้อชิ้นใหญ่ๆ ข้าวผัดปูรสชาติกลมกล่อมข้าวร่วนไม่แฉะเกินไป ต้มยำทะเลรสชาติจัดจ้าน ปลากะพงทอดน้ำปลากรอปๆและผัดผักอีกหนึ่งจานใหญ่ ๆ เช็คบิลออกมาเกิน 1000 ตามคาดแต่ยังฟินได้อีกกับส่วนลด10% จาก ดีแทค รีวอร์ด จบทริปแบบฟินขั้นสุดไปเลยจ้า

 

เห็นไหมว่า ถึงจะมีเวลาน้อย งบเที่ยวไม่อำนวย ก็กิน ดื่ม เที่ยว แบบฟินๆได้ง่าย วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ไม่อยากนอนเปื่อยๆอยู่ที่บ้านก็ลองขับรถ นั่งเรือ ไปขึ้นเกาะที่สีชัง ฟินๆแบบนี้ได้นะคะ