Home / CEO Society / ทายาท ส.ขอนแก่น เตรียมใหญ่ในตลาดโลก

ทายาท ส.ขอนแก่น เตรียมใหญ่ในตลาดโลก

จรัสภล รุจิราโสภณ ผู้อำนวยการกิจการ QSR บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ภายหลังรับช่วงต่อธุรกิจจากผู้เป็นพ่อ ‘เจริญ รุจิราโสภณ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.ขอนแก่น ฟู้ดส์ (SORKON) ทายาทรุ่น 2 ตั้งเป้าต่อยอดผลิตภัณฑ์ ส.ขอนแก่น สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งคิดค้นแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เปิดร้านส้มตำ ‘แซบ เอ็กซ์เพรส’ ตั้งธงจากนี้อีก 3 ปี ขยายครบ 200 สาขา พร้อมเตรียมขายแฟรนไชส์ ปูพรมตลาดอินเตอร์รับเออีซี

ทายาทรุ่น 2 ดีกรีนักเรียนนอกจากอังกฤษ ปริญญาโททางด้านการตลาด ยังคิดกว้าง คิดไกล ‘จรัสภล’ วางหมากธุรกิจจะพัฒนา แบรนด์ ‘ส.ขอนแก่น’ ให้เป็น ‘ไทยแมคโดนัลด์’ เจ้าตลาดอาหารไทย ติดอันดับโลก

ไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่เป็นพันธกิจที่ผูกมัดทายาทรุ่น 2 ที่ต้องไปยังเส้นทางที่คนรุ่นพ่อกรุยทางธุรกิจไว้ล่วงหน้าแล้ว
หน้าที่สำคัญของทายาทรุ่น 2 อย่าง ‘จรัสภล’ จึงต้องเริ่มต้นสร้างแบรนด์ ‘ส.ขอนแก่น’ สร้างวิถีทางเดินของแบรนด์ให้เดินหน้าไปสู่ผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มที่แตกต่างไปจากเดิมที่คนรุ่นพ่อเริ่มต้นทำมา

“ตลาดร้านอาหารซึ่งมีมูลค่ากว่าแสนล้านบาทในประเทศไทย หากเทียบกับร้านอาหารจานด่วนที่เป็นเชน ซึ่งมีตลาดประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท จึงเชื่อว่ายังมีช่องว่างให้บริษัทเข้าไปช่วงชิง และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดร้านอาหารได้”

การเกิดขึ้นของร้านส้มตำ ‘แซบ เอ็กซ์เพรส’ แบรนด์น้องที่ต่อยอดมาจาก ‘ส.ขอนแก่น’ ที่สร้างความแตกต่างจากส้มตำตามซอย และริมฟุตบาท ด้วยมาตรฐานรสชาติเดียวกันและคุณภาพคงที่ทุกสาขา

แผนการดำเนินธุรกิจระยะยาวของร้านแซบ เอ็กซ์เพรสในอีก 3 ปีนับจากนี้นั้น บริษัทตั้งเป้าที่จะขยายให้ครบ 200 สาขา ซึ่งในจำนวนดังกล่าวส่วนหนึ่งจะเป็นร้านรูปแบบแฟรนไชส์ โดยเบื้องต้นจะเน้นการขยายสาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผน คาดจะเริ่มขายแฟรนไชส์ได้ภายในปี 2556 ด้วยสัดส่วนการลงทุน รูปแบบจะเป็นสาขาแฟรนไชส์ 75% เปิดเอง 25%”

ความสำเร็จของร้านอาหารนอกจากความหลากหลายของเมนู คุณภาพที่คงที่ควบคุมได้ในทุกสาขาแล้ว สถานที่ตั้งมีความสำคัญ จึงมองไปยังตามแหล่งชุมชนและแหล่งสำนักงานออฟฟิศ 3 สาขา ประกอบด้วย ซอยอารีย์ สาขากิ่งแก้ว และสาขาสีลม พบว่าได้ผลการตอบรับที่ดี ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้บริการจะเป็นพนักงานออฟฟิศ ดังนั้นบริษัทจึงมีแผนที่จะขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชอบส้มตำ

