Home / Strategic Move / Special Issue / รมว.ท่องเที่ยวตั้งเป้า 5 เสาหลักท่องเที่ยวอาเซียน

รมว.ท่องเที่ยวตั้งเป้า 5 เสาหลักท่องเที่ยวอาเซียน

รมว.ท่องเที่ยว ตั้งเป้าปี 60 ประเทศไทยจะเป็น 5 ศูนย์กลางการเดินทางท่องเที่ยวในอาเซียน ด้วย 5 กิจกรรมหลัก เน้นสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นเพิ่มวันพักสร้างรายได้ 2.5 ล้านล้านบาทในปีหน้า

 

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในปีหน้านี้มีเป้าหมายหลักที่เราจะสร้างการท่องเที่ยวไทยให้เป็นศูนย์กลาง 5 อย่างในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ( Sports Tourism )การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ( Medical & Wellness )การจัดงานแต่งงาน ( Wedding & Romance ) เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก World Wedding Congress ในเดือนพฤษภาคมที่ภูเก็ตการท่องเที่ยวทางน้ำ ( Maritime Tourism )และ การท่องเที่ยวเชื่อมโยง (ASEAN Connect)ทั้งทางรถ มีด่านเชื่อมชายแดนเปิดด่าน ทางเรือ มีท่าเรือที่รองรับเรือยอช์ทเรือสำราญ

 

รวมทั้งเปิดเส้นทางเชื่อมโยง เมืองท่องเที่ยวชายทะเล เช่น ภูเก็ต สีหนุวิล (กัมพูชา) และฟูก๊วก (เวียดนาม) เป็นต้น ทางอากาศ มีการเพิ่มเที่ยวบินเชื่อมโยง จากเมืองหลักสู่เมืองรองในกลุ่ม CLMV มากยิ่งขึ้น โดยได้รับความรวมมือจากสายการบินต่างๆ

 

กอบกาญจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยกลุยุทธ์ Local Experienceที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีถิ่นแบบไทยๆ โดยเราจะมุ่งเน้นไปยัง 5 กิจกรรมการท่องเที่ยวหลักเรื่อง 70 เส้นทางตามรอยพระบาท ( Royal Project) การท่องเที่ยวทางรถไฟ ( Train Tourism ) , การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Sports for ALL), การท่องเที่ยวภาคค่ำ(Night Tourism ), การจัดประชุมสัมมนา (MICE ) เป็นต้น

 

ช่วงใกล้ปีใหม่นี้อยากเชิญชวนคนไทยท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ ที่เรียกว่า การท่องเที่ยวเชิงกีฬา Sportห Tourism ฟิตร่างกายอุ่นรับลมหนาวกันข้ามปี เพราะขณะนี้มีกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไทย และชาวไทย โดยดูได้จากข้อมูลล่าสุดในการจัดการแข่งขัน เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอนที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2559 ซึ่งพบว่า จำนวนผู้สมัครรวมทั้งหมดทุกระยะทางกว่า11,000 คน เทียบจากปีที่แล้ว 6,200 คน เพิ่มขึ้นคิดเป็น78 %)

 

มีนักวิ่งนานาชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้รวม 53 ประเทศ จำนวน 2,811 คน 5 อันดับชาวต่างชาติ อันดับ 1 จีน 1,461 คน อันดับที่ 2 มาเลเซีย 418 คน อันดับที่ 3 สิงคโปร์ 225 คน อันดับที่ 4 ญี่ปุ่น 119 คน และอันดับที่ 5 อินโดนีเซีย 107 คน มีนักวิ่งชาวไทย 8,189 คน ซึ่งมีนักวิ่งชาวไทยต่างถิ่น จำนวน 6,759 คน และก่อให้เกิดการเที่ยวข้ามภาคอีกด้วย

 

กอบกาญจน์ กล่าวว่า สำหรับกระแสของชาวจีนนั้น มีข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยว(ททท.)ในจีนได้ร่วมกับบริษัทนำเที่ยวในจีนขายเพคเกจเชียงใหม่มาราธอน โดยในวันนี้มีนักวิ่งชาวจีนซื้อเพคเกจมาวิ่งในวันนี้ จำนวน1,754 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ติดตามครอบครัวตามมาเชียร์และเที่ยวด้วยซึ่งรวมผู้ติดตามด้วยแล้วประมาณ 2,000คน

 

“การท่องเที่ยวแบบ Sport Tourism ให้อะไรมากกว่าที่คิด เพราะมีประโยชน์หลายด้านและกระทรวงท่องเที่ยวกำลังเร่งส่งเสริมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้จัดกิจกรรม เป็นประโยชน์ทั้งในเรื่องสุขภาพคือการได้ออกกำลังกาย เป็นประโยชน์ในการฝึกน้ำใจนักกีฬา หากเป็นการวิ่งพร้อมหน้าทั้งครอบครัว ก็จะเป็นการปลูกฝัง ความรักความสัมพันธ์ให้กับคนในครอบครัวอีกด้วย รวมทั้งมีแนวโน้มว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะมาพักเมืองไทยนานขึ้นหากมาด้วยโปรแกรมSport Tourism “กอบกาญจน์ กล่าว

 

ในปีหน้า2560 นี้ มีโปรแกรมการวิ่งมาราธอน ที่อยากเชิญชวนให้คนไทยและต่างชาติมาร่วมกิจกรรมวิ่งมาราธอน ที่จัดขึ้นในสนามต่างๆทั่วประเทศ ในเดือน 3 เดือนแรกของปีมีกำหนดการแล้วเกือบ 100 รายการ ตั้งแต่เดือน มกราคม กุมภาพันธ์ และ มีนาคม มีจำนวน 47, 43 และ 9 รายการตามลำดับ มีรายการที่มีนักกีฬาต่างชาติมาร่วมแข่งขันเป็นประจำ เช่น The 19thAmari Watergate Bangkok Midnight Run21 มกราคม 2560ณ โรงแรม Amari กรุงเทพฯ ,The North Face 100 Thailand 2017 วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ปากช่อง และ กรุงเทพมาราธอน BDMS BANGKOK MARATHON 2016 ถนนอุทยาน (อักษะ) วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้น

 

 

จากรายงานสถานการณ์ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา พบว่านักท่องเที่ยวขยายตัว ในวันที่ 1-18 ธันวาคม 2559 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางมาประเทศไทยจำนวน 1,649,901 คน ขยายตัวร้อยละ 0.63 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดรายได้จากนักท่องเที่ยว 87,052.23 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.70 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวสะสม จำนวน 31.18 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ 1.56 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 9.26 และ 12.98 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตามลำดับ

 

 

ในช่วงวันหยุดยาวเดือนธันวาคมนี้ ปรากฏว่ามี นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวโครงการพระราชดำริ ตาม 70 เส้นทางตามรอยพระบาท ทั้งที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เป็นจำนวนมากเช่น ที่โครงการประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ จ. สมุทรปราการ , ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ. นครนายก มีคน ไปเที่ยวจำนวนมากว่าเดิม 2-3 เท่าตัว, โครงการชั่งหัวมัน อ. ท่ายาง จ. เพชรบุรี ในช่วง1 -20 ธันวาคม นี้ มีคนเดินทางมากว่า 25,000 คนแล้ว และที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีคนมาเยี่ยมชม ในเดือน ตุลาคม และ พฤศจิกายน จำนวน 14,136 คน และ 23,023 คนตามลำดับ คาดว่าในเดือนธันวาคมจะมีผู้เยี่ยมชมไม่ต่ำกว่า 30,000 คน โดยเฉพาะโครงการในภาคเหนือ

 

 

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมการท่องเที่ยวแบบLuxury Tourism เพื่อสร้างการท่องเที่ยวคุณภาพ ให้ประเทศไทยเป็น Quality Leisure Destination สานความฝันให้ประเทศไทยเป็นแคริบเบียน แห่งที่สอง และ Marina Hub สำหรับเรือYacht และ Super Yacht (เรือที่มีขนาดใหญ่กว่า30 เมตรขึ้นไป)

 

จากการจัดมหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 2 ที่ภูเก็ตเมื่อวันที่ 15-18 ธันวาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีเรือขนาดใหญ่มาร่วมงานมากขึ้นกว่าเดิม กว่า 15 ลำ โดยเป็นครั้งแรกที่มีเรือSuper Yachtขนาดใหญ่ถึง 90เมตร เข้ามาจอดที่ภูเก็ต นับเป็นครั้งแรกใน SEA ซึ่งเป็นสัญญานที่ดีในการยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้เป็น Quality Leisure Destination อีกด้วย ตลอดกาiจัดงานทั้ง 4 วันมีผู้เข้าชมงานกว่า 6000 คน คาดว่าเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 60 – 100 ล้านบาท 21 ธ.ค. 59

 

 

ส่วนมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปนั้น จะมีการพัฒนามาตรฐานการให้บริการเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยเน้นผู้ประกอบการที่มี 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ กูกกฏหมาย, สะอาด, ปลอดภัย และราคาที่เป็นธรรม คุ้มค่าของเงิน