Home / Strategic Move / Special Issue / ยูนิตลิงค์ ทางเลือกการลงทุน ตอบโจทย์ยุคดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ

ยูนิตลิงค์ ทางเลือกการลงทุน ตอบโจทย์ยุคดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ

ยูนิตลิงค์ ทางเลือกการลงทุน ตอบโจทย์ยุคดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ

ในยุคที่ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังคงอยู่ในระดับต่ำติดดิน สวนทางกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนส่วนใหญ่มองถึงช่องทางในการลงทุน เพื่อทำให้เงินเก็บที่มีอยู่นั้น สามารถงอกเงยออกดอกออกผล นำมาจับจ่ายใช้สอย หรือเตรียมพร้อมไว้ใช้ในยามเกษียณ เพราะการจะหวังพึ่งพาดอกเบี้ยจากเงินฝากออมทรัพย์เช่นในอดีตคงไม่ใช่คำตอบที่ดีในการลงทุนอีกต่อไป

ปัจจุบัน มีรูปแบบของการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งหุ้นสามัญ พันธบัตร ทองคำ หุ้นกู้ กองทุนรวม และอื่นๆ อีกมากมาย ไล่ตั้งแต่ระดับที่มีความเสี่ยงมากๆ อย่างการลงทุนใน หุ้น แต่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงด้วยเช่นกัน แต่สำหรับบางคนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงสูงๆ ได้ ก็อาจจะหันไปลงทุน แต่ให้ผลตอบแทนไม่สูงอย่าง พันธบัตร หรือ หุ้นกู้ เป็นต้น

นอกจากรูปแบบการลงทุน ที่กล่าวมาแล้ว ปัจจุบันคนไทยหันมาลงทุนด้วยการซื้อประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ ที่เรียกว่า ยูนิตลิงค์กันมากขึ้น เนื่องจากมีข้อดี คือ เป็นแบบประกันชีวิต ที่ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต ที่มีความยืดหยุ่นกว่าการประกันชีวิตทั่วไป อีกทั้ง ยังมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงจากการลงทุนใน กองทุนรวม ต่างๆ ที่บริษัทประกันชีวิตคัดเลือกมาแล้วให้ผู้เอาประกันเลือกตามความต้องการอีกด้วย

ยูนิตลิงค์ ทางเลือกการลงทุน

ปัจจุบันมีหลายบริษัทที่เปิดขายกรมธรรม์ประเภทยูนิตค์ ยกตัวอย่างเช่น บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่เปิดขายเมืองไทยยูนิตลิงค์ 1 ที่ได้เปิดขายมาแล้วหลายปี แต่มีการเพิ่มกองทุนเข้าไปอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดได้เพิ่ม 6 กองทุนใหม่ เข้าไปในเมืองไทยยูนิตลิงค์ 1 ทั้ง K-FITS, K-FITM, K-FITL, K-FITXL ,K-SGM และ 1AMSET50-RU เพื่อให้เข้าถึงและเข้าใจทุกไลฟ์สไตล์ ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุม พร้อมขยายจำนวนเงินเอาประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติม และไม่จำกัดจำนวน เงินเอาประกันภัยสูงสุดสำหรับความคุ้มครองชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2561 เป็นต้นไป

สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเพิ่ม 6 กองทุนใหม่ เป็นทางเลือกการลงทุนในกรมธรรม์เมืองไทย ยูนิตลิงค์ 1 เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการ จากเดิมที่มีอยู่ 21 กองทุนเป็น 27 กองทุน เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกจัดพอร์ตกองทุนรวมได้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในระดับความเสี่ยงต่างๆ และสามารถปรับพอร์ตตามความต้องการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

โดยกองทุนใหม่ที่เพิ่มมาประกอบด้วย กองทุนในกลุ่มกองทุนเปิดเค ฟิต แอลโลเคชั่น (K-FIT) ซึ่งประกอบด้วย 4 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ฟิต แอลโลเคชั่น S (K-FITS) กองทุนเปิดเค ฟิต แอลโลเคชั่น M (K-FITM) กองทุนเปิดเค ฟิต แอลโลเคชั่น L (K-FITL) และกองทุนเปิดเค ฟิต แอลโลเคชั่น XL (K-FITXL) บริหารโดย บลจ.กสิกรไทย

ซึ่งกองทุนในกลุ่มK-FIT เป็นกองทุนผสมที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทั้งในและต่างประเทศ (Fund of Funds) ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ อาทิ หุ้น ตราสารหนี้ และ/หรือสินทรัพย์ทางเลือก โดยจะลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การบริหารของ บลจ.กสิกรไทย ในสัดส่วนที่แตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงและเป้าหมายผลตอบแทนที่คาดหวัง 4 ระดับ ทั้งนี้ กองทุนรวมที่จะลงทุนจะได้รับการคัดเลือกโดยผู้จัดการกองทุนว่ามีศักยภาพที่จะสร้างผลตอบแทนได้ดีที่สุดในประเภทสินทรัพย์นั้นๆ จะมีการทบทวนและปรับสัดส่วนตามความเหมาะสมให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่ไม่มีเวลาปรับพอร์ตด้วยตัวเอง

ยูนิตลิงค์ ทางเลือกการลงทุน

ส่วนกองทุนเปิดเค สตราทีจิค โกลบอล มัลติ-แอสเซ็ท (K-SGM) ทาง บลจ.กสิกรไทย ได้มอบหมายให้ Lombard Odier (Hong Kong) ผู้ประกอบธุรกิจด้านไพรเวทแบงค์ระดับโลกเป็นผู้บริหารการลงทุนในต่างประเทศ โดยมีกลยุทธ์การลงทุนที่ออกแบบ มาเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องการจัดสรรเงินลงทุนโดยคำนึงถึงความเสี่ยงเป็นหลัก (Risk-Based Approach) ด้วยการนำปัจจัยเรื่องความเสี่ยงของแต่ละสินทรัพย์มาใช้กำหนดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ พร้อมด้วยการกระจายการลงทุนในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ทั่วโลก (Global Multi Asset) มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนแบบสม่ำเสมอในระยะยาว เหมาะกับนักลงทุนที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง

และกองทุนเปิด วรรณเอเอ็มเซ็ท 50 ชนิดไม่จ่ายเงินปันผลสำหรับผู้ลงทุนทั่วไปหรือกรมธรรม์ประกันชีวิตควบหน่วยลงทุน (1AMSET50-RU) บริหารโดย บลจ.วรรณ เป็นกองทุนที่เน้นบริหารกองทุนแบบเชิงรุกเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่า SET50 Index (เกณฑ์มาตรฐาน) จากการคัดเลือกหุ้น โดยเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ภายใต้ดัชนี SET50 และเป็นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ประมาณ 25-30 บริษัทเป็นหลัก อีกทั้งมีการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นขนาดกลางและเล็กเพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับกองทุน เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงและคาดหวังใกล้กับดัชนี SET50 สามารถ รับความเสี่ยงได้ในระดับสูงจากความผันผวนของตลาดหุ้น ซึ่งเหมาะสำหรับการลงทุนในระยะเวลาปานกลางถึงยาว

“นอกจากการเพิ่มทางเลือกการลงทุน โดยการเพิ่มกองทุนให้หลากหลายมากขึ้นแล้ว แบบประกันเมืองไทยยูนิตลิงค์ 1 ยังไม่จำกัดจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงสุดสำหรับความคุ้มครองชีวิต และยังขยายจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงสุดของสัญญาเพิ่มเติมที่ซื้อแนบท้าย อาทิ สัญญาเพิ่มเติม ซีไอ 31 (ที่ให้ความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง) และสัญญาเพิ่มเติม ทีพีดี (ที่ให้ความคุ้มครองกรณีตกเป็นบุคคลทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร) ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความต้องการ ตอกย้ำจุดเด่นของแบบประกันที่มีความยืดหยุ่นสูง ผู้เอาประกันภัยสามารถปรับลดจำนวนเบี้ยประกันภัย หรือปรับเปลี่ยนจำนวนเงินเอาประกันภัยได้ตามจังหวะชีวิต และยังสามารถถอนเงินลงทุนบางส่วนจากกรมธรรม์ หรือหยุดพักชำระเบี้ยประกันภัยหลักได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยในการบริหารการเงินตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด” สาระ กล่าว