Home / Lifestyle / Travel / เที่ยวตามรอยฟุตบอลโลก 4ทีมสุดท้ายกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ลืมไม่ลง

เที่ยวตามรอยฟุตบอลโลก 4ทีมสุดท้ายกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ลืมไม่ลง

เกาะกระแสฟุตบอลโลกกันสักเล็กน้อย ที่ในที่สุดก็ได้ 4 ทีมสุดท้ายมาให้ลุ้นในโค้งสุดท้ายกันแล้ว แต่ละประเทศนอกจากนักเตะฝีมือดีแล้ว ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสุดตระการตา ความสวยงามของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่ตรึงตาตรึงใจนักท่องเที่ยวจนต้องมาเยือนอีกหลายครั้ง แต่ละประเทศจะมีของดีอะไรกันบ้าง บิสิเนสพลัส คัดมาชมแล้วเป็นน้ำจิ้ม

1 อุทยานแห่งชาติพลิตไวซ์ (Plitvice National Park) โครเอเชีย


อุทยานแห่งชาติพลิตไวซ์เป็นหนึ่งใน natural wonders ที่สวยที่สุดของประเทศและยุโรป จุดเด่นของอุทยานแห่งนี้ คือ ทะเลสาบ 16 แห่งที่เชื่อมถึงกันและมีสีน้ำแตกต่างกันตั้งแต่สีฟ้าอมเขียวไปจนถึงสีน้ำเงิน เขียว และเทา ตลอดจนถึงน้ำตกและป่าไม้อันเขียวชอุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจทะเลสาบและพื้นที่โดยรอบได้ด้วยการเดินหรือนั่งเรือไป

 

2ฮวาร์ (Hvar) โครเอเชีย


ฮวาร์เป็นเกาะตามแนวชายฝั่งดัลเมเชีย เกาะแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สุดของประเทศและในทะเลเอเดรียติก เนื่องจากทิวทัศน์หน้าผา ชายหาด กับทุ่งดอกลาเวนเดอร์อันน่าประทับใจและเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างการปีนหน้าผาและว่ายน้ำตามชายหาด ตลอดจนถึงไร่องุ่นที่เป็นแหล่งวัตถุดิบของไวน์รสนุ่ม ภายในเมืองฮวาร์ เมืองเอกของเกาะจะได้พบกับแหล่งท่องเที่ยวมากมาย อาทิ กำแพงสมัยศตวรรษที่ 13 และจัตุรัสที่ติดอันดับจัตุรัสใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดของประเทศ ซึ่งล้อมรอบด้วยอาคารทางประวัติศาสตร์อย่างคลังแสงอาวุธและโบสถ์เซนต์สเตฟาน (Cathedral of St. Stephen) เป็นต้น

 

3 The Cotswolds อังกฤษ


Cotswolds นั้นหมายถึง เทือกเขาเล็กๆเป็นแนวยาวทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ ซึ่งจุดหลักของ Cotswolds (จุดที่สูงที่สุด) นั้นยาวประมาณ 330 เมตรสิ่งปลูกสร้างในบริเวณนี้เป็นแบบก่อด้วยหิน ทั้งหมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้นอกจากจะดูสวยงามแล้วยังมีประวติศาสตร์ยาวนานอีกด้วย Cotswolds เป็นแหล่งท่องเที่ยวอังกฤษที่มีชื่อเสียงและนิยมเป็นอย่างมาก แถมยังไม่ไกลจากกรุงลอนดอนนัก ทำให้การเดินทางมานั้นง่ายแสนง่าย และมีราคาไม่แพงด้วย

 

4  York Minster อังกฤษ


มหาวิหารยอร์คมินิสเตอร์ แลนด์มาร์คของเมืองยอร์ค สวยและอลังการตามแบบฉบับมหาวิหารของยุโรป
หนึ่งในมหาวิหารแบบ Gothic ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปตอนเหนือ (เทียบได้กับมหาวิหารโคโลญจน์ของประเทศเยอรมัน) York Minister มีความสูงระฟ้าเป็นแลนด์มาร์คของเมืองเก่าแก่อย่าง York

York Minister เริ่มก่อสร้างในปี 1230 และเสร็จสิ้นในปี 1472  นอกจากนี้ The Great East Window กระจกบานใหญ่ซึ่งอยู่ภายในของวิหารแห่งนี้ เป็นงานกระจกสียุคกลาง ที่ว่ากันว่ามีความใหญ่มากที่สุดของโลก ความอลังการไม่ต้องพูดถึง

 

