Home / Strategic Move / Spotlight / ออริจิ้น ดันแบรนด์ Knightsbridge ทะยานสู่ตลาดคอนโด Luxury Class

ออริจิ้น ดันแบรนด์ Knightsbridge ทะยานสู่ตลาดคอนโด Luxury Class

ออริจิ้น ดันแบรนด์ Knightsbridge ทะยานสู่ตลาดคอนโด Luxury Class ภายใต้แนวคิด Duo Space

นับเป็นแบรนด์น้องใหม่ไฟแรงสูงที่น่าจับตามองสำหรับ ออริจิ้น ที่ต้องการบุกตลาดระดับ Luxury ภายใต้ธีมสุดแหวก การอยู่อาศัยในห้วงอวกาศ ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่ให้ได้มากกว่าถึง 4 Spaces ซึ่งจะเป็นอะไรนั้นโปรดติดตามได้ในบทความ

จากข้อมูลของบริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด รายงานว่า ในปี 2560 ภาพรวมของจำนวนห้องชุดที่เปิดตัวใหม่อยู่ที่ 62,700 ยูนิต จาก 128 โครงการ ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยห้องชุดที่เปิดตัวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาถึง 15% (ห้องชุดที่เปิดตัวใหม่ในปี 2556 – 2560 มีอัตราเฉลี่ย 53,600 หน่วยต่อปี) และนับเป็นปีที่มีจำนวนห้องชุดออกสู่ตลาดมากที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งจากรายงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดคอนโดมิเนียมยังมีศักยภาพในแง่ของการเติบโตอีกมากสวนทางกับอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ

สำหรับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ประกาศตัวเองเป็นผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมทำเลแนวรถไฟฟ้าอย่างเด่นชัด โดยเริ่มต้นจากโครงการ Sense of London สุขุมวิท 109 และมีการพัฒนาแบรนด์อื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ Nothing Hill, Kensington, Pause, B Loft, และ KnightsBridge

 

เส้นทางความสำเร็จของออริจิ้น

ปี 2557

ปี 2558

ปี 2559

ปี 2560

(9 เดือน)

รายได้รวม

559,440.50

2,055,083.17

3,199,044.74

4,014,287.00

กำไร

70,304.10

386,697.91

639,735.35

966,743.00

 

ที่ผ่านมาออริจิ้นได้เริ่มต้นพัฒนาคอนโดมิเนียมแบบ Low-Rise ในตลาด Economy Class โดยชูจุดแข็งความเป็นคอนโดมิเนียมกลิ่นอายผู้ดีอังกฤษ ซึ่งถือเป็นการใช้กลยุทธ์ Product Differentiation ที่ยังไม่มีคู่แข่งในตลาดวาง Positioning ในลักษณะนี้ และการวาง Positioning ที่ชัดเจน ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จในธุรกิจคอนโดมิเนียมอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้ชัดจากตัวเลขรายได้รวมและกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างรวดเร็ว (ตามข้อมูลรายงานประจำปีของบริษัทตั้งแต่ปี 2557 จนถึง ไตรมาสที่ 3 ในปี 2560) จนปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่น Top 5 ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย

ในปี 2558 ที่ผ่านมา ออริจิ้น มีการเปิดตัวหลายโครงการเพื่อตอบสนองดีมานด์ผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยด้านการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยมีการเปิดตัว 7 โครงการพร้อมอยู่ และ 9 โครงการใกล้รถไฟฟ้า ในทำเลที่คู่แข่งขันเป็นแบรนด์ในระดับ Economy Class จนถึง Upper Class โดยวาง Positioning ไว้ที่ Middle Class จนถึง Luxury Class อย่างโครงการ KnighsBridge Onnut ซึ่งเปิดตัวในปี 2559 ที่ผ่านมา

 

 

