Home / CEO Society / กลยุทธ์ IRPC 56 ฟื้น 57 กำไร 58 ก้าวกระโดด

กลยุทธ์ IRPC 56 ฟื้น 57 กำไร 58 ก้าวกระโดด

เผยวิสัยทัศน์กุนซือคนใหม่ IRPC สุกฤตย์ สุรบถโสภณ ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ผลักดันแผน DELTA ฟันกำไรปี 2557 อุดรูรั่วของรายได้ หลังประเมินแล้วว่า โครงการฟินิกซ์จะเก็บเกี่ยวผลได้ในปี 2558 พร้อมวิสัยทัศน์สู่ผู้นำธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรในปี 2563

ภายหลังความพยายามปรับโครงสร้างบมจ. ไออาร์พีซี เป็นเวลาหลายปี ด้วยโครงการขนาดใหญ่หลายหลากโครงการ ภายใต้ความมุ่งหวังที่จะเห็นกำไรภายหลังโครงการเสร็จสิ้น โดยเฉพาะโครงการฟินิกซ์ ที่วางแผนเป็นโครงการระยะยาวที่คาดว่าจะพลิกฟื้น บมจ.ไออาร์พีซี ให้กลับมาเป็นบริษัททำกำไรให้ได้

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันโครงการฟินิกซ์มีความคืบหน้าไปแล้ว 55% โดยโครงการเพิ่มมูลค่าเพื่อผลิตภัณฑ์สะอาด หรือ UHV (Upstream project for Hygiene &Value added product) ซึ่งใช้เงินลงทุนสูงสุดประมาณ 80% ของโครงการฟีนิกซ์ทั้งหมด มีความคืบหน้าของการก่อสร้าง 48% คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2558 ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถใช้กำลังการผลิตของหน่วยกลั่นได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มมูลค่าโดยสามารถผลิต Propylene เพิ่มขึ้น 3.2 แสนตัน/ปี และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ต่อยอดธุรกิจปิโตรเคมีได้อีกเป็นอย่างมาก ทำให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น (GIM) เพิ่มขึ้นประมาณ 2-4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
แม้จะเห็นแสงสว่างสดใสในปี 2558 แต่กลับเป็นภาระหนักสำหรับปี 2557 สำหรับผู้บริหารที่ต้องผลักดันโครงการอื่นๆ ที่สร้างผลกำไร มาอุดช่องว่าง เพื่อให้ผลประกอบการในปี 2557 มีกำไรสมดังความคาดหวังของกลุ่มผู้ถือหุ้น
สุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เผยวิสัยทัศน์ไว้ว่า

ไออาร์พีซีจะขึ้นเป็น “ผู้นำด้านธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรชั้นนำของเอเชียในปี 2563” ด้วยโครงการฟินิกซ์และโครงการ DELTA ที่จะเริ่มในปี 2557

โครงการฟินิกซ์นั้น เป็นโครงการการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตทั้งกระบวนการ เพื่อให้บริษัทมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานสูงสุด ส่วน DELTA นั้นเป็นโครงการที่ยกระดับกระบวนการผลิต และกระบวนการทำงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเปลี่ยนกระบวนการเหล่านั้น ให้กับมาเป็นรายได้ที่อุดหนุนกิจการในระหว่างที่รอโครงการฟินิกซ์งอกเงยดอกผลในปี 2558

สุกฤตย์ กล่าวถึงโครงการ DELTA ว่า โครงการ DELTA เป็นการนำแนวคิดและหลักการบริหารเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อสร้าง Margin Improvement ให้กับธุรกิจ และนำองค์กรสู่ความเป็นเลิศ โดยการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพทั่วทั้งองค์กร โดยโครงการ DELTA จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1.การปฏิบัติการที่เป็นเลิศ (Operational Excellence) ปรับปรุงประสิทธิภาพการและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการปรับปรุงการดำเนินงานด้านการผลิตทั้งระบบ
2.การค้าที่เป็นเลิศ (Commercial Excellence) เพิ่มมูลค่าการผลิตและสร้างรายได้ใหม่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจเดิม รวมทั้งขยายเข้าไปสู่ตลาดผลิตภัณฑ์เกรดพิเศษที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
3.บุคลากรที่เป็นเลิศ (Human Resource Excellence) พัฒนาระบบและประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ต่างๆ ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินงานด้านการปฏิบัติการที่เป็นเลิศทั่วทั้งองค์กรได้ในที่สุด