จรัสภล วางเป้าว่า 5 ปี จากนี้ จะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจร้านอาหารต้องไม่ต่ำกว่า 50% ของสัดส่วนรายได้รวมของบริษัท กลยุทธ์สำคัญต้องใช้ทุกเครื่องมือสร้างความนิยมเพื่อให้ผู้บริโภครับรู้แบรนด์ แซบ เอ็กซ์เพรส โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา

บริษัทฯ มีแผนพัฒนาเมนูอาหารทะเล รวมทั้งรายการขนมหวาน เพื่อเพิ่มความหลากหลายของรสชาติ และเป็นการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน โดยมีเป้าหมายต้องการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อคนอยู่ที่ 160-170 บาท

จากปัจจุบันที่มีค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อคนอยู่ที่ 140-150 บาท ยังมีแผนขยายสาขา แซบ เอ็กซ์เพรส เพิ่มอีก 2 สาขา ที่อาคารออลซีซั่น เพลส ถนนวิทยุ และโครงการธัญญะพาร์ค บนถนนศรีนครินทร์ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 3 สาขา ได้แก่ สาขากิ่งแก้ว สาขาอารีย์ และสาขาสีลม ซึ่งเป็นสาขาล่าสุด โดยใช้เงินลงทุนในสาขาดังกล่าว 20 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มออฟฟิศสำนักงานที่อยู่ในย่านสีลม

“เชนร้านอาหารไทยอีสานยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในตลาดร้านอาหารบริการด่วน เราจึงให้ความสำคัญกับขยายสาขาภายใต้บรรยากาศร้านที่ทันสมัย รวมถึงความพิถีพิถันด้านคุณภาพและรสชาติ เพื่อสร้างตราสินค้าแซบ เอ็กซ์เพรสให้เป็นที่จดจำของกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18-35 ปี”

“วางเป้าหมายในปี 2556 ว่า สัดส่วนร้าน แซบ เอ็กซ์เพรส ที่บริษัทฯ ลงทุนเองเมื่อเทียบกับแฟรนไชส์จะอยู่ที่ 1 ต่อ 3 ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจฟู้ดรีเทลของกลุ่ม ส.ขอนแก่นให้ขยายตัวมากขึ้น” จรัสภล ผู้บริหารเชนร้านอาหารไทยอีสานภายใต้แบรนด์ ‘แซบ เอ็กซ์เพรส’กล่าว

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะรุกไปเปิดตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนในปี 2558 ภายหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ซึ่งประเทศที่สนใจเข้าไปทำตลาดคือ เวียดนาม ไต้หวัน และสิงคโปร์ เนื่องจากกลุ่มคนในประเทศดังกล่าวมีพฤติกรรมการบริโภคที่คล้ายๆ คนไทย

ด้วยหลักคิด ประสบการณ์ และวัยวุฒิที่แตกต่างจากคนรุ่นพ่อ ที่มีหลักการบริหารจัดการกลุ่มธุรกิจตามแนวกว้าง หาช่องทางสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่องตลอดเวลา

คลุกเคล้าแม้ไม้ธุรกิจต่อยอดเป็นร้านอาหารสไตล์อีสาน ‘แซบ เอ็กซ์เพรส’ จรัสภล ทายาทรุ่น 2 เน้นการพัฒนาแนวดิ่ง สอดประสานไปกับเชิงยุทธ์ธุรกิจจากผู้พ่ออย่าง ‘เจริญ รุจิราโสภณ’

ปี 2555 เจริญผู้พ่อ ใช้กลยุทธ์ค่อยๆ ‘ปล่อยข่าวดี’ ให้กับหุ้น ส.ขอนแก่น เริ่มตั้งแต่เปิดตัวสินค้า ‘มีท สแน็ก’ ภายใต้แบรนด์ ‘อองเทร่’