จากนั้นในปี 2560 ที่ผ่านมา ออริจิ้นได้มีการปรับโฉมแบรนด์ใหม่ให้สดใสและทันสมัยยิ่งขึ้น จนมาถึงปีนี้ ประกาศชัดเจนต้องการจะเดินหน้าบุกตลาดคอนโด Luxury Segment ให้หนักยิ่งขึ้น โดยจะใช้แบรนด์ “Knightbridge” จับกลุ่ม Luxury Class ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งในไตรมาสแรกของปี ได้เปิดตัวโครงการใหม่พร้อมกันถึง 3 โครงการ ที่มาพร้อมกับแนวคิดสุดล้ำอย่าง Knightsbridge space ที่ต้องการนำเสนอไม่ใช่แค่ความล้ำสมัย แต่ต้องการสื่อถึงพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นกว่ามาตรฐานทั่วไป ผ่านแนวคิดการพัฒนาแบบ “Duo Space” ที่มีองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่

  1. Vertical Space คือการออกแบบพื้นที่ใช้งานแนวตั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น พื้นที่เหนือครัว ส่วนอาบน้ำ สามารถใช้เป็นพื้นที่เก็บของได้
  2. Value Space ให้ทุกพื้นที่ใช้สอยภายในห้องสามารถใช้งานจริงได้อย่างคุ้มค่า
  3. More Space เพิ่มพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สันทนาการ และมุมพักผ่อนสังสรรค์ให้มีขนาดใหญ่
  4. Flow Space เชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกอาคารด้วยการออกแบบให้มีการเล่นระดับโถงที่มีฝ้าเพดานสูง เป็น Double Space และ Triple Space

 

ออริจิ้น Knightsbridge

 

การรุกตลาด Luxury ของออริจิ้นในทำเลศักยภาพซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีเขียวสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีศักยภาพในแง่ของการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และนับว่าเป็นความกล้าที่จะฉีกรูปแบบ Product ให้แตกต่างไปจากเดิมที่มีกลิ่นอายความเป็นผู้ดีอังกฤษให้ออกมาเป็นรูปแบบของการอยู่อาศัยคอนโดที่มีความโดดเด่นในแง่ของฟังก์ชันการใช้งานที่เหนือกว่าคู่แข่งขันในทำเลศักยภาพเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ได้ตรงใจยิ่งขึ้น

นับเป็นก้าวที่สำคัญที่น่าจับตามองสำหรับออริจิ้นในการบุกตลาดลูกค้าในกลุ่ม Luxury Class โดยการชูกลยุทธ์สร้างความแตกต่างที่เหนือกว่าและโดดเด่นกว่าคู่แข่งขันเพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้งในแง่การออกแบบ,ฟังก์ชันการใช้งาน, และ facilities ที่มีความโดดเด่น หลากหลาย และมีการเพิ่มมูลค่าให้เหนือกว่าสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง นอกเหนือจากการแข่งขันด้วยทำเลที่ตั้งของคอนโดมิเนียม

ซึ่งจากการวาง Positioning ที่ชัดเจนของออริจิ้นทำให้แบรนด์ออริจิ้นประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของผลประกอบการและชื่อเสียงของแบรนด์ ออริจิ้นจึงถือเป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมน้องใหม่ที่มาแรงและน่าจับตามองในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้

เพราะสิ่งที่บริษัททำนั้นไม่ใช่แค่การดูแลลูกค้าก่อนการขายเท่านั้น แต่ยังมีการดูแลลูกค้าหลังการขายที่เหนือกว่าคู่แข่งขันอีกด้วย ซึ่งในครั้งต่อไป Miss Marketing ขอนำเสนอรูปแบบการดูแลลูกค้าหลังการขายหรือที่เรียกว่า After Sale Service ของออริจิ้นที่เหนือกว่าคู่แข่งขันว่า อะไร Key Success ของออริจิ้นในการทำ Customer Relationship Management (CRM)

 

by Miss Marketing

 

ออริจิ้น Knightsbridge

 

กด like ไว้ ติดตามสาระดีๆ

0

คะแนนบทความนี้

User Rating: Be the first one !