Home / Strategic Move / Special Issue / อนาคต ช่อง 3 ในยุคทีวีดิจิทัล จะรอดมั้ย?
ช่อง 3

อนาคต ช่อง 3 ในยุคทีวีดิจิทัล จะรอดมั้ย?

ถึงนาทีนี้ คงแน่นอนแล้วว่าธุรกิจทีวีดิจิทัลคงไม่ได้เป็นขุมทรัพย์ที่สร้างรายได้สวยหรูอย่างที่ผู้ประกอบการคาดหมายเอาไว้ แต่ในบรรดาช่องทั้งหมด ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของช่อง 3 วันนี้ จะหนักหน่วงและน่าเป็นห่วงที่สุด

เพราะหากพิจารณาจากผลประกอบการของช่อง 3 ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาที่เติบโตลดลงต่อเนื่อง และในปี 2560 ที่เพิ่งประกาศออกมาล่าสุดนั้น ตัวเลขก็ยังคงลดลงอย่างน่าตกใจ

โดยผลการดำเนินงานในปี 2560 ของช่อง 3 มีรายได้รวมอยู่ที่ 11,226 ล้านบาท ลดลงประมาณ 9.97% จากปี 2559 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 12,534.57 ล้านบาท แต่กำไรลดลงถึง 94.99%

ขณะที่รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของช่อง 3 ในปี 2560 นั้นอยู่ที่ 9,890.2 ล้านบาท ลดลง 11.3% จากปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 11,151.2 ล้านบาท ตามเม็ดเงินโฆษณาโดยรวมของตลาดที่หดตัวลง 6% และจากความต้องการใช้เงินซื้อเวลาโฆษณาของผู้ลงโฆษณาลดลง ทำให้จำนวนนาทีโฆษณาของช่อง 3 ขายได้น้อยลง

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ กำไรขั้นต้นในปี 2560 ของช่อง 3 อยู่ที่ 1858.20 ล้านบาท ลดลง 46.40% จากปี 2559 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 61 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ “น้อย” สุดตั้งแต่มีทีวีดิจิทัลทีเดียว

ในส่วนของเรตติ้ง แม้ปัจจุบันช่อง 3 จะสามารถรักษาอันดับ 2 ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แต่เมื่อเทียบตัวเลขเรตติ้งในเดือนมกราคมปี 2561 ที่อยู่ที่ 1.124 กับเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งมีเรตติ้งที่ 1.265 กลับพบว่าเรตติ้งลดลงต่อเนื่อง

ต้องยอมรับว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ช่อง 3 ต้องเผชิญกับมรสุมหลากหลายด้าน ซึ่งทางช่องได้มีการปรับทัพมาหลายครั้ง ทั้งการเดินหน้าปรับโครงสร้างผู้บริหารใหม่ด้วยการนำคนนอกเข้ามาบริหาร

ขณะที่คอนเทนต์ข่าวและละคร ที่เคยเป็นแม่เหล็กสร้างเรตติ้งและรายได้หลักให้กับช่องนั้น ก็มีการปรับรูปแบบรายการและทีมข่าวใหม่ ส่วนละครนั้นมีการดึงดาราเบอร์ใหญ่ พร้อมทั้งละครดังในอดีต และซีรีส์อินเดียสุดฮิตจัดลงจอสู้ศึกกันเต็มสตรีมทีเดียว แต่ก็ดูเหมือนว่างานนี้จะยังไม่เปรี้ยงถูกจริตผู้บริโภคมากพอ

เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมาก และมีทางเลือกในการเสพสื่อมากขึ้น โดยจะเห็นว่าปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้เวลาในการดูโทรทัศน์น้อยลง และเสพสื่อต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยเฉพาะการดูผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยมี Youtube และ Facebook เป็นสื่อออนไลน์ที่รับได้ความนิยมที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ

ยิ่งเมื่อผนวกกับการที่ผู้ผลิตรายการเจ้าใหญ่ ๆ ที่เคยป้อนรายการให้กับช่อง 3 ต่างผันตัวไปมีช่องเป็นของตัวเอง ตลอดจนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการผลิตและบริหารรายการเพื่อออกอากาศถึง 3 ช่องด้วยกัน

นั่นก็ทำให้ช่อง 3 ตกอยู่ในสถานการณ์เสือลำบาก และต้องเร่งกอบกู้รายได้กลับมาโดยเร็ว

ทั้งนี้ ล่าสุด ทางช่อง 3 ได้วางแผนที่จะนำละครฟอร์มยักษ์มาลงจอหลายเรื่องด้วยกัน เช่น คมแฝก, แรงเงา 2 และหนึ่งดาวฟ้าเดียว ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงช่องทางออนแอร์และออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน

นับจากนี้เราคงต้องจับตาดูว่า แผนรบรอบใหม่ในครั้งนี้จะช่วยกอบกู้วิกฤตและทำให้ช่อง 3 กลับมาผงาดครองเรตติ้งบนจอทีวีดิจิทัลได้หรือไม่

ช่อง 3