5 Grand Palace หรือ Grong Plas เบลเยี่ยม


จัตุรัสแกรนด์เพลส หรือ กรองด์ ปลาซ หนึ่งในจตุรัสที่สวยงามที่สุดในยุโรป เป็นกลุ่มอาคารที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมทั้งบาโร้ค โกธิค นีโอ-โกธิค และเป็นสถานที่ซึ่งยูเนสโก้ ยกย่องให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1983
สิ่งก่อสร้างเด่นชิ้นหนึ่งในนั้นคือ St. Jacques-sur-Coudenberg โบสถ์ยุคศตวรรษที่ 18 และหอระฆังอันแสนงดงาม คุณสามารถเดินขึ้นบันไดไปจนสุดเพื่อชมวิวอันน่าประทับใจของกรุงบรัสเซลส์ หรือเข้าไปในโบสถ์เพื่อชื่นชมงานตกแต่งอันแสนวิจิตร
จตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของกรุงบรัสเซลล์ ที่เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต้องมาเยือน และทุก 2 ปีที่แห่งนี้จะมีการจัดเทศกาลที่มีชื่อเสียง ไปทั่วโลกอย่างเช่น เทศกาลพรมดอกไม้ (Flower Carpet) ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

 

6THE BELFORT เบลเยียม


หอระฆังเก่าแก่ของบรูจส์ตั้งอยู่ที่จตุรัส Markt  หอระฆังแห่งนี้ตั้งเด่นเป็นสง่าโดยมีฉากหลังเป็นห้องฟ้าสีคราม เป็นภาพอันงดงามน่าประทับใจและเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันมากที่สุด หอระฆัง Belfort เป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของบรูจส์ หอระฆังขนาดใหญ่และมีความสูงถึง 83 เมตรนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันได 366 ขั้นเพื่อขึ้นไปชมวิวข้างบนของหอระฆัง

ที่นี่ยังเป็นจุดที่สามารถชมวิวอันสวยงามของเมืองบรูจส์ได้แบบ 360 องศา รวมถึงทัศนียภาพอันน่าประทับใจของชนบทที่อยู่ล้อมรอบเมือง ด้านล่างของหอระฆังนั้นสร้างขึ้นทีหลังในศตวรรษที่ 13โดยใช้เป็นห้องเก็บสมบัติอันเก่าแก่และของมีค่าของเมืองซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และอย่าลืมชมกลไกอันซับซ้อนของการทำงานของหอระฆัง Belfort ส่วนชุดระฆังของหอระฆัง Belfort นั้นเป็นระฆังจำนวน 47 ชิ้น ปัจจุบัน มีการตีระฆังให้เสียงก้องกังวานอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตที่ลานด้านหน้าหอระฆังอีกด้วย

 

7 ซาเคร-เกอร์ บาซิลิก้า (Sacré-Cœur Basilica หรือ Basilique du Sacré-Cœur)

ชื่อเต็มคือ The Basilica of the Sacred Heart of Paris หรือบาซิลิก้า หัวใจอันศักดิ์สิทธิ์ของปารีส ตั้งอยู่บนยอดของเนินเขามงต์มาร์ทร์ (Montmartre) อยู่ทางทิศเหนือของปารีส เป็นอนุสรณ์สถานที่อุทิศแด่ชาวฝรั่งเศสซึ่งเสียชีวิตจากสงครามกับเยอรมนี โดยใช้ศิลปะสไตล์โรมัน-ไบเซนไทน์และประกอบด้วยสวน น้ำพุ หอระฆัง และตัวอาคารที่มียอดเป็นลักษณะโดมและตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสก ที่โดมกลางซึ่งสูงที่สุดของอาคารนั้นเปิดให้เราขึ้นไปชมวิวปารีสแบบพาโนราม่าได้ 

8พระราชวังลักเซมบูร์ก (Luxembourg Palace หรือ Palais du Luxembourg)

เดิมถูกสร้างเพื่อเป็นที่ประทับของพระนางมารี เมดิซี (Marie de Médicis) มารดาของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 หลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศส วังแห่งนี้ก็ได้รับการดัดแปลงให้เป็นอาคารรัฐสภา ส่วนทิศเหนือของตัววังก็ปรับให้เป็นที่พักของประธานสภาสูง อาคารทางทิศตะวันตกก็ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ทางทิศใต้ของวังเป็นสวนขนาดใหญ่อลังการ (10 ไร่) ประกอบด้วยสระน้ำ รูปปั้นของราชินีฝรั่งเศสและนักบุญต่างๆ ต้นไม้ ไม้ดอกและไม้ประดับที่จัดไว้อย่างสวยงามลงตัว มุมตะวันตกเฉียงใต้ของสวนนี้มีเวทีละครหุ่นท่ามกลางสวนแอ๊ปเปิ้ลและลูกแพร ใกล้ๆ กันนี้ มีศาลาพักผ่อน ซึ่งจะมีการแสดงดนตรีฟรี ร้านกาแฟ และร้านอาหารให้พักผ่อนหย่อนใจ ใครที่ชอบชมความงามทางศิลปะและจิบกาแฟผ่อนคลายในสวนสวย ที่นี่ใช่แน่