Home / Leaderships Management / Technology for Business / พลิกโฉมอนาคตด้วยเครื่องบินพลังงานไฟฟ้า

พลิกโฉมอนาคตด้วยเครื่องบินพลังงานไฟฟ้า

อุตสาหกรรมการบินนับเป็นหนึ่งในความท้าทายใหม่ที่กำลังก้าวล้ำเข้ามาในโลกยุคปัจจุบัน ในขณะที่โลกของอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเปลี่ยนไป โดยหันไปผลิตและจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เป็นจุดกดดันให้อุตสาหกรรมการบินจำเป็นจะต้องเดินตาม และมุ่งสู่การพัฒนาเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพานิชย์มากขึ้น

 

ล่าสุดแอร์บัส โรลส์-รอยซ์ และซีเมนส์ ได้ริเริ่มโปรเจ็กเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าในอนาคต E-Fan X เครื่องบินพลังงานไฮบริดที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน

การร่วมมือกันครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเครื่องบินโดยสารระยะใกล้ ซึ่งการร่วมมือนี้จะเป็นก้าวสำคัญของเครื่องบินพาณิชย์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานผสมผสานหรือไฮบริด โดยนำผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าและระบบการขับเคลื่อนชั้นนำของโลกมารวมกันที่ รอยัล แอโรนอติคอล โซไซตี้ (Royal Aeronautical Society) ในลอนดอน

 

เครื่องบินพลังงานไฟฟ้า

เครื่องบินเทคโนโลยีพลังงานไฮบริดอย่าง E-Fan X คาดว่าจะสามารถบินได้ในปี พ.ศ.2563 หลังที่ทำการทดสอบภาคพื้นดินโดยละเอียดครอบคลุม การบินอัตโนมัติแบบไร้คนขับชั่วคราวบนเครื่องบิน BAe 146 ด้วยหนึ่งในสี่ของเครื่องยนต์กังหันแก๊สของเครื่องบินแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 เมกะวัตต์ โดยจะเตรียมทำการเปลี่ยนกังหันแก๊สตัวที่สองให้เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อระบบได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสมบูรณ์

 

ในการทำงานร่วมกันครั้ง แอร์บัส รับผิดชอบในการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนมาไว้ด้วยกัน รวมถึงควบคุมโครงสร้างของระบบการขับเคลื่อนบนพลังงานไฟฟ้าแบบไฮบริด และแบตเตอรี่ ที่รวมไปถึงการนำไปใช้ในการควบคุมเที่ยวบิน

 

ทางด้านโรลส์-รอยซ์ จะดูแลในส่วนเครื่องยนต์แบบเทอร์โบชาฟต์ เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้ากำลัง 2 เมกะวัตต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ จากการดำเนินงานร่วมกับแอร์บัส โรลส์-รอยซ์ ได้รับผิดชอบไปถึงพัดลมที่อยู่ในห้องเครื่องและมอเตอร์ไฟฟ้าของซีเมนส์

 

และซีเมนส์ จะส่งมอบมอเตอร์กระแสไฟฟ้าแบบ 2 เมกะวัตต์ทั้งสองตัว พร้อมด้วยอินเวอร์เตอร์ วงจรตัวแปลงแรงดัน และระบบกระจายกำลังเครื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้มาพร้อมกับระบบการทำงานของเครื่องบินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างแอร์บัสและซีเมนส์โดยเปิดตัวไปในปี พ.ศ.2559 เพื่อมุ่งไปที่การพัฒนาและการก้าวล้ำในระดับสูงสุดของส่วนประกอบระบบขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าต่างๆและการสาธิตภาคพื้นดินในชั้นพลังงานต่างๆ

 

โดยในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมาทีมงานได้เปิดประสบการณ์ใหม่ด้านการขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าผ่านความร่วมมือกับแอร์บัสกับเครื่องบินพลังงานไฟฟ้า E-Fan X และก้าวต่อไปที่ทางทีมพัฒนาหวังไว้ก็คือ ก็คือการทดสอบเทคโนโลยีนี้ขึ้นไปบินบนอากาศ

 

EasyJet

และดูเหมือนว่านวัตกรรมนี้จะไม่ได้มีเพียงแอร์บัส โรลส์-รอยซ์ และซีเมนส์ เท่านั้นที่ให้ความสนใจ เพราะทางด้าน สายการบิน EasyJet สัญชาติสหราชอาณาจักร (UK) เองก็ได้ประกาศแผนดำเนินธุรกิจครั้งใหม่นั่นคือ การเปิดบริการเที่ยวบินโดยสารพลังงานไฟฟ้า ที่คาดว่าจะสามารถกำหนดใช้งานได้ภายใน 20 ปีข้างหน้า สำหรับเที่ยวบินระยะสั้น โดยในระยะแรกเตรียมจะให้บริการในเส้นทางระยะสั้นก่อนอาทิ ปารีส และ อัมสเตอร์ดัม ภายในระยะเวลา 10 ปีเป็นเส้นทางนำร่อง

 

ทางฟากของบริษัทZunum Aero ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองKirkland รัฐWashingtonก็มีแผนที่จะให้บริการเที่ยวบินโดยสารเชิงพาณิชย์ภายในประเทศ จำนวน 10 – 50 ที่นั่งกับคอนเซ็ปต์ใหม่ของเครื่องบินโดยสารที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบไฮบริด (ใช้พลังงานจากไฟฟ้า และเชื้อเพลิงผสมผสานกัน)

 

Zunum Aero

แถมยังบินได้เร็วกว่าเดิมถึง 40% และค่าตั๋วเครื่องบินถูกลงกว่าเดิมถึง 80% โดยสามารถบินเป็นระยะทางไกลสุด 700 ไมล์ (1,126 กิโลเมตร) คาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการได้ในช่วงต้นยุค 2020

 

จากการเคลื่อนไหวดังกล่าว เพียงพอที่จะชี้ให้เห็นเทรนด์การเดินทางของมนุษย์ในอนาคต หากจะเรียกว่าการเข้ามาของเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าเป็นการมาถึงของยุคใหม่แห่งการเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างแท้จริงก็คงจะไม่ผิด เพราะนอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลงได้ถึง 80% แล้วเครื่องบินพลังงานไฟฟ้ายังมีความเงียบกว่าถึง 50% รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการซื้อและให้บริการที่ถูกกว่า 10% หมายความว่า จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้โดยสารด้วย