พร้อมๆ กับการเปิดตัวทายาท ‘จรัสภล รุจิราโสภณ’ ให้เป็นแม่ทัพรุกขยายร้านอาหารไทยอีสาน ‘แซบ เอ็กซ์เพรส’ ลงทุนซื้อเครื่องจักรตัดหัวปลาและแยกเนื้อปลาจากรัสเซีย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตลูกชิ้นจาก 6,500 ตัน เป็น 13,000 ตันต่อปี ก้าวเป็นผู้ผลิตลูกชิ้นรายใหญ่ของโลก เปิดตัวสแน็กแบรนด์ใหม่ ‘มูชิ’ รวมทั้งเปิดเผยว่าบริษัทมี Hidden Asset เป็นที่ดินต้นทุนต่ำกว่า 1,000 ไร่ ที่จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 700 ล้านบาท

หุ้น SORKON ที่ทำให้มาร์เก็ตแคปทะยานจาก 80 ล้านบาท ขึ้นไปมากกว่า 2,000 ล้านบาท จาก “หุ้นเน่า” กลายเป็น “หุ้นโต๊ะแชร์” ที่เหล่าแมงเม่าบินช้อนซื้อกันชุลมุนในครั้งนั้น!!!

สำหรับแผนธุรกิจของ ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ ที่เตรียมไว้คือ โครงการขยายโรงงานลูกชิ้นปลาที่สมุทรสาคร 150 ล้านบาท ขยายโรงงานสแน็กอีก 50 ล้านบาท ส่วนแผนขยายร้าน แซบ เอ็กซ์เพรส จะใช้กระแสเงินสดมาลงทุนเป็นหลัก

หลายปีที่ผ่านมาสินค้าหลักที่เคยมีสัดส่วน 80% ของรายได้รวมคือ หมูยอและไส้กรอกอีสาน มีการเติบโตถดถอยมาตลอด ทำให้ต้องเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ เช่น ลูกชิ้นปลา และผลิตภัณฑ์สแน็ก ทำให้สัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมน่าจะเหลือเพียง 35% เท่านั้น

ในส่วนของธุรกิจสแน็ก อดีตมีแบรนด์เดียวเป็นหมูแผ่นอบกรอบ ‘อองเทร่’ เพิ่มสินค้าใหม่ไก่แผ่นทอดแบรนด์ ‘มูชิ’ จัดจำหน่ายผ่านบริษัทลูกของเครือสหพัฒน์ คาดว่าจะทำรายได้ต่อปีประมาณ 50 ล้านบาท

ตลาดสแน็กมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท เติบโต 15% ทุกปี ในปี 2556 ออกสินค้าใหม่ ด้านธุรกิจลูกชิ้นปลา (แต้จิ๋ว, กวางเจา ฯลฯ) มีแผนจะเพิ่มโรงงานใหม่ที่มหาชัย ผลิตสินค้าฮาลาลส่งขายประเทศมุสลิมในอาเซียน เช่น มาเลเซีย, อินโดนีเซีย

คาดว่าปีนี้ ในส่วนธุรกิจสแน็ก (อองเทร่, มูชิ) จะมีรายได้รวม 250 ล้านบาท และเป้าระยะยาวในปี 2559 จะมีรายได้จากธุรกิจนี้เพิ่มเป็น 500 ล้านบาท แต่ธุรกิจที่จะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลัก ของบริษัทฯ ในอนาคตคือธุรกิจร้านอาหาร แซบ เอ็กซ์เพรส ปัจจุบันยังมีสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 1% มีเพียง 6 สาขา เราจะเปิดให้ถึง 200 สาขาในประเทศไทย ภายใน 3 ปี

ทายาทรุ่น 2 ส.ขอนแก่น จะนำธุรกิจร้านอาหารไทยขยายไปต่างประเทศ เตรียมเปิดสาขาแรกที่ประเทศโปแลนด์ มองว่าที่ยุโรปคนจีนอาศัยอยู่ค่อนข้างมากสินค้าพวกหมูยอ, แหนม, กุนเชียง จะขายดี นอกจากนี้ ก็มองตลาดประเทศเพื่อนบ้าน พม่า, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม ประเทศแรกน่าจะเป็นกัมพูชา