“เราคำนวณง่ายๆ ว่า ถ้าบริษัทจะมีกำไรได้นั้น Gross GIM ต้องสูงกว่า 8US$ จึงจะมีกำไร ซึ่งล่าสุดผลการดำเนินงานในวด 9 เดือนที่ผ่านมา เราได้ Gross GIM ที่ 7.1 US$ ผลการดำเนินงานโดยรวมเลยขาดทุน ซึ่งทุกๆ 1US$ ของ Gross GIM จะเปลี่ยนเป็นกำไรประมาณ 2,000 ล้านบาท”

ภายใต้โครงการ DELTA และการปรับปรุงกระบวนการผลิตในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าในปี 2557 ไออาร์พีซีจะมี Gross GIM ที่ประมาณ 8.5US$ โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของ Gross GIM ในธุรกิจปิโตรเครมี 0.5US$ และ Gross GIM ของธุรกิจปิโตรเลียมอีก 1US$ นอกจากนี้โครงการ DELTA จะเพิ่ม Gross GIM ให้อีกประมาณ 1US$ โดยรวมแล้วคาดว่า ในปี 2557 ไออาร์พีซีจะมี Gross GIM อยู่ที่ 9.5US$ ต่อบาเรล ทำให้ ซึ่งสามารถคำนวณเป็นกำไรได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งสมมุติฐานทั้งหมดนี้ ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลของราคาน้ำมันที่ไม่เกิน 105US$ต่อบาเรล และไม่นับรวม Stock Gain และ Stock Lost

นอกจากนี้ ไออาร์พีซียังมีแผนจะเร่งการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินให้ได้สูงสุด เช่น จากโครงการบ้านค่าย และ EIZ เพื่อช่วยยกระดับการดำเนินธุรกิจขององค์กรให้สามารถทำกำไรสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มขึ้นให้กับองค์กรได้ ในส่วนของโครงการเพื่อต่อยอดการเติบโตบริษัทฯ

สุกฤตย์ เล่าต่อว่า เรายังมีโครงการที่จะร่วมทุนกับ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC เพื่อทำโครงการต่อยอดธุรกิจ (post phoenix) จำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 65,000ล้านบาท เราจะกู้เงินจากสถาบันการเงิน 50 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือจะมาจากการร่วมทุน โดยจะมาจากไออาร์พีซีประมาณ 15,000 ล้านบาท คาดว่า โครงการต่อยอดธุรกิจจะแล้วเสร็จในปี 2561 ซึ่งจะสามารถสร้างกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1.5 – 3 เหรียญต่อบาร์เรล โดยในช่วงต้นปี 2557 บริษัทคงได้ข้อสรุป ในการร่วมทุน 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการผลิตพาราไซลีน (PX; Para-xylene) กำลังการผลิต 1.2 ล้านตันต่อปี โครงการโพลิโพรพิลีน คอมปาวด์ (PPC; Polypropylene Compound) กำลังการผลิต 1.5 แสนตันต่อปี โครงการโพลิออล (Polyol) กำลังการผลิต 1 แสนตันต่อปี และโครงการสไตรีน โมโนเมอร์ (Styrene Monomer) กำลังการผลิต 3.5 แสนตันต่อปี

ส่วนโครงการอะคริลิกแอซิค (AA; Acrylic Acids) กำลังการผลิต 1 แสนตันต่อปี และโครงการซุปเปอร์แอฟซอฟท์แบนท์ โพลิเมอร์ (SAP; Super Absorbent Polymer) กำลังการผลิต 80,000 ตันต่อปี เรากำลังจะหารือกับทาง PTTGC ถามว่า แต่ละโครงการควรมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Return of Investment Capital :ROIC เท่าไร ตัวเลขที่ 14 เปอร์เซ็นต์ ดีที่สุด

การลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้า ไออาร์พีซีจะใช้เงินลงทุนประมาณ 110,000ล้านบาท โดยเงินลงทุนของบริษัทจะมาจากกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA ที่มีอยู่ประมาณ 70,000 ล้านบาท ที่เหลืออีก 40,000 ล้านบาท เราจะกู้เงินแบงก์หรือออกหุ้นกู้ ส่วนเรื่องหนี้สินที่จะต้องคืนในช่วง 5 ปีข้างหน้า จำนวน 45,000 ล้านบาท ในปี 2557 เราจะมีหนี้ครบกำหนดชำระ 16,000 ล้านบาท ตอนนี้ได้เจรจากับธนาคารในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้ว

นายสุกฤตย์ เชื่อมั่นว่า ด้วยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ดังกล่าวจะสามารถขับเคลื่อนให้บริษัทฯ ก้าวสู่วิสัยทัศน์ที่วางไว้ได้ตามเป้าหมายบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งยังสามารถตอบสนองผู้มีส่วนได้เสียได้ครบถ้วนทุกภาคส่วน


ศรันย์ทัศน์ ตั้งคุณานนท์