Home / Strategic Move / Spotlight / วิชั่นใหม่ ปตท.มุ่งสู่ Digital Culture

วิชั่นใหม่ ปตท.มุ่งสู่ Digital Culture

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ในยุคที่ Digital Transformation ทุกสิ่งขนาดขององค์กรไม่ใช่มาตรวัดความสำเร็จอีกต่อไป ตรงกันข้ามยิ่งองค์กรใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งเดินได้ช้าเท่านั้น และยิ่งยืนอยู่ที่เดิมและปฏิเสธDigital ด้วยแล้ว จุดจบก็คงอยู่ไกลอย่างแน่นอน

เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่นักะรกิจศตวรรษที่21 ต่างตระหนักดีไม่เว้นแม้แต่ ปตท. บริษัทยักษ์ใหญ่เบอร์ต้นๆของไทย ที่ตะหนักถึงความสำคัญของดิจิทัลในฐานะบทบาทสำคัญที่จะเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายให้ธุรกิจเช่นกัน

 

และในโอกาสครบรอบ 40 ปี ตปท. จุดยืนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ความเป็นดิจิทัลก็ยิ่งถูกฉายชัดขึ้น เมื่อผู้บริหารอย่างชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประกาศจุดยืนของ ปตท.จากนี้ชัดเจนแล้วว่า ปตท.จะต้องขับเคลื่อนสู่ความเป็นองค์กรแห่งความก้าวล้ำด้วย “ดิจิตอลเวิร์คเพลส” ในงาน Power of Digital Transformation โดยมีใจความสำคัญว่า

ปตท. กำลังก้าวสู่ปีที่ 40 โดยปรับรูปแบบการทำงานให้มีความทันสมัย ตอบสนองต่อกระแสธุรกิจยุคใหม่ยิ่งขึ้น ด้วยการนำแนวคิดและเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาพัฒนาองค์กร (Digital Transformation) ผ่าน Internet of Things หรือ IoT เมื่ออุปกรณ์เชื่อมโยง ทำให้สามารถสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะทำให้ ปตท. เป็นองค์กรต้นแบบแห่งนวัตกรรมผ่านการสื่อสารภายในองค์กรที่เป็นดิจิตอล ส่งผลให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ วัดผลได้อย่างชัดเจน ตอบโจทย์การทำงานของคนรุ่นใหม่

 

นอกจากนี้ ยังช่วยให้เกิดการทำงานร่วมกัน เพิ่มความสัมพันธ์ของพนักงานในองค์กรได้อย่าง ไร้พรมแดน โดยนำเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรแห่งความก้าวล้ำด้านดิจิตอล อาทิ OneDrive, PowerBI, KOOLS Keeper, SkillLane, Chatbot แจ้งซ่อม รวมถึง Workplace by Facebook ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันรูปแบบใหม่ที่เชื่อมต่อพนักงานทุกคนในองค์กร ผ่านการสนทนาด้วยเสียงและวิดีโอคอล สนทนาเป็นกลุ่ม และการฟีดข่าวถึงกัน

 

“ ในยุคดิจิตอลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เราจำเป็นต้องปรับวัฒนธรรมองค์กรให้ก้าวสู่ดิจิตอล (Digital Culture) ด้วยการปรับรูปแบบการทำงานขององค์กรให้ก้าวไปในทิศทางที่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นโลกาภิวัตน์ในโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งจะต้องมีทั้งความเชื่อมโยง สะดวกคล่องตัว ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ รวมทั้งตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างรวดเร็ว และสอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ ” ชาญศิลป์กล่าวปิดท้าย