ปี 2555 ตัวเลขผลประกอบการอยู่ที่ 1,800 ล้านบาท ปี 2556 กับเป้าตัวเลขผลประกอบการทะลุ 2,000 ล้านบาท ปี 2557 นั้น บริษัทฯ ตั้งเป้าว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตอยู่ในช่วงประมาณ 15 % และได้วางยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนของ ส.ขอนแก่นให้ก้าวสู่การเป็นครัวของอาเซียน (ASEAN Kitchen) ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารพื้นเมือง

กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวและร้านอาหารบริการด่วน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยใช้ฐานการผลิตจากโรงงานในประเทศไทยเพื่อผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารพื้นเมือง

ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยว ผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศลาว พม่า กัมพูชา ที่บริษัทฯ แต่งตั้งขึ้นเพื่อรับผิดชอบในการกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางร้านค้าปลีกประเภทร้านโชห่วยและตลาดสดในแต่ละประเทศ

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน ภายในปี 2558 รายได้ของ ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จะแตะระดับ 5,000 ล้านบาท โดยที่เราอาจจะต้องเพิ่มทุน เป็น 500 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ

อาณาจักร ส.ขอนแก่น จากผู้พ่อที่เคยเป็นถึงอดีตผู้บริหารจากเครือซีพี ผู้ปั้นไก่ย่าง 5 ดาว ติดตลาดมาถึงทุกวันนี้ ตัดสินใจลาออกมาเป็นเถ้าแก่สร้างแบรนด์ ส.ขอนแก่น โด่งดังสู่ตลาดโลกไปแล้วในวันนี้

จากไม้ผลัดแรกสู่ไม้ผลัดทายาทรุ่น 2 ‘จรัสภล’ จะนำพาอาณาจักร ส.ขอนแก่น ให้เติบโตต่อไปด้วยวิถีแบบใด จะไปต่อถึงระดับ ‘ไทยแมคโดนัลด์’ ได้เร็วหรือช้าเพียงใด

มากไปกว่านั้นถือว่าคือกำไร ‘เจ้าตลาดอาหารไทย’ ของโลก ‘Proud to be Thai, Dare to be Different’ เส้นทางที่ยังไม่หยุดเดิน ของทายาท ส.ขอนแก่น!!…

บิสิเนส โมเดล รุกตลาดต่างประเทศบริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)
– ภายหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ซึ่งประเทศที่สนใจเข้าไปทำตลาดคือ เวียดนาม ไต้หวัน และสิงคโปร์
– ซื้อเครื่องจักรตัดหัวปลาและแยกเนื้อปลาจากรัสเซีย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตลูกชิ้นจาก 6,500 ตัน เป็น 13,000 ตันต่อปี ก้าวเป็นผู้ผลิตลูกชิ้นรายใหญ่ของโลก
– นำธุรกิจร้านอาหารไทยขยายไปต่างประเทศ เตรียมเปิดสาขาแรกที่ประเทศโปแลนด์

สัดส่วนรายได้
ปี 2555 ผลประกอบการ 1,700 ล้านบาท
ปี 2556 ผลประกอบการ 1,900 ล้านบาท
อนาคตปี 2558 ตั้งเป้าหมายผลประกอบการไว้ที่ 5,000 ล้านบาท

แบรนด์สินค้า ส.ขอนแก่น
– หมูยอ แหนม กุนเชียง แบรนด์ ส.ขอนแก่น
– หมูแผ่นอบกรอบ ‘อองเทร่’
– ไก่แผ่นทอดแบรนด์ ‘มูชิ’
– ลูกชิ้นปลา แบรนด์ ‘แต้จิ๋ว’ ‘กวางเจา’
– ร้านอาหาร ‘แซบ เอ็กซ์เพรส’

 

ธเนศ ศรีสุข