Home / CEO Society / ภารกิจท้าทายของ ‘อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม’ ปั้น GMM25 ให้เป็น ‘เพื่อนสนิท’ ของผู้ชม

ภารกิจท้าทายของ ‘อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม’ ปั้น GMM25 ให้เป็น ‘เพื่อนสนิท’ ของผู้ชม

ลำพังชื่อที่พ่วงท้ายด้วยนามสกุล “ดำรงชัยธรรม” ก็ทำให้ “อิงฟ้า” ทายาทคนที่ 3 ของเจ้าพ่อแกรมมี่ อากู๋-ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม เป็นที่จับตามองในแวดวงสังคมอยู่แล้ว

แต่มาวันนี้เมื่อเธอขันอาสาเข้ามารับช่วงต่ออย่างเต็มใจ ด้วยการรับหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง ของ GMM25 อันเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนทีวีดิจิทัลให้แตกต่างและตรึงผู้ชมไม่ให้ Switch รีโมตเปลี่ยนช่องไปไหน พร้อมมุ่งหวังปั้น GMM25 ให้เติบโตและเป็นเหมือน “เพื่อนสนิท” ของผู้ชม ก็ทำให้เธอยิ่งโดดเด่นและกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ของจีเอ็มเอ็ม แชนแนล ที่น่าสนใจมากกว่าเดิม

 

ลูกไม้ใต้ต้น GMM


“เราอยากให้ช่อง GMM25 เป็นเหมือนเพื่อนสนิทของผู้ชม โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาคอนเทนต์ ซึ่งในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 จะได้เห็นความแปลกใหม่ของคอนเทนต์และผังรายการมากขึ้นอย่างแน่นอน”

 

เป็นคำบอกเล่าครั้งแรกของ อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด หลังเข้ามานั่งบริหารด้านคอนเทนต์ที่ GMM25 ได้กว่า 1 ปี ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของช่อง GMM25 ที่จะได้เห็นจากนี้ไป

 

แม้จะไม่ใช่มือเก๋าในวงการสื่อโทรทัศน์ แต่เธอก็ไม่ใช่มือใหม่ในแวดวงธุรกิจ เพราะก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาดูแลด้านคอนเทนต์ของ GMM25 อิงฟ้าผ่านการบ่มเพาะประสบการณ์จนแกร่งกล้า ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่คอนซูเมอร์ระดับโลก และการทำธุรกิจฟิตเนสของตนเอง จนในที่สุดก็ถึงเวลาที่อิงฟ้าจะเข้ามาสานต่อความฝันของคุณพ่อให้สำเร็จต่อไป

 

เธอเริ่มต้นฉายให้ฟังว่า จากวิสัยทัศน์แรกเริ่มของคุณพ่อที่ต้องการทำคอนเทนต์ด้านความบันเทิงเพื่อสร้างความสุขให้ผู้บริโภคด้วยการเริ่มต้นก่อร่างสร้างอาณาจักร “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” จนยิ่งใหญ่ ก่อนจะต่อยอดธุรกิจสู่เส้นทางทีวีดิจิทัล ด้วยการทุ่มเม็ดเงินหลายพันล้านบาทเข้าประมูลทีวีดิจิทัล กระทั่งในที่สุดก็สามารถคว้าช่อง ONE31 และ GMM25 มาครองได้สำเร็จ

แม้จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จะมีแต้มต่อในเรื่องการผลิตคอนเทนต์ก็ตาม แต่ตลอดเส้นทางการทำธุรกิจทีวีดิจิทัลก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด แต่วันนี้ทายาทสาวคนนี้ก็ไม่หวั่น และพร้อมนำทัพลุยเต็มที่

 

โดยเธอเล่าย้อนถึงการดำเนินธุรกิจของช่อง GMM25 ในช่วงแรกเริ่มให้ฟังว่า เดิมทีได้วางโพซิชันนิ่งชัดเจนในการเป็นช่องทางเลือกสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทีน ทำให้กลยุทธ์ที่ผ่านมาจึงมุ่งนำเสนอคอนเทนต์แบบ Customized ให้ตรงกับรสนิยมผู้ชมกลุ่มนี้ ซึ่งผ่านมา 4 ปี เธอย้ำว่า วันนี้ GMM25 มีฐานคนดูที่แข็งแรงทั้งในกลุ่มผู้ชมรุ่นใหม่และคนในเมือง

 

แต่ขณะเดียวกัน ก็ยอมรับด้วยว่าจากการศึกษาพฤติกรรมผู้ชมทีวีดิจิทัล พบว่า คนดูทีวีทุกวันนี้เป็นแมส โดยนิยมรับชมทีวีพร้อมกันในครอบครัวด้วยการเปิดจอทีวีไว้กลางบ้าน ส่งผลให้ทิศทางต่อจากนี้ของ GMM25 จึงต้องกลับมาวางโพซิชันนิ่งใหม่ให้เป็นเหมือน ‘เพื่อนสนิท’ เพื่อที่จะขยายฐานผู้ชมสู่กลุ่มแมสมากขึ้น

 

“เรา Learning by Doing ตลอดเวลา ดูทั้งตัวเลขเรตติ้ง และพฤติกรรมผู้ชม เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์จริตผู้ชมยิ่งขึ้น จริงอยู่เราเริ่มต้นด้วยการนำเสนอคอนเทนต์แบบเซ็กเมนต์ แต่ปีที่ผ่านมาแพลตฟอร์มออนไลน์เราก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดี ตอนนี้จึงอยู่ในช่วงรอยต่อที่เราต้องจูนกลุ่มเป้าหมาย และลงไปรีเสิร์ชให้ได้ข้อมูลแม่นยำมากขึ้น”

รุกขยายฐานสู่กลุ่มแมส

แม้จะวางเป้าหมายชัดเจนโดยต้องการขยายฐานผู้ชมให้กว้างขึ้น แต่อิงฟ้าย้ำว่า “เราไม่ทิ้งฐานผู้ชมกลุ่มเดิมที่เราหามาได้ แต่จะเพิ่มเติมกลุ่มใหม่ที่เป็นแมสเข้ามามากขึ้น” โดยเส้นทางสำคัญที่จะขับเคลื่อน GMM25 ให้สามารถขยายฐานผู้ชมสู่กลุ่มแมสได้นั้น เธอย้ำว่า ‘คอนเทนต์’ เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งต้องมีความหลากหลายและตอบโจทย์รสนิยมของผู้ชมกลุ่มนี้เข้ามาเพิ่มขึ้น

 

“เราโชคดีที่มีทั้ง 2 แพลตฟอร์ม ดังนั้นเราต้องให้ความสำคัญกับฐานคนดูทั้งหมด แต่จริง ๆ ฐานคนดูออนไลน์กับออนแอร์ค่อนข้างแตกต่างกัน วิธีการบริหารคอนเทนต์แต่ละแพลตฟอร์มจึงต้องต่างกัน เพราะคุยกันคนละแบบ แต่ในแง่รูปแบบของคอนเทนต์ยังคงยืนอยู่บนคอนเทนต์ที่เป็น Entertainment ถ้าบนออนแอร์ต้องหาคอนเทนต์ที่มาเสริมจริตคนดูทีวีมากขึ้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยไตรมาส 3 และ 4 จะเริ่มคอนเทนต์แปลกใหม่เข้ามามากขึ้น”

ขณะที่การพัฒนาคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม “ออนไลน์” นั้น อิงฟ้าบอกว่า จะเดินหน้าสร้างคอนเทนต์ที่หลากหลายขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมกลุ่มนี้มากขึ้น หลังปีที่ผ่านมาส่ง Club Friday To be Continue และหลงไฟ และได้กระแสตอบรับจากผู้ชมค่อนข้างดี โดยจะมีทั้งการผลิตคอนเทนต์เองและร่วมกับพันธมิตรคอนเทนต์ โปรวายเดอร์ สร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ๆ

 

โดยช่วงที่ผ่านมา GMM25 ได้ร่วมกับพันธมิตรหลากหลายมากขึ้น ทั้ง Line, YouTube และ Nexflix และล่าสุดได้ร่วมกับ Viu (วิว) ในเครือพีซีซีดับเบิลยู มีเดีย กรุ๊ป ของฮ่องกง เพื่อนำเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์มารีรันหลังออกอากาศ 2 ชั่วโมงบนแพลตฟอร์มของ Viu โดยเบื้องต้นมีคอนเทนต์รวมกันราว 200 ชั่วโมง หรือคิดเป็นละครประมาณ 10 เรื่อง และซีรีส์ตลอดทั้งปี เช่น เลิฟ ซองส์ เลิฟ ซีรีส์, The Crime ทีมล่าจรชน และรายการ Club Friday Show เป็นต้น

 

“การเป็น Media Content เราต้องกล้าคิด มองไปข้างหน้าและลองอะไรใหม่ ๆ ในเชิง Innovative เพื่อพัฒนาคอนเทนต์แปลกใหม่ตอบโจทย์ Viu และผู้ชมอยู่เสมอ”

นี่คือภารกิจท้าทายของคลื่นลูกใหม่แห่งจีเอ็มเอ็ม แชนแนล อย่างยิ่งยวด เพราะในยามนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ของทีวีดิจิทัลนั้นแข่งขันดุเดือดชนิดไม่มีใครยอมใคร ทั้งยังต้องเผชิญกับสภาวะการบริโภคสื่อทีวีที่หดตัวลงจากพฤติกรรมคนดูที่เปลี่ยนไป ไม่ได้อยู่แค่หน้าจอทีวี

 

แต่งานนี้เธอก็ต้องพยายามไปให้ถึง เพราะหากทายาทสาวคนนี้ทำได้ แน่นอนว่าไม่เพียงแต่จะกอบกู้และสร้างอาณาจักรทีวีอันเป็นความฝันของเจ้าพ่อแกรมมี่ให้กลับมายืนหยัดอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิมเท่านั้น ทว่ายังเป็นบทพิสูจน์ฝีมือให้เจ้าพ่อแกรมมี่ยอมรับในตัวเธอยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

Crภาพ : Ig iiingfah