Home / Strategic Move / Spotlight / พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้อสังหาฯ เมืองท่องเที่ยวริมทะเลฟื้น

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้อสังหาฯ เมืองท่องเที่ยวริมทะเลฟื้น

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบสัญญาณอสังหาฯ เมืองท่องเที่ยวริมทะเลฟื้น ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติโตต่อเนื่อง หนุนตลาดเช่าคอนโดฯสดใส

คอนโด

 

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เผยผลสำรวจ อสังหาริมทรัพย์เมืองท่องเที่ยวริมชายฝั่งพบน่าสนใจสำหรับลงทุนระยะยาว รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยอดตอบรับยังทรงตัวที่ 72% ตลาดคอนโดมิเนียมทำเล ชะอำ เขาตะเกียบยังคึกคัก ส่วนทำเลภูเก็ตเริ่มขยับตัวขึ้น จากการสำรวจล่าสุด พบยอดขายฟื้นตัวอยู่ที่ 50% ทั้งตลาดคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ หลังผู้ประกอบการปรับตัวจับลูกค้าระดับบน

 

อนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทำเลเมืองท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลพบว่ายังมีความน่าสนใจ แม้ภาพรวมในปัจจุบันไม่หวือหวา แต่มีแนวโน้มที่ดีสำหรับการลงทุนในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่หัวหิน – ชะอำ และภูเก็ตที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี โดยเฉพาะตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่อง จากการเปิดเส้นทางการบินมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นหลายเส้นทาง เช่น จีน อินเดีย และปากีสถาน อีกทั้งมีปัจจัยด้านคมนาคมที่ดี จึงมีแนวโน้มที่จะอสังหาริมทรัพย์เมืองท่องเที่ยวจะขยายตัวดีขึ้นใน 3-4 ปี ข้างหน้า

 

ทำเลหัวหิน-ชะอำในปี 2559 แม้ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ด้านการท่องเที่ยวยังไปได้ดี โดยในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเยือนหัวหินกว่า 3 ล้านคน สูงกว่าปีก่อนหน้า 3% ส่งผลให้โซนที่เป็นแหล่งพำนักของนักท่องเที่ยวมีการตอบรับที่ดี และในภาพรวมมีอัตราตอบรับในระดับ 72% ของอุปทานเสนอขายทั้งตลาด อย่างไรก็ตามยังพบผู้ประกอบการรายใหญ่จากกรุงเทพมหานคร เน้นพัฒนาในรูปแบบคอนโดมิเนียมเป็นหลัก ซึ่งเมื่อพิจารณาดูจะพบว่า ทั้ง 2 โซนนี้ มีราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าในโซนหัวหิน-ฝั่งเขาตะเกียบฯ ยังได้รับ Rental Yield สูงถึง 7.6% ต่อปี และโซนชะอำ สูงถึง 6.7%

 

โดยอัตราผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงนี้ได้รับแรงสนับสนุนมาจากกลุ่มอุปสงค์ระยะสั้นที่เป็นชาวต่างชาติประมาณ 90% ที่นิยมมาพักผ่อนกับครอบครัวคราวละ 1-2 เดือน โดยเฉพาะชาวยุโรป เช่น รัสเซีย, สวีเดน และเดนมาร์ก เป็นต้น และพบว่าประมาณ 10% เป็นกลุ่มคนทำงานในพื้นที่ด้วย

 

ทางด้านตลาดอสังหาฯ ในพื้นที่ภูเก็ต พบว่ามีการฟื้นตัวของตลาดที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี และมีแนวโน้มในอนาคตที่สดใส เพราะผู้ประกอบการเริ่มเจาะช่องว่างทางการลงทุนไปที่ตลาดบนทดแทนกลุ่มตลาดกลางที่มีความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก จากการสำรวจตลาดระหว่างเดือนมีนาคม – สิงหาคม 2559 พบโครงการใหม่เปิดตัวถึง 9 โครงการ รวม 1,363 ยูนิต แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 933 ยูนิต จาก 5 โครงการ บ้านเดี่ยว 231 ยูนิต จาก 2 โครงการ ทาวน์เฮาส์ 199 ยูนิต จาก 2 โครงการ ซึ่งรวมทุกตลาดมียอดขายรวมแล้ว 50% โดยเฉพาะตลาดทาวน์เฮาส์ที่มีกระแสตอบรับดีมาก สามารถปิดการขายได้ทั้ง 2 โครงการ

 

สำหรับอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าในภูเก็ต ในทำเลท่องเที่ยวติดหาด อัตราผลตอบแทนปล่อยเช่า อยู่ที่ 10-12% ต่อปี และทำเลในเมืองสำหรับการอยู่อาศัยจริง อัตราผลตอบแทนปล่อยเช่า อยู่ที่ 7-9% ต่อปี นอกจากนี้ภูเก็ตยังได้รับแรงหนุนจากด้านท่องเที่ยว ล่าสุดปี 2558 มียอดนักท่องเที่ยวถึง 13 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ราว 11% ซึ่งเกิดจากปัจจัยขยายสนามบินจากเดิม 12 หลุมจอดมาเป็น 40 หลุมจอดซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 18 ล้านคน

 

“พื้นที่หัวหิน-ชะอำ ภูเก็ต ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ เพราะมีภูมิประเทศที่สวยงามและยังมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อยู่เสมอ การท่องเที่ยวจึงช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินต่อไปได้ รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ปัจจัยบวกเช่นกัน อย่างไรก็ตามในส่วนของทำเลหัวหิน-ชะอำนั้น คาดว่าจะเร่งขยายตัวสูงขึ้นได้ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากแผนการพัฒนารถไฟความเร็วสูง เส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางนครปฐม-หัวหิน ที่ภาครัฐอนุมัติให้เริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2560 ประกอบกับโครงการขยายถนน, การพัฒนาศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ซึ่งมีแผนเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2559 นี้

 

การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จะช่วยกระตุ้นให้กลุ่มอุปสงค์ในตลาดอสังหาฯ ทั้งชาวไทยและต่างชาติเติบโตสูงขึ้นได้ในอนาคต ส่วนแนวโน้มของตลาดอสังหาฯ ทำเลภูเก็ตมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับต้นปี เนื่องจากผู้ประกอบการเน้นไปที่ตลาดบน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่นิยมซื้อเป็นสินทรัพย์ของครอบครัวหรือซื้อเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศและปล่อยเช่าในบางโอกาส ส่วนสถานการณ์ตลาดแนวราบคาดว่ายังลงทุนได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในโซนใจกลางเมือง นอกจากนี้ ปัจจัยสนับสนุนที่เข้ามาช่วยให้ตลาดภูเก็ตขยายตัวได้ดี เช่น โครงการเมกะโปรเจ็กต์ อย่างโครงการบลูเพิร์ล (เดอะมอลล์) และเซ็นทรัลภูเก็ต” อนุกูล กล